ตถาคโต โลเก อุปฺปนฺโน

HIGHLIGHTS:

  • บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ระลึกถึงสัมมาสัมพุทธ โดยการระลึกถึงคุณสมบัติ คุณธรรมของท่าน นั่นคือ พุทธานุสติ คือ พุทธะ พุทโธ อยู่ในใจ
  • บุคคลที่ระลึกถึงสัมมาสัมพุทธอย่างถูกต้อง มีความรู้ยิ่ง มีความมั่นใจ มีความลงใจ จิตใจนั้นจะน้อมไปสู่การประพฤติปฏิบัติ ทำจริงแน่วแน่จริงที่จะต่อสู้กับกิเลสทั้งหลาย
  • จิตที่มีความเป็นสัมมาสัมพุทธ ให้มั่นใจเถิดว่า พระพุทธเจ้าอยู่กับเรา อยู่ในใจของเรานี้

บทคัดย่อ

 

อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปนฺโน

พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้

อรหํ

เป็นผู้ไกลจากกิเลส

สมฺมาสมฺพุทฺโธ

เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน

เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะคือข้อปฏิบัติเพื่อให้ถึงวิชชานั้น

สุคโต

เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี

โลกวิทู

เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง

อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ

เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า

สตฺถา เทวมนุสฺสานํ

เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

พุทฺโธ

เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานด้วยธรรม

ภควา

เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์

โส อิมํ โลกํ สเทวกํ สมารกํ สพฺรหฺมกํ สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ สเทวมนุสฺสํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทสิ ฯ

พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด, ได้ทรงทำความดับทุกข์ให้แจ้งด้วยพระปัญญาอันยิ่งเองแล้ว, ทรงสอนโลกนี้พร้อมทั้งเทวดา, มารพรหม, และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์, พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม

โย ธมฺมํ เทเสสิ

พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด, ทรงแสดงธรรมแล้ว

อาทิกลฺยาณํ

ไพเราะในเบื้องต้น

มชฺเฌกลฺยาณํ

ไพเราะในท่ามกลาง

ปริโยสานกลฺยาณํ

ไพเราะในที่สุด

สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ

เกวลปริปุณฺณํปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสสิ

ทรงประกาศพรหมจรรย์ คือแบบแห่งการปฏิบัติอันประเสริฐ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง, พร้อมทั้งอรรถะ (คำอธิบาย) พร้อมทั้งพยัญชนะ (หัวข้อ) ;

 

 

วิธีการที่จะระลึกถึงพระพุทธเจ้าที่ถูกต้อง

 

การที่จะระลึกถึง เห็นพระพุทธเจ้าได้อย่างแท้จริง เข้าถึงธรรมะที่ได้ทรงสอนไว้ ให้เราระลึกถึงคุณของสัมมาสัมพุทธ เช่น ความเป็นผู้ที่จะสามารถที่จะสอนเทวดาและมนุษย์ได้ ความเป็นผู้ที่สามารถจำแนกแจกธรรมออกได้ เราระลึกถึงคุณธรรมตรงนี้ เหมือนเราอยู่ต่อหน้าพระพุทธเจ้า ถ้าเรามีการระลึกถึงอย่างนี้ จะมีความมั่นใจ ลงใจ มีความเชื่อใจในคำสอนที่งดงามในเบื้องต้น งดงามในท่ามกลาง งดงามในที่สุด เป็นคำสอนที่มาพร้อมทั้งหัวข้อและคำอธิบาย

 

 

ฟังธรรมแล้วจะมีความลงใจ มีความเชื่อใจ ในธรรมะที่มีความงดงาม

 

บุคคลที่ฟังธรรมแล้ว มีความมั่นใจแล้วในคำสอนของพุทธะ จิตใจนั้นจะน้อมไปสู่การประพฤติ การทำ การปฏิบัติทันที เช่น เรื่องของศีล บุคคลที่จะรักษาศีลอยู่ได้ เข้าถึงการปฏิบัติได้ เขาต้องมีปัญญาระดับหนึ่ง มีปัญญาในที่นี้ คือการเอาความรู้นั้นเข้ามาสู่ในใจ คือ ถ้าความรู้ยังอยู่แค่ที่สมองยังดับทุกข์ไม่ได้ ต้องคำว่า ความรู้ยิ่ง คือ ความรู้ที่เข้าไปสู่ในใจ บุคคลที่มีศรัทธา มีความมั่นใจ จะนำธรรมะเข้าสู่จิต มันจะทะลุลงไปถึงจิต มันจะเย็น ชุ่มเย็นอยู่ในใจ

 

 

คนที่ฟังธรรมะแล้วมีการปฏิบัติ

 

การทำจริงแน่วแน่จริงนั่นแหละ ที่บ่งบอกถึงความมั่นใจ ความลงใจ ความเชื่อใจในข้อมูลที่เขาได้รับฟังมา คือ ถ้าได้ฟังแล้ว อ่านแล้ว รู้แล้ว แต่ยังไม่ได้เกิดการทำจริง การแน่วแน่จริง แสดงว่าข้อมูลผ่านเข้ามานั้น ยังไม่ได้ทำให้เกิดความศรัทธา ยังไม่ลงใจ ยังไม่เชื่อใจ ยังมีความเคลือบแคลง อาจจะยังมีความเห็นที่ขัดแย้งในข้อปฏิบัติในมรรคอย่างใดอย่างหนึ่ง

พระพุทธเจ้าจึงบอกว่า บุคคลที่ได้ฟังธรรมนั้นแล้ว ย่อมถึงความมีศรัทธาในพระตถาคตเจ้า มีศรัทธาในธรรมะที่ได้ฟัง จะมีความเห็นชัดเจนว่า ตัวเรานี้ถูกต้องความทุกข์อยู่แล้ว ด้วยความเกิดบ้าง ความแก่บ้าง ความตายบ้าง การที่จะพ้นจากความทุกข์ตรงนี้ได้ บางทีมันก็ยาก จิตนั้นน้อมไปสู่การประพฤติพรหมจรรย์

 

 

การสำรวมอินทรีย์จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีสติสัมปชัญญะ

 

การถึงพร้อมด้วยการสำรวมทางกาย วาจา ใจ หมายถึงมีอินทรีย์สังวร ไม่ให้บาปอกุศลทั้งหลายผ่านเข้ามาทางตา เห็นภาพที่น่าพอใจก็ไม่ให้ความกำหนัดลุ่มหลงเกิดขึ้นในใจ ได้ยินเสียงที่ไม่น่าพอใจ ก็ไม่ความโกรธความขัดเคือง ความรุ่มร้อนเกิดขึ้นในใจ ได้กลิ่นที่ไม่สามารถบอกได้ว่า เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ เห็นถึงความไม่เที่ยงของความรู้สึกที่เป็นอทุกขมสุขเวทนานั้น

การสำรวมอินทรีย์ ต้องเป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะ มีสมาธิ จิตมีอารมณ์อันเดียว เห็นสิ่งต่างๆ ผ่านมาก็ผ่านไป ใจของเราไม่เข้าไปเกลือกกลั้วในอารมณ์นั้นๆ จะเป็นความสุขก็ตาม ความทุกข์ก็ตาม

สิ่งใดมากระทบ ก็ให้เป็นเรื่องของเขา มีเหตุมีปัจจัยมาอย่างไร มันก็เปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัยของมัน เหตุปัจจัยมันยังคงอยู่ มันก็อาจจะยังคงอยู่ เหตุปัจจัยมันเปลี่ยนแปลงไป มันก็เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย

 

 

พุทธานุสติ

 

จิตที่เข้าไปรู้ ความรู้สึกนั้น อย่าให้มีความหวั่นไหว แต่ให้มีที่ตั้งที่ระลึกถึง ที่พึ่งที่อยู่อย่างถูกต้อง สิ่งที่เราตั้งเอาไว้ ระลึกถึงเอาไว้ นั่นคือ พุทธานุสติ คือ การระลึกถึงพระพุทธเจ้า

บุคคลที่ระลึกถึงสัมมาสัมพุทธอยู่อย่างถูกต้อง จิตใจมีความมั่นใจ มีความลงใจ จะมีการทำจริงแน่วแน่จริงที่จะต่อสู้กับกิเลสทั้งหลาย มีพุทธานุสติตั้งเอาไว้ ระลึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่อย่างสม่ำเสมอ

จิตที่มีความเป็นสัมมาสัมพุทธ ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นที่มั่นคงเป็นที่พึ่งเป็นที่เกาะเป็นที่ให้เหนี่ยวรั้งไว้ได้ เป็นที่ให้จับได้ เป็นที่ให้เราพึ่งพาอาศัยในคุณงามความดีได้ เราระลึกถึงตรงนี้อยู่ในใจของเรา ให้มั่นใจเถิดว่า พระพุทธเจ้าอยู่กับเรา อยู่ในใจของเรานี้

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ก่อนหน้า