กาลามสูตร

HIGHLIGHTS:

  • รายละเอียดเกี่ยวกับกาลามสูตร (เกสปุตตสูตร)
  • คำอธิบายเกี่ยวกับคำว่า “สมมติเทศนา” กับ “ปรมัตถ์เทศนา“
  • การเป็นฆราวาสธรรมดาที่ดี ควรทำอย่างไร

บทคัดย่อ

 

คำถาม 1: ขอคำอธิบายในแง่มุมกาลามสูตร (เกสปุตตสูตร) ควรเชื่ออย่างไรและควรเชื่อใคร

คำตอบ 1: กาลามสูตร (เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตตสูตร) คือ พระสูตรที่มาในอังคุตตรนิกาย ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตตนิคม แคว้นโกศล ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่

  1. มา อนุสฺสวเนน - อย่าถือเอาว่าจริงหรืออย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา
  2. มา ปรมฺปราย - อย่าถือเอาว่าจริงหรืออย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบ ๆ กันมา
  3. มา อิติกิราย - อย่าถือเอาว่าจริงหรืออย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ
  4. มา ปิฏกสมฺปทาเนน - อย่าถือเอาว่าจริงหรืออย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
  5. มา ตกฺกเหตุ - อย่าถือเอาว่าจริงหรืออย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรกะ (การคิดเอาเอง)
  6. มา นยเหตุ - อย่าถือเอาว่าจริงหรืออย่าปลงใจเชื่อ เพราะการอนุมาน (คาดคะเน)
  7. มา อาการปริวิตกฺเกน - อย่าถือเอาว่าจริงหรืออย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
  8. มา ทิฎฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา - อย่าถือเอาว่าจริงหรืออย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
  9. มา ภพฺพรูปตา - อย่าถือเอาว่าจริงหรืออย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้
  10. มา สมโณ โน ครูติ - อย่าถือเอาว่าจริงหรืออย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่าท่านสมณะนี้ เป็นครูของเรา

 

สาระสำคัญของพระสูตรนี้คือ ใครจะกล่าวอย่างไรก็ตาม เราต้องสามารถรู้ด้วยตนเองและตรวจสอบได้ว่า

  • หากกระทำสิ่งใดที่เป็นเรื่องกุศล (ความไม่มีโลภะ ไม่มีโทสะ ไม่มีโมหะ) ถือเป็นเรื่องที่ดีและควรกระทำ
  • หากกระทำสิ่งใดที่เป็นเรื่องกุศล (เต็มไปด้วยโลภะ โทสะ โมหะ) ถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีและไม่ควรทำ

 

- - - ตอบคำถาม : คุณสิ่งทั้งปวง ไม่ควรไปยึดมั่นถือมั่น

 

คำถาม 2: ขอคำอธิบายเกี่ยวกับคำว่า “สมมติเทศนา” กับ “ปรมัตถ์เทศนา”

คำตอบ 2: ตามพุทธพจน์ คำว่า “เทศนา” หมายถึงคำสอน เมื่อนำมาใช้คู่กับ

  • คำว่า “สมมติ” เป็น “สมมติเทศนา” จะหมายถึง คำสอนที่ยังอยู่ในโลกอยู่
  • คำว่า “ปรมัตถ์” เป็น “ปรมัตถ์เทศนา” จะหมายถึง คำสอนที่นำไปสู่เบื้องสูง ไปสู่ที่สุด

หากย้อนกลับมาดูตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ทรงแบ่งธรรมะออกเป็น 2 หมวดด้วยกันคือ

  1. โลกียะ ว่าด้วยหมวดที่เกี่ยวเนื่องด้วยกับโลก ยังเกี่ยวเนื่องด้วยกับอาสวะ ยังเป็นส่วนแห่งบุญ ยังเกี่ยวเนื่องด้วยของหนัก ยังอยู่ในระบบสมมติ เช่น การทำบุญหรือบาป กรรมดีกรรมชั่ว พ่อมี แม่มี นรกสวรรค์มี เป็นต้น ซึ่งคำสอนจะเกี่ยวข้องกับการแบ่งจ่ายทรัพย์ การดูแลมารดาบิดา ทิศทั้งหก กฏแห่งกรรม
  2. โลกุตตระ ว่าด้วยหมวดที่อยู่ในระดับเหนือโลก เป็นไปเพื่อนิพพาน เป็นไปเพื่อสิ้นอาสวะ เป็นหนทางไปสู่โลกุตตระ ซึ่งคำสอนจะเกี่ยวข้องกับโพธิปักขิยธรรม 37 อภิญญาเทสิตธรรม อริยสัจสี่ หรือสมถะวิปัสสนา

อย่างไรก็ตามทั้งโลกียะและโลกุตตระเป็นส่วนของอริยะมรรคมีองค์แปดทั้งสิ้น จะปฏิบัติในหมวดใดก็ถือว่าเป็นส่วนดีทั้งสิ้น หากสามารถปฏิบัติในส่วนใดได้ให้ลงมือทำก่อนได้เลย

 

- - - ตอบคำถาม : คุณสิ่งทั้งปวง ไม่ควรไปยึดมั่นถือมั่น

 

คำถาม 3: บทสวดมนต์ใดบ้างที่ฆราวาสธรรมดาควรจะนำมาสวดทุกวัน

คำตอบ 3: การทรงจำคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะสวดมนต์บทใดก็ถือว่าดีทั้งหมด ซึ่งอาจจะเริ่มจากบทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (การหมุนกงล้อแห่งธรรมจักร) ก็ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นคำสอนใดๆในทางพระพุทธศาสนาก็มีต้นกำเนิดมาจากอริยสัจสี่โดยทั้งสิ้น พร้อมกับการตั้งความเห็นในคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้อย่างถูกต้อง

หากแต่คำถามที่ควรจะเป็นนั้นคือ “ความเป็นฆราวาสธรรมดาที่ดี เป็นได้อย่างไร” ซึ่งเราสามารถตรวจตราว่าตนเองประกอบอยู่ในคุณธรรมดังนี้

  1. มีโสตาปัตติยังคะ 4 อันประกอบด้วย
    • ศรัทธาอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า
    • ศรัทธาอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระธรรมอันพระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว
    • ศรัทธาอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในหมู่แห่งผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
    • รักษาศีลห้า หรือมีศีลชนิดที่เป็นที่พอใจของพระอริยเจ้
  2. ประกอบสัมมาอาชีพ โดยยกเว้นการค้าขาย 5 อย่าง ดังนี้
    • ค้าขายอาวุธที่ใช้ทำร้ายกัน เช่น ปืน ระเบิด เป็นต้น
    • ค้าขายยาพิษ เช่น ยาฆ่าแมลง หรือยาที่ทำร้ายชีวิตอื่น เป็นต้น
    • ค้าขายมนุษย์ ถ้าเป็นสมัยก่อนคือค้าขายทาส แต่ปัจจุบันมักจะเห็นในรูปแบบค้าขายสตรีหรือเด็ก
    • ค้าขายสัตว์เป็นเพื่อนำไปฆ่า เช่น เลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อนำไปขายให้เขาฆ่าเป็นอาหาร เป็นต้น
    • ค้าขายของมึนเมาและยาเสพติด เช่น ยาบ้า กัญชา สุรา บุหรี่ เป็นต้น

ดังนั้นหากเราจะสวดมนต์ก็ควรเป็นบทที่เกี่ยวกับการสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และการสมาทานศีล พร้อมทั้งต้องเข้าใจความหมายของบทสวดนั้นด้วย เมื่อเราระลึกถึงคุณของท่านแล้ว ก็ควรทรงคุณของท่านไว้ในใจ และจะทำให้ความเป็นฆราวาสของเราดีขึ้นมาได้

 

- - - ตอบคำถาม : คุณกฤษณา สังคริโมกข์

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง