การทำบุญ

HIGHLIGHTS:

  • ความหมายและรายละเอียดของหมวดธรรม “อนุปุพพิกถา”
  • อานิสงค์ที่แตกต่างกันของการให้ทานและการปฏิบัติบูชา

บทคัดย่อ

หากจำแนกฆราวาสในสังคมปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญ เราสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  1. ไม่สนใจเรื่องการทำบุญแต่อย่างใด
  2. ให้ทานอย่างเดียว แต่ไม่ปฏิบัติบูชาโดยการทำสมาธิหรือปฏิบัติธรรมใดๆ เลย
  3. มุ่งเน้นการปฏิบัติธรรม แต่ไม่ค่อยได้ทำบุญหรือให้ทานมากนัก

 

หากจำแนกประเภทของคนตามการยึดเอาสิ่งต่างๆเป็นที่พึ่ง สามารถจัดแบ่งได้ดังนี้

  1. คนไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งเลย สามารถทำชั่วได้ทุกอย่าง อย่างไม่ละอายใจและเกรงกลัวต่อบาป
  2. คนมีที่พึ่งยังไม่ถูกต้อง เช่น ต้นไม้ ภูเขา ดวงดาว หมอดู หรือไสยศาสตร์ เป็นต้น ก็ยังดีกว่าคนที่ไม่มีที่พึ่ง
  3. คนมีที่พึ่งที่ถูกต้องอันได้แก่ พุทโธ ธัมโม สังโฆ จะห้ามเราเสียจากบาป ทำให้เรามีจิตบริสุทธิ์ เป็นคนเหนือบุญเหนือบาป เหนือเรื่องของดวง และเป็นคนพ้นกรรมและสิ้นกรรมได้

 

เมื่อเรานำมาเชื่อมโยงกับอานิสงค์ที่จะเกิดขึ้นได้ของการให้ทาน บริจาค จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับกัณฑ์เทศน์ที่ 3 ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงเทศน์เอาไว้ เพื่อปรับความเห็นของคนที่ไม่มีที่พึ่งเลยหรือคนมีที่พึ่งยังไม่ถูกต้อง ให้กลับมาที่พึ่งที่ถูกต้องได้ด้วยกัณฑ์เทศน์ที่ชื่อว่า “อนุปุพพิกถา” ซึ่งก็คือ เรื่องราวของการแสดงธรรมที่เป็นไปตามลำดับ ที่คนจะต้องมีก่อน รู้ก่อน เพื่อที่จะทำความเข้าใจอริยสัจสี่ได้ ประกอบไปด้วย

  1. ทาน คือการให้ การสละออก เพื่อกำจัดความตระหนี่ซึ่งเป็นมลทินของจิต ทำให้จิตเศร้าหมอง ประกอบด้วย
    • วัตถุที่สามารถให้ได้ต้องบริสุทธิ์ ได้มาอย่างสุจริตด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของตนเอง ไม่ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของเขาไม่ให้
    • เกิดจากศรัทธาของผู้ให้ทั้งก่อนให้ (ทำให้มีจิตน้อมไป) ระหว่างให้ (ทำให้มีความปลื้มใจ) และหลังให้ (ทำให้มีความเลื่อมใส)
    • อีกทั้งถ้าผู้รับหรือเนื้อนาบุญเป็นผู้มีคุณธรรมสูง เป็นผู้ที่มีราคะ โมหะ โทสะเบาบางหรือไม่มีเลย จะยิ่งทำให้บุญนั้นส่งผลมากยิ่งขึ้นไป
  2. ศีล คือความเป็นปกติ โดยการรักษาศีลห้าหรือศีลแปดเป็นเบื้องต้น และควรจะรวมถึงสัมมาวาจาด้วย
  3. สวรรค์ คืออานิสงค์ที่เกิดจากการให้ทานด้วยและรักษาศีลด้วย จิตใจผู้นั้นจะมีความสบายใจ ไม่มีความร้อนใจ มีความสุข เป็นจิตใจที่เหมือนอยู่บนสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่น่ารื่นรมย์ น่าพอใจ เป็นที่น่าสบาย
  4. โทษของกาม คือถ้าเรามีความยินดี พอใจ กำหนัด ลุ่มหลง ยึดถือ มัวเมา เพลิดเพลินในสวรรค์หรือความสุขที่เกิดจากทางตา หู จมูก ลิ้นและกาย มันจะทำให้เราเพลิน ลุ่มหลงหรือประมาทได้ อาจทำให้เราผิดศีลได้ เป็นกับดักของมาร เพราะกามมีโทษมากแต่มีประโยชน์น้อย
  5. อานิสงส์ในการหลีกออกจากกาม คือวิธีแก้หรือหลีกออกจากโทษของกาม โดยการปฏิบัติเนกขัมมะ ซึ่งเป็นการเน้นทำสมาธิ ปฏิบัติธรรมเพื่อมุ่งเน้นสู่นิพพาน

 

ดังนั้นหากเราจะแนะนำผู้ใดในเรื่องของการทำบุญ รักษาศีล หรือปฏิบัติธรรม ก็ควรจะไล่เลียงไปเป็นลำดับขั้นตาม “อนุปุพพิกถา” รวมถึงต้องค่อยๆบอกค่อยๆสอน เพื่อที่ผู้ฟังเกิดปิติ มีจิตใจที่อ่อนนุ่ม อ่อนโยน พร้อมที่จะรับฟังอย่างเข้าใจ และสามารถเห็นคุณค่าเพื่อพัฒนาในระดับที่สูงขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามเส้นทางของทาน ศีล ภาวนา หรือหลักอริยมรรคมีองค์แปดนั่นเอง

 

“เพราะสงัดจากกามและสงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย จึงบรรลุปฐมฌาน ….
มีปิติและสุขอันเกิดจากความวิเวก แล้วตั้งอยู่ในธรรมนั้นได้”

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง