กัลยาณวัตรแปด

HIGHLIGHTS:

  • กัลยาณวัตรที่พระพุทธเจ้าทรงทิ้งไว้ให้นั่นคือ เรื่องของอริยะมรรคมีองค์แปด
  • จิตใจที่แวดล้อมด้วยมรรคองค์เจ็ด สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมาอาชีวะ สัมมากัมมันตะ สัมมาวายามะ และสัมมาสติ ย่อมทรงอารมณ์เดียวอย่างอัตโนมัติ คือ สัมมาสมาธิ
  • ถ้าเราปฏิบัติตามกัลยาณวัตรที่พระพุทธเจ้าให้ไว้ย่อมประเสริฐ ย่อมทำให้ครอบครัว สังคม บ้านเมืองดี สงบร่มเย็น

บทคัดย่อ

อานนท์ ! ก็กัลยาณวัตรอันเราตั้งไว้ในกาลนี้
นี้เป็นไปเพื่อความ เบื่อหน่ายโดยส่วนเดียว เพื่อคลายกำหนัด
เพื่อความดับ เพื่อความสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความรู้พร้อม เพื่อนิพพาน.
อานนท์ ! กัลยาณวัตรนี้ เป็นอย่างไรเล่า ?
นี้คือ อริยอัฏฐังคิกมรรค, กล่าวคือ
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ;
สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ;
สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ.
อานนท์ ! ความขาดสูญแห่งกัลยาณวัตรนี้ มีในยุคแห่งบุรุษใด
บุรุษนั้นชื่อว่า เป็นบุรุรษคนสุดท้ายแห่งบุรุษทั้งหลาย....
เราขอกล่าวย้ำกะเธอว่า...
เธอทั้งหลายอย่าเป็นบุรุษพวกสุดท้ายของเราเลย.

มฆเทวสูตร ม. ม. ๑๓/๔๒๗/๔๖๓.

 

กัลยาณวัตรที่พระพุทธเจ้าทรงทิ้งไว้ให้นั่นคือ “ข้อปฏิบัติอันดี ข้อปฏิบัติอันงาม ที่เราควรต้องปฏิบัติสืบต่อกันไป ต้องทำให้มาก ต้องทำให้เจริญ นั่นคือเรื่องของ อริยะมรรคมีองค์แปด

 

อริยมรรคมีองค์แปดคืออะไร

“มรรค” แปลว่า ทางไปสู่ที่ที่จะดับทุกข์ได้ เป็นทางที่ประเสริฐ เพราะมีความดีความงามอยู่ในตัว ถ้าเรานำมาทรงไว้ในใจ นำมาปฏิบัติแล้วเราจะเป็นผู้ประเสริฐ อริยะมรรคมีองค์แปดนี้เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมรรค เป็นทางสายเอก เป็นทางสายเดียวที่จะพาเราไปสู่ที่ไม่มีทุกข์ ที่ที่จะดับทุกข์ได้…

องค์ประกอบแปดอย่างนี้ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ เป็นองค์นำหน้า คือ ความเข้าใจในอริยสัจสี่ที่รู้ว่าทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรคเป็นอย่างไร, ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจว่า สัมมาสังกัปปะ คือ ความดำริชอบ ไม่เกี่ยวเนื่องด้วยกาม การดำริไม่พยาบาทเบียดเบียน มีความรู้ความเข้าใจว่ามิจฉาสังกัปปะก็คือตรงข้าม ความรู้นั้นก็เป็นสัมมาทิฏฐิ ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจในมิจฉาวาจาคือ พูดเพ้อเจ้อ พูดตลกโปกฮา พูดยุยง พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดโกหก ว่าเป็นสิ่งไม่ดี ถ้าเว้นขาด ละเสียได้ กระทำแต่ สัมมาวาจา นั่นคือเป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมาอาชีวะก็เช่นเดียวกัน ถ้าเว้นขาดจากมิจฉาอาชีวะคือไม่พูดหลอกลวง ไม่พูดท้าให้เจ็บใจจนต้องยอมตกลง ไม่ต่อลาภด้วยลาภ ไม่เอาของมีค่าน้อยไปแลกของมีค่ามาก ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ก็เป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมากัมมันตะคือการไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม รู้ว่ามิจฉากัมมันตะตรงข้ามก็เป็นสัมมาทิฏฐิ ในองค์มรรคแบบต่างๆ เป็นสัมมาอย่างไรเป็นมิจฉาอย่างไร ถ้าเราทรงสติอยู่ได้ตั้งสติให้เป็นสัมมาวาจา มีสติระลึกถึงสิ่งที่ดี ๆ ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ นั่นคือเป็น สัมมาสติ ทุกๆ ขณะย่อมทำให้เกิดสัมมาวายามะ มีความเพียรให้กุศลธรรมเกิดขึ้นในใจ ในกาย ละขาดเสียซึ่งอกุศลกรรมให้ออกจากใจ จากกายเมื่อเราทำให้กุศลกรรมเกิดมากยิ่งขึ้นความทุกข์ความร้อนใจก็จะคลาย…

จิตใจที่แวดล้อมด้วยมรรคองค์เจ็ด สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมาอาชีวะ สัมมากัมมันตะ สัมมาวายามะ และสัมมาสติ ย่อมทรงอารมณ์เดียวอย่างอัตโนมัติคือสัมมาสมาธิ ถ้าเราปฏิบัติตามกัลยาณวัตรที่พระพุทธเจ้าให้ไว้ย่อมประเสริฐ ย่อมทำให้ครอบครัว สังคม บ้านเมืองดี สงบร่มเย็น…

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง