บุคคลผู้มักโกรธ

HIGHLIGHTS:

  • ลักษณะความคิดมุ่งร้ายของบุคคลผู้มักโกรธ
  • สาเหตุที่ทำให้ลักษณะความคิดมุ่งร้ายสะท้อนกลับไปยังตัวของผู้มักโกรธ
  • วิธีละความโกรธ

บทคัดย่อ

 

บุคคลผู้มักโกรธเมื่อถูกครอบงำด้วยความโกรธแล้ว ย่อมมีความคิดมุ่งร้ายผู้อื่นให้เป็นไปในลักษณะดังนี้

  1. เป็นบุคคลผู้มีผิวพรรณทราม
  2. เป็นบุคคลผู้พึงนอนเป็นทุกข์
  3. เป็นบุคคลผู้ไม่มีความเจริญ แม้ได้ความเจริญก็ได้ความเสื่อม
  4. เป็นบุคคลผู้ไม่มีโภคะทรัพย์ แม้หาได้ย่อมเสื่อมทรัพย์
  5. เป็นบุคคลผู้ไม่มียศ แม้มียศก็เสื่อมยศ
  6. เป็นบุคคลผู้ไม่มีญาติมิตร แม้มีญาติมิตรก็จะถูกหลีกเลี่ยงไปห่างไกล
  7. เป็นบุคคลที่ประพฤติทุจริตทางกายวาจาใจ ฆ่าบิดามารดา ผู้ประพฤติธรรม ย่อมฆ่าตัวตายด้วยเหตุต่างๆ เมื่อตายไปพึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก

 

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้ลักษณะความคิดมุ่งร้ายเกิดขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนผลเสียนั้นกลับไปยังตัวของผู้มักโกรธด้วย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้

  1. ประเด็นที่ 1 เมื่อปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นอย่างไร จิตของผู้นั้นต้องน้อมไปในเรื่องนั้นๆ ก่อน “เมื่อจิตตริตรึกในเรื่องใดๆ มาก มันก็จะน้อมไปด้วยอาการอย่างนั้นๆ” เพราะฉะนั้นการคิดไปในเรื่องที่ไม่ดี เต็มไปด้วยความพยาบาท มีลักษณะไปในทางเบียดเบียน แสดงว่าจิตนั้นมีมิจฉาสังกัปปะ เป็นความดำริที่ทำให้เกิดความทุกข์ต่างๆตามมา
  2. ประเด็นที่ 2 อ้างอิงจากผลการวิจัยการแพทย์ทางด้านประสาทวิทยา ความโกรธจะผ่านการประมวลผลจากสมองส่วนกลาง ซึ่งมีหน้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบฮอร์โมน เป็นการตอบสนองแบบอัตโนมัติต่ออารมณ์ ความรู้สึก อยู่ในระดับสัญชาตญาณดิบทั้งของคนและสัตว์ เมื่อมีความโกรธเกิดขึ้นสมองส่วนหน้าซึ่งมีหน้าที่จัดการขบวนการทางความคิด กลั่นกรอง ไตร่ตรองและใคร่ครวญจะถูกตัดออก ทำให้ใช้ความคิดลดน้อยลง
  3. ประเด็นที่ 3 จากการที่สมองส่วนหน้าทำงานลดน้อยลง ทำให้คนที่มักโกรธมีระบบความคิดใคร่ครวญ พินิจพิเคราะห์ที่บิดเบือน มีความเสื่อม ดังนั้นธรรมะอะไรที่เป็นข้าศึกต่อกันและกันจะเข้าใจผิดพลาดไปหมด เข้าใจสิ่งไม่ดีว่าเป็นสิ่งดี เป็นผลเสียกับตนเองมากมาย เช่น
    • คนมักโกรธจะมีฮอร์โมนที่ขับพิษออกมาทางผิวหนังทำให้ผิวพรรณทราม
    • ความโกรธทำให้ มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและการตัดสินใจผิดพลาด
    • ญาติมิตรและเพื่อนฝูง ไม่มีใครอยากเข้าใกล้
    • ด้วยมีราคะ โทสะ โมหะมาก จึงต้องไปตกนรกเสียเอง
    • มักจะเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้ด้วยไฟของโทสะ เพราะไฟโทสะจะมองไม่เห็นเปลว เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มอดไหม้กลายเป็นขี้เถ้าไปแล้ว
    • เป็นผู้เก้ยาก เป็นคนบอกยากสอนยาก ดื้อรั้น
    • เมื่อระดับความโกรธเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็สามารถฆ่าผู้อื่นได้

 

พระพุทธเจ้าทรงบอกถึงวิธีการละ เพื่อกำจัดความความโกรธออกไปได้ ซึ่งประกอบด้วย

  1. ทมะ(ความข่มใจ) ให้มีการข่มบังคับใจเพื่อไม่ให้ความโกรธตั้งอยู่ได้ แต่ไม่ใช่การเก็บกด ให้เห็นตามที่เป็นจริง เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และปล่อยวางได้ในที่สุด พิจารณาได้ว่าปัญหาอยู่ที่ตัวของเราไม่ใช่ที่ตัวผู้อื่น
  2. วางจิตให้นิ่ง เมื่อมีผัสสะมากระทบ ให้วางจิตนิ่งไม่สัดส่าย ไม่ปรุงแต่งต่อเนื่อง วางอุเบกขา แล้วจะทำให้ความโกรธหลุดลอกออกไปได้
  3. ละกิเลสด้วยการภาวนา พัฒนาจิตให้มีกำลังมากขึ้น โดยปฏิบัติตามหลักของศีล สมาธิ ปัญญา เดินตามหลักของอริยมรรคมีองค์แปด และเราต้องมี “อำนาจเหนือจิต” ด้วย

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • อ่าน "โกธนาสูตร" พระไตรปิฎก เล่มที่ 23 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 15 อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต