ธรรมเพื่อความไม่เป็นธรรม

  • ควรใช้หลักธรรมใดเพื่อใช้ในการปฏิบัติตนให้หายคับข้องใจ เมื่อพบเห็นความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น
  • ไม่ค่อยได้ทำบุญใส่บาตร แต่ทำบุญโดยการซื้อของใช้ถวายวัดหรือให้ที่โรงพยาบาล สามารถทดแทนกันได้หรือไม่
  • สามารถนำอาหารหรือสิ่งของที่ไหว้พระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามวัดต่างๆ มาถวายพระภิกษุจริงๆ จะผิดหรือไม่
  • การให้พระนั่งล้อมวงเป็นกลุ่มๆ แล้วเราก็ประเคนอาหารให้พระเลือก จะผิดหลักวินัยสงฆ์หรือไม่

คำถาม 1: ผู้ถามเป็นคนรักและศรัทธาในความยุติธรรม มีความเมตตาธรรมในหัวใจ เมื่อได้เห็นเหตุการณ์หรือทราบเรื่องราวความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคม (โดยสังคมไทยในปัจจุบัน) คนไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือกฏหมายบ้านเมือง ทั้งที่คนทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน กลับได้รับการปฏิบัติไม่เท่าเทียมกัน มีการเลือกปฏิบัติ จึงทำให้เกิดความคับข้องในใจ อยากจะช่วยเหลือแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ บางครั้งก็นั่งสมาธิ เจริญเมตตาภาวนา ก็ยังไม่หายคับข้องใจ จึงต้องการแนะนำว่าจะต้องนำหลักธรรมคำสอนอะไรมาใช้ในการปฏิบัติตนจึงจะหายคับข้องใจ

 

คำตอบ 1: หากทำดีแล้วยังรุ่มร้อน เร่าร้อน คับข้องใจ เพราะมีสาเหตุมาจากการยึดติดในความดี เนื่องด้วยความยึดถือมีที่ไหน ความทุกข์เกิดขึ้นเป็นของเราที่นั่น เพราะมีตัณหาเป็นเครื่องผูก มีอวิขขาเป็นเครื่องบัง ทำให้ถูกกิเลสดึงไปและเกิดขึ้นเป็นราคะ โทสะ และโมหะ

อย่างไรก็ตาม ความยุติธรรมหรือความเท่าเทียมกันไม่มีอยู่จริง เพราะการเปรียบเทียบกันในแง่มุมใด ย่อมต้องมีความเหลื่อมล้ำและข้อโต้แย้งอยู่เสมอ ที่ที่จะเท่ากันมีอยู่สถานเดียวคือ ไม่มีอะไรต้องเปรียบเทียบกัน ทุกอย่างดับหมด ซึ่งก็คือ นิพพาน นั่นเอง

สิ่งที่สำคัญมากกว่าการคำนึงถึงความยุติธรรมคือ การแก้ที่ความทุกข์ของคน ซึ่งมีรากเหง้าของปัญหามาจากกิเลส ที่เต็มไปด้วยราคะ โทสะ และโมหะ ซึ่งวิธีแก้ไขที่สำคัญคือ ทำให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์โดยสิ้นเชิง ให้งดงามตั้งแต่เบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด กล่าวคือ การเริ่มจากมรรคแปด โดยต้องมีทิฏฐิและความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถแจกแจงรายละเอียดได้ดังนี้

  1. ทำให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์โดยสิ้นเชิง คือต้องมีธรรมะ
  2. ให้งดงามตั้งแต่เบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด ดังนี้
    1. เบื้องต้น เริ่มต้นด้วย
      • ความเมตตา คือความปรารถนาเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข
      • ความกรุณา คือความปรารถนาเพื่อให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ เป็นความกรุณาอันหาที่สุดมิได้(กรุณามหณฺณโว)
    2. ท่ามกลาง เริ่มจาก
      • สัมมาทิฏฐิ ให้มีสัมมาวาจาและสัมมาสังกัปปะ ทำดีทั้งกาย วาจา และใจ
      • อุเบกขา คือการวางเฉยเพื่อไม่ให้อกุศลธรรมเกิดขึ้นในใจของเรา พยายามควบคุมจิตของตนเองด้วยศีล สมาธิ และปัญญา ป้องกันไม่ให้จิตเราคิดประทุษร้ายผู้อื่น
    3. ที่สุด มองเห็นข้อธรรมหรือประโยชน์ที่เรียนรู้ได้จากประสบการณ์นี้ มีกุศลธรรมเกิดขึ้นหรือไม่ ประคองจิตตนเองไม่ให้มับาดแผลหรือเศร้าหมอง ยอมรับว่ามันเป็นโทษของสังสารวัฏ

 

- - - ตอบคำถาม: คุณครูต้อย

 

คำถาม 2: ต้องการสอบถามเกี่ยวกับ

  • เรื่องการทำบุญ กล่าวคือถ้าเรามีจิตอยากใส่บาตร พวกอาหารให้พระตอนเช้า แต่สุขภาพของผู้ถามทำให้ไม่สะดวกในเวลาช่วงเช้า จึงไม่ค่อยได้ทำบุญใส่บาตร แต่จะหันไปทำบุญโดยการซื้อของใช้ถวายวัดหรือให้ตามโรงพยาบาลแทน แบบนี้ทดแทนกันได้หรือไม่
  • ถ้าเราไปไหว้พระที่เป็นพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามวัดต่างๆ ด้วยผลไม้ ไข่ต้ม ฯลฯ แล้ว เมื่อไหว้เสร็จเรายังสามารถนำสิ่งที่ไหว้นั้นมาถวายพระภิกษุจริงๆ จะผิดหรือไม่
  • เวลาเราเลี้ยงพระทำบุญที่บ้านหรือที่ใดๆ เราไม่ควรให้พระนั่งล้อมวงเป็นกลุ่มๆ แล้วเราก็ประเคนอาหารให้พระเลือก อย่างนี้จะผิดหลักวินัยสงฆ์จริงหรือไม่ หรือเราควรจัดเป็นชุดๆ เพื่อถวายให้พระเป็นรูปๆไปจะถูกหลักกว่าหรือไม่
  • พระภิกษุ 1 รูป สามารถมีไวยาวัจกรได้กี่คน

 

คำตอบ 2: ทานคือ การให้ การสละออก เกิดจากศรัทธา ต้องทำด้วยความเหมาะสม ถือเป็นสิ่งที่ดีและความดีนั้นเกิดขึ้นที่เรา ซึ่งประกอบด้วย

  1. ศรัทธาของผู้ให้ทั้งก่อนให้ (ทำให้มีจิตน้อมไป) ระหว่างให้ (ทำให้มีความปลื้มใจ) และหลังให้ (ทำให้มีความเลื่อมใส)
  2. อีกทั้งถ้าผู้รับหรือเนื้อนาบุญเป็นผู้มีคุณธรรมสูง เป็นผู้ที่มีราคะ โมหะ โทสะเบาบางหรือไม่มีเลย จะยิ่งทำให้บุญนั้นส่งผลมากยิ่งขึ้นไป

การที่เรานำเครื่องบูชาที่ไหว้พระที่เป็นพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ไปถวายต่ออีกครั้งกับพระภิกษุ ก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ขึ้นกับว่าผู้ถวายตั้งจิตอย่างไร อาจจะเป็นเพราะคำนึงถึงความสำเร็จประโยชน์ด้วยเรื่องของอาหารที่สามารถรับประทานได้ หรือบางครั้งถือเป็นเครื่องบูชาพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว เมื่อต้องการจะถวายพระภิกษุสงฆ์ก็สามารถจัดหาชุดใหม่มาเพิ่มเติมได้

พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระนั่งล้อมวงเป็นกลุ่มๆ ได้ เฉพาะกรณีที่มีพระภิกษุจำนวนมากและอาหารไม่เพียงพอเท่านั้น ในทางกลับกันหากพระภิกษุมีจำนวนไม่มากและมีอาหารเพียงพอก็ควรจัดถวายเป็นชุดๆไปจะดีกว่า ทั้งนี้สามารถยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์

ในทางวินัยของสงฆ์ ไม่ได้จำกัดไว้ถึงจำนวนไวยาวัจกรต่อพระภิกษุ 1 รูป ทั้งนี้ขึ้นกับความเหมาะสมในการบริหารจัดการทางด้านบัญชีของวัด หรือโครงการต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ

 

---- ตอบคำถาม: คุณป๊อบ เคทู

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

  • หัวข้อก่อน bullet

     

  • HL1....
  • HL2.....
  • HL3....