เครื่องร่อนกิเลส

HIGHLIGHTS:

  • ความหมายโดยทั่วไปของคำว่า “กิเลส”
  • ต้องทำความเข้าใจในลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อที่จะกำจัดกิเลสได้ รวมถึงวิธีที่จะเอาชนะกิเลสได้
  • ความหมายของคำว่า “กิเลส” จากพุทธพจน์ที่ว่า “พระอรหันต์ผู้ไกลจากกิเลส”

บทคัดย่อ

 

คำถาม 1: ผู้ถามใคร่ครวญดูว่า คนเรานั่นถูกกิเลสตัณหา สร้างให้มีการเกิด เกิดแล้วเกิดอีกมาเป็นเวลาช้านาน พระพุทธเจ้าจึงบอกให้พวกเราทำความเพียรเผากิเลส อย่าได้ประมาท ใครก็ตามที่มีกิเลสในจิตในใจมากก็เศร้าหมอง คับแค้น เร่าร้อนมาก มีแต่โทษทุกข์ภัยมาสู่กายนี้ใจนี้ และไปไหนก็ไม่มีคนชอบ ควรแท้ที่จะต้องขัดออก เผาออก และได้รู้แล้วว่าทำไม

ท่านผู้รู้ บัณฑิต ทั้งหลาย ถึงได้อดทน ทำความเพียรเผากิเลสอย่างเอาเป็นเอาตาย ถ้ากิเลสในจิตในใจมีมาก การได้ปฐมฌานนั่นก็ยากตามและปมชอบแพ้ทางกิเลสอยู่เรื่อยไป บางทีรู้สึกท้อ หากผู้ถามทำได้อริยบุคคลขั้นแรกก็ถือเป็นมหาบุญในชาตินี้แล้ว

คำตอบ 1: กิเลส หมายถึง เครื่องเศร้าหมองหรือสิ่งที่ไม่ดีซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดทุกข์ เช่น ตัณหา อวิชชา อาสวะ เป็นต้น จัดอยู่ในอริยสัจข้อที่สองคือ “สมุทัย” หรือ “เหตุเกิดแห่งทุกข์” ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่จะเป็นไปตามอำนาจของกิเลส สามารถแบ่งกิเลสออกเป็น 3 กองใหญ่ๆได้ดังนี้

  1. โทสะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความโกรธ เร่าร้อน รุ่มร้อน ขัดเคืองใจ
  2. โลภะหรือราคะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความหิว ความอยากได้
  3. โมหะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความมืดบอด มีหมอกหรือควันบดบังทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน จนกลายเป็นความไม่รู้หรือเห็นผิดได้

ดังนั้นเราจึงควรทำความเข้าใจในลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อที่จะกำจัดกิเลสได้ ตามรายละเอียดดังนี้

  1. กิเลสจะเบียดเบียนตนเอง อยู่ไม่เป็นสุข ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง
  2. กิเลสจะเบียดเบียนผู้อื่นในเวลาต่อมา ยอมผิดศีลและทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
  3. เราต้องใช้เครื่องมือที่ถูกต้องเพื่อชำระกิเลสให้ถูกประเภท ดังรายละเอียดต่อไปนี้
    • กิเลสอย่างหยาบ ต้องใช้ศีลกำจัดที่สะท้อนออกมาทางกายและวาจา
    • กิเลสอย่างกลาง ต้องใช้สติและสมาธิกำจัด โดยเราต้องมีสัมมาสติเพื่อกำจัดมิจฉาสังกัปปะที่เกิดขึ้น และจะทำให้เกิดสัมมาสมาธิได้ในที่สุด เพราะการจะทำให้สมาธิเกิดขึ้นได้นั้นจึงจำเป็นที่จะต้องละความคิดในทางกาม ละความคิดในทางพยาบาทเบียดเบียน ละอุปกิเลส ซึ่งทำให้ราคะและโทสะหมดไปด้วย
    • กิเลสอย่างละเอียด ต้องใช้ปัญญากำจัด

อย่างไรก็ตาม กิเลสสามารถกลับกำเริบได้เพราะกิเลสอย่างละเอียดยังคงหลงเหลืออยู่ ซึ่งหากมีการปรุงแต่งเพิ่มเติมก็จะสามารถทำให้เกิดเป็นกิเลสอย่างกลางหรือกิเลสอย่างหยาบขึ้นมาได้เช่นกัน และมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เราแพ้ทางกิเลสได้ นั่นก็เป็นเพราะว่าเมื่อเราปฏิบัติธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ กิเลสก็จะค่อยๆหลุดลอกออก เมื่อกิเลสรู้ตัวว่ากำลังจะตายลง ก็จะมีลีลาดีดดิ้นเสมอ

วิธีที่จะเอาชนะกิเลสได้คือ การปฏิบัติตามหลักของอริยมรรคมีองค์แปด เป็นไปในทางศีล สมาธิ ปัญญา เริ่มทำที่ส่วนใดได้ให้ลงมือทำเลยทันที โดยปราศจากความอยากและไม่ต้องคาดหวังถึงผลที่จะได้รับ แต่สร้างเหตุปัจจัยให้ถูกต้องและแยบคาย แล้วผลจะเกิดขึ้นเป็นความประเสริฐตามลำดับขั้นตอนอย่างแน่นอน

- - - ตอบคำถาม : คุณจักรกฤษณ์

 

คำถาม 2: จากพุทธพจน์ “พระอรหันต์ผู้ไกลจากกิเลส” คำว่ากิเลสนี้คือหมดสิ้นไป (พุทธพจน์กล่าวว่า ถอนรากสิ้นแล้ว) หรือเป็นอัชฌัตตัง

คำตอบ 2: คำว่า “อัชฌัตตัง” แปลว่า อยู่ใต้ดิน ไม่สามารถมองเห็นได้ ต้องขุดลงไปดู ซึ่งหมายถึงว่า กิเลสมีอยู่แต่ไกลจากกัน หรือไม่มีอยู่ หายไปเลย ว่างไปเลย

พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบ “พระอรหันต์ผู้ไกลจากกิเลส” กับน้ำบนใบบัว ซึ่งหมายความว่า อยู่ใกล้กันแต่ไม่เกลือกกลั้วกัน เฉกเช่นเดียวกับจิตมีอยู่ เมื่อผัสสะมากระทบแล้วจะทำให้ “กิเลสเกิดแต่ไม่สามารถครอบคลุมห่อหุ้ม ทำให้จิตไม่ตกอยู่ในอำนาจของกิเลส” หรือ “จิตไม่เกิดกิเลสขึ้นเลยก็ได้”

ทั้งนี้ขึ้นกับว่า จิตสามารถปล่อยวางได้ด้วยความละเอียด รอบคอบและรวดเร็วมากน้อยเพียงใด เมื่อถูกผัสสะเข้ามากระทบ หรือในขณะที่ร่างกายดับไปแล้วซึ่งเป็นการปรินิพพานชนิดดับไม่เหลือ ดับเย็น ที่เรียกว่า “สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ” หรือ “อุปาทิเสสนิพพานธาตุ” เปรียบเสมือนกองไฟที่เมื่อเอาน้ำรดไปแล้วจุดไม่ติดอีก เนื่องจากเชื้อเพลิงหมดสิ้นจริงๆ ซึ่งสามารถอ้างอิงได้จากคำว่า “อาสวักขยญาณ” คือ ญาณที่จะทำอาสวะให้สิ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นช่วงก่อนเมื่อรู้ว่าอาสวะกำลังจะสิ้น จนถึงอาสวะสิ้นแล้ว ที่ทำให้กิเลสอาสวะหมดตั้งแต่ไม่กลั้วกัน จนกระทั่งหมดสิ้นไปจริงๆ

- - - ตอบคำถาม : คุณคมสันต์ โชคดี

พระสูตร / ถอดเทป / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นหินเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ โกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นนอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนักเปรียบเหมือนรอยขีดที่แผ่นหิน ไม่ลบเลือนเร็วเพราะลมหรือน้ำ ย่อมตั้งอยู่ยั่งยืน แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมโกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นก็นอนเนื่องอยู่ใน.........

======หัวข้อ Bullet =============

  • หัวข้อก่อน bullet

     

  • HL1....
  • HL2.....
  • HL3....

======หัวข้อ Bullet แบบตัวเลข=============

  1. หัวข้อก่อน bullet

     

  2. HL1....
  3. HL2.....
  4. HL3....

========================================
======Scrollbar=============

  1. หัวข้อก่อน bullet

     

  2. HL1....
  3. HL2.....
  4. HL3....

=========== อ้างอิง pdma url ===================

< title="ตอบคำถาม-ทำไมอรหันต์ยังมีราคะ โทสะ โมหะ ในภายในอยู่" 98% height=1500 "0" scrolling="no" marginheight="0" margin"0" align="middle" scrolling="yes" style="overflow: hidden" "https://haisok.co/1601a0713we/">

==============end============================
 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นหินเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ โกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นนอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนักเปรียบเหมือนรอยขีดที่แผ่นหิน ไม่ลบเลือนเร็วเพราะลมหรือน้ำ ย่อมตั้งอยู่ยั่งยืน แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมโกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นก็นอนเนื่องอยู่ใน..............................