อบายมุข 6 ร่องรอยแห่งความเสื่อม

HIGHLIGHTS:

  • ข้อสังเกตที่มักพบในครอบครัวบ้านแตกสาแหรกขาด คือ ร่องรอยแห่งความเสื่อม
  • โทษในการประกอบเนือง ๆ ซึ่งอบายมุข 6 (ปากทางแห่งความเสื่อม)
  • ให้ตรวจสอบตัวเองดูว่า ความทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นนั้น มีร่องรอยของอบายมุขทั้ง 6 อย่างนี้ โทษ 36 อย่างนี้ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ ถ้ามีให้แก้ไขทันที
  • ให้ปฏิญญากับตัวเองไว้เลยว่า อบายมุขเหล่านี้ฉันไม่ทำ ให้นึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เราจะมีกำลังใจทวนกระแสของตัณหากิเลส ถ้าเราตั้งจิตไว้ถูกแล้ว เราจะสามารถปิดประตูอบายต่าง ๆ เหล่านี้ เปิดทางโล่งทางสว่างตามมรรค 8 ให้ไปสู่นิพพานได้แน่นอน

บทคัดย่อ

 

“การตามประกอบในธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทเนื่องด้วยของเมา คือสุราและเมรัย เป็นทางเสื่อมแห่งโภคะ, การตามประกอบในการเที่ยวตาม ตรอกซอกในเวลาวิกาล เป็นทางเสื่อมแห่งโภคะ, การเที่ยวไปในที่ชุมนุมแห่ง ความเมา (สมชฺชาภิจรณ) เป็นทางเสื่อมแห่งโภคะ, การตามประกอบในธรรมเป็น ที่ตั้งแห่งความประมาทคือการพนัน เป็นทางเสื่อมแห่งโภคะ, การตามประกอบ ในบาปมิตร เป็นทางเสื่อมแห่งโภคะ, การตามประกอบในความเกียจคร้าน เป็นทางเสื่อมแห่งโภคะ.”

 

สิงคาลกสูตร [178-184]

 

...ถ้าเราจะไปค้นหา สืบสวน สอบทานดู จะพบว่าครอบครัวไหนก็ตามที่มีลักษณะแบบนี้ บ้านแตกสาแหรกขาดมีปัญหาในครอบครัว เราจะพบ ร่องรอยแห่งความเสื่อม ร่องรอยของอบายมุขไม่ทางใดก็ทางหนึ่งใน 6 ทางเหล่านี้

 

“อบายมุข 6” คือ ปากทางแห่งความเสื่อม ปากทางที่จะไปสู่ “อบาย” คือ ความต่ำ ความเสื่อม ความไม่ดี, “มุข” หมายถึง ทาง เป็นประตูที่จะเข้าไปสู่ที่ต่ำ พระพุทธเจ้าได้เคยตรัสใน สิงคาลกสูตร [178-184] (อ่านเพิ่มเติมในส่วนพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง)สอนนายสิงคาลกะ ถึงโทษของการเข้าไปในประตู 6 บานนี้ ที่มันจะพาเราไปที่ ๆ ไม่ดี อย่าเข้าไปในประตูต่าง ๆ เหล่านี้

 

โทษใน การดื่มน้ำเมา คือ สุรา และเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท 6 ประการนี้ คือ

  1. ความเสื่อมทรัพย์อันผู้ดื่มพึงเห็นได้เอง
  2. ก่อการทะเลาะวิวาท
  3. เป็นบ่อเกิดแห่งโรค
  4. เป็นเหตุเสียชื่อเสียง
  5. เป็นเหตุไม่รู้จักละอาย
  6. เป็นเหตุทอนกำลังปัญญา

 

โทษใน การพนันอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท 6 ประการเหล่านี้ คือ

  1. ผู้ชนะย่อมก่อเวร
  2. ผู้แพ้ย่อมเสียดายทรัพย์ที่เสียไป
  3. ความเสียทรัพย์ในปัจจุบัน
  4. ถ้อยคำของคนเล่นการพนันซึ่งไปพูดในที่ประชุมฟังไม่ขึ้น
  5. ถูกมิตรอมาตย์หมิ่นประมาท
  6. ไม่มีใครประสงค์จะแต่งงานด้วย เพราะเห็นว่า ชายนักเลงเล่นการพนัน ไม่สามารถจะเลี้ยงภรรยา

 

โทษใน การเที่ยวไปในตรอก ซอกซอยต่างๆ ในกลางคืน 6 ประการเหล่านี้ คือ

  1. ผู้นั้นชื่อว่าไม่คุ้มครอง ไม่รักษาตัว
  2. ไม่คุ้มครอง ไม่รักษา บุตรภรรยา
  3. ไม่คุ้มครอง ไม่รักษาทรัพย์สมบัติ
  4. เป็นที่ระแวงของคนอื่น
  5. คำพูดอันไม่เป็นจริง ย่อมปรากฏในที่นั้น ๆ
  6. เหตุแห่งทุกข์เป็นอันมากย่อมเกิดขึ้น

 

โทษใน การเที่ยวดูมหรสพ 6 ประการเหล่านี้ คือ

  1. รำที่ไหน ไปที่นั่น
  2. ขับร้องที่ไหนไปที่นั่น
  3. ประโคมที่ไหนไปที่นั่น
  4. เสภาที่ไหนไปที่นั่น
  5. เพลงที่ไหนไปที่นั่น
  6. เถิดเทิงที่ไหนไปที่นั่น

 

โทษใน ความเกียจคร้าน 6 ประการเหล่านี้ คือ

  1. มักให้อ้างว่าหนาวนัก แล้วไม่ทำการงาน
  2. มักให้อ้างว่าร้อนนัก แล้วไม่ทำการงาน
  3. มักให้อ้างว่าเวลาเย็นแล้ว แล้วไม่ทำการงาน
  4. มักให้อ้างว่ายังเช้าอยู่ แล้วไม่ทำการงาน
  5. มักให้อ้างว่าหิวนัก แล้วไม่ทำการงาน
  6. มักให้อ้างว่าระหายนัก แล้วไม่ทำการงาน

 

เมื่อเขามากไปด้วยการอ้างเลศ ผลัดเพี้ยนการงานอยู่อย่างนี้ โภคะที่ยังไม่เกิดก็ไม่เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้วก็ ถึงความสิ้นไป

 

โทษใน การคบคนชั่วเป็นมิตร 6 ประการเหล่านี้ คือ

  1. นำให้เป็นนักเลงการพนัน
  2. นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้
  3. นำให้เป็นนักเลงเหล้า
  4. นำให้เป็นคนลวงผู้อื่นด้วยของปลอม
  5. นำให้เป็นคนโกงเขาซึ่งหน้า
  6. นำให้เป็นคนหัวไม้

 

“...ให้ตรวจสอบตัวเองดูว่า ความทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นนั้น มีร่องรอยของอบายมุขทั้ง 6 อย่างนี้ โทษ 36 อย่างนี้ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ ถ้ามีให้แก้ไขทันที...ถ้าตอนนี้เราได้ฟังธรรมะอยู่ ยืนยันให้เลยว่า “แก้ไขทัน”...ให้ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีพุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นที่พึ่ง ตั้งสร้างกำลังใจของเราให้ดี สู้ได้...ปฏิญญากับตัวเองไว้เลยว่า อบายมุขเหล่านี้ฉันไม่ทำ...นึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เราจะมีกำลังใจทวนกระแสของตัณหากิเลสที่มันพัดมาอย่างท่วมทับถาโถม ถ้าเราตั้งจิตไว้ถูกแล้ว เราสามารถที่จะทำความดีปิดประตูอบายต่าง ๆ เหล่านี้ เปิดทางโล่งทางสว่างตามมรรค 8 ให้ไปสู่นิพพานได้แน่นอน”

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง