ตามธรรมและทำตาม เพื่อทิศอันไม่เป็นภัย

HIGHLIGHTS:

  • เมื่อบิดาไม่ใส่ใจทั้งเรื่องของตนเองและผู้อื่น ละทิ้งซึ่งประโยชน์ทุกอย่าง และไม่เคยสนใจกิจที่ชอบโดยบุคคลทั่วไป สืบเนื่องด้วยเหตุปัจจัยอะไร มีวิธีแก้ไขได้อย่างไร รวมถึงบุตรควรปฏิบัติตนอย่างไร

บทคัดย่อ

คำถาม 1: ผู้ถามมีข้อสงสัยและต้องการหาวิธีการแก้ไขเกี่ยวกับ สิ่งที่บิดาของตนปฏิบัติตัวเปรียบดั่งบุคคลเสมือนผู้ซึ่งตายแล้ว ท่านเป็นบุคคลที่ละซึ่งประโยชน์ทุกอย่าง ทั้งของตัวเองและผู้อื่น วันหนึ่งหมดไปกับการกินและนอนเป็นส่วนใหญ่ งานสังคมส่วนรวมไม่เคยสนใจ ความสะอาดร่างกายและที่อยู่อาศัยไม่เคยสนใจ กิจที่ชอบโดยบุคคลทั่วไปไม่เคยสนใจ จึงมีความสงสัยว่าเหตุไฉนบิดาของตนจึงมีนิสัยเปรียบดั่งคนตายแล้วเช่นนี้ และจะมีวิธีแก้คนแบบนี้หรือไม่

คำตอบ 1: เราสามารถแยกแยะออกได้เป็นหลายประเด็น ดังนี้

  1. อุเบกขา การวางเฉย ไม่ทุกข์ร้อนไปกับอะไร เป็นสมาธิระดับฌานสามขึ้นไป แต่ยังรับผิดชอบการงานได้อย่างดี กล่าวคือมีการปฏิบัติด้วยความเพียรจนสามารถวางเฉยได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับความขี้เกียจซึ่งเป็นลักษณะของนิวรณ์ที่มีสาเหตุมาจากการขาดความเพียร ความศรัทธา
  2. ในสมัยพุทธกาล จะมีข้อวัตรปฏิบัติหนึ่งเพื่อการทรมานตนเอง เช่น การไม่อาบน้ำ การไม่ดูแลตนเอง เป็นต้น เป็นการสร้างความทุกข์ ความลำบากให้กับตนเองโดยไม่เกิดประโยชน์ เข้าข่าย “ทุกรกิริยา” ซึ่งมิใช่ทางสายกลาง
  3. หากว่าด้วยเรื่องทางแพทย์แผนปัจจุบัน ควรจะปรึกษาจิตแพทย์เพื่อตรวจสอบดูว่าเกี่ยวข้องกับอาการของโรคซึมเศร้าหรือไม่

 

เมื่อเรานำเหตุการณ์นี้มาเชื่อมโยงกับหลักธรรม ควรจะพิจารณาร่วมด้วยกับประเด็นต่อไปนี้

  • เกี่ยวข้องด้วยอบายมุขหรือไม่ เช่น นักเลงสุรา นักเลงเจ้าชู้ นักเลงการพนัน คบเพื่อนชั่ว
  • มีศีลอยู่หรือไม่
  • ไม่มีกำลังใจ เพราะไม่มีศรัทธา อาจจะกลุ้มใจ กังวลใจจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

 

เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราที่ควรจะทำให้บิดามารดา ผู้มีพระคุณ หรือบุคคลอันเป็นที่รักนั้นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อันได้แก่

  1. เปลี่ยนแปลงท่านจากที่มีอบายมุข ให้ไม่มีอบายมุข
  2. เปลี่ยนแปลงท่านจากที่ไม่มีศีล ให้มีศีล
  3. ปลูกศรัทธา ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น
  4. ผู้เป็นบุตรควรจะพิจารณาตนเองด้วย ว่าปฏิบัติตนต่อบิดามารดาดีหรือไม่ พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบว่าบุตรไม่ควรประพฤติตนดังเช่น
    • สุนัขที่รุกรานสุกร
    • รากษส (ผีเสื้อสมุทร) ที่หวงสระน้ำ หากใครมาดื่มน้ำที่สระนี้ก็จะถูกรากษสตนนี้เบียดเบียน
    • ม้าแก่ที่ไม่สามารถใช้งานได้ ก็จะมีแต่คนไล่หนี
    • พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบว่า ไม้เท้ายังประเสริฐกว่าบุตรประเภทที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ เพราะไม้เท้าสามารถกันโคดุหรือสุนัขก็ได้ มีไว้ยันข้างหน้าเวลามืดก็ได้ หรือใช้หยั่งลงไปในที่ลึกก็ได้

หากเราเลี้ยงดูบิดามารดาแล้วถือเป็นมงคลอย่างยิ่ง เป็นโอกาสสร้างบุญกุศล เป็นการทำความดีแล้ว นั่นหมายความว่าเรือนนั้นมีอริยบุคคลอยู่ ซึ่งประกอบไปด้วย “อาหุเนยบุคคล” (เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย หรือผู้ควรแก่ของคำนับ) “อัญชลีกรณียบุคคล” (เป็นบุคคลที่ควรได้รับการบูชา) และ “ทักขิเณยบุคคล” (เป็นผู้ควรแก่ทักษิณาทาน) แต่เรายังรู้สึกขุ่นข้อง รำคาญใจ แสดงว่าเรามีความยึดถือ ต้องแก้ไขที่จิตเราเอง ในทางพุทธศาสนายังมีหลักคำสอนเกี่ยวกับหน้าที่ของบุตรพึงปฏิบัติต่อมารดาบิดา 5 ประการ ดังนี้

  • ท่านเลี้ยงเราแล้ว ต้องเลี้ยงท่านตอบแทน ดูแลเรื่องความเป็นอยู่พื้นฐาน อาหารการกิน ครอบคลุมไปจนถึงปัจจัยสี่ทั้งหมด
  • ทำกิจการงานของท่าน งานของท่านที่ได้ทำมาแล้ว และยังคงดำเนินการอยู่ หรือภาระใดๆที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ลูกควรต้องสอบถาม แสดงน้ำใจทั้งช่วยท่านแบ่งเบาภาระ
  • ดำรงรักษาวงศ์สกุล ให้คงอยู่และไม่เสื่อมเสียหาย รักษาความดี ศีล สมาธิ ปัญญาที่พ่อแม่ได้ทำไว้ การที่จะให้สกุลคงอยู่ได้ลูกจึงต้องคบหาแต่เพื่อนที่ใฝ่ดี ไม่ชักชวนไปในทางเสื่อม โดยเฉพาะต้องทำหน้าที่ของตน ในเบื้องต้นคือเชื่อฟังคำสั่งสอนท่าน เรียนและศึกษาตามหน้าที่อย่างสมบูรณ์ แม้ไปทำงานจะมีครอบครัว ก็ต้องปรึกษาท่านเพื่อให้ได้มาซึ่งสามีภรรยาที่ดี
  • ปฏิบัติตนเป็นทายาท เป็นคนดี ผู้สมควรรับมรดก ต้องทำตนให้สมควรรับ เพื่อให้ท่านได้สบายใจว่าสมบัตินี้จะไม่สูญไปเมื่อมอบให้ นั้นคือต้องเป็นผู้อยู่ในศีล ในธรรม และรักษามรดกไว้อย่างดี ไม่ให้ขาดสูญ
  • เมื่อท่านล่วงลับ ทำบุญอุทิศให้ เป็นหน้าที่ของลูกโดยตรง ที่จะต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน เพราะนอกจากจะได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแล้ว ยังได้รู้จักบริจาคทาน เข้าหาพระ เข้าหาวัด นี้เองที่จะเป็นสิ่งไม่ให้เราเสื่อมไป แม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ที่เราเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ มีหน้าที่การงาน มีครอบครัว เป็นคนดีบ้างไม่ดีบ้าง ก็เพราะเรามีบิดามารดาเป็นแดนเกิด ชุบเลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็ก ซึ่งท่านต้องมีส่วนที่ดีอยู่แน่นอน ให้เราตั้งจิตไว้ในความดีอันนั้น เพื่อพัฒนายิ่งๆขึ้นไป ทำให้เรามีจิตที่แจ่มใส ไม่ขัดเคือง ทำหน้าที่ของเราในทิศทั้งหกได้เป็นอย่างดี เพื่อที่ทิศนั้นจะไม่เป็นภัย

 

---ตอบคำถาม : คุณ Pla Karathisa

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง