อย่าเอาทุกข์มาเป็นของตน

HIGHLIGHTS:

  • ความหมายของคำว่า “ทุกข์”
  • ทุกข์เกิดขึ้นได้เพราะอะไร และมีกลไกการทำงานอย่างไร
  • วิธีรับมือกับ “ทุกข์”

บทคัดย่อ

ในทางพระพุทธศาสนา ความทุกข์กินใจความกว้างครอบคลุมทั้ง

  • สิ่งที่เป็นทุกขเวทนา เช่น ถูกตำหนิติเตียน ติฉินนินทา ถูกโกง สูญเสียเงินทอง ไม่สมปรารถนา สุขภาพเจ็บป่วย เป็นต้น
  • และหมายรวมไปถึงสิ่งที่เป็นสุขเวทนาด้วยเช่นกัน อันได้แก่ อาหารอร่อย มีรูปสวย เงินทองมาก พร้อมด้วยเกียรติยศ เป็นต้น
  • ทั้งทุกขเวทนาและสุขเวทนา รวมเรียกว่า “กองทุกข์”

 

ความทุกข์ หมายถึง สิ่งที่ทนได้ยาก สิ่งที่อยู่ในสภาพเดิมไม่ได้หรือได้ยาก ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นหากเรายึดถือเอาเป็นของเรา ก็จะทำให้เราสุขไปตามหรือทุกข์ไปตามก็ได้

“ความยึดถือ” เกิดขึ้นได้จากการคืบคลานไปด้วยอำนาจของตัณหา และปกปิดบดบัง หลอกลวงไว้ด้วยอวิชชาซึ่งอาศัยอยู่ในจิตของเรานั่นเอง เพราะจิตที่คดโกง ล่อลวง ปลอมเทียม ปลิ้นปลอก หลอกลวง จนทำให้เราไปยึดถือในรูป เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณโดยความเป็นตัวตน ซึ่งเราจะไม่สามารถยึดเอาสิ่งต่างๆไม่ว่าจะมาในรูปแบบของสิ่งที่เป็นทุกขเวทนาหรือสุขเวทนามาเป็นที่พึ่งของเราได้ เพราะจิตนั้นมีลักษณะการสั่งสม และปรุงแต่งให้วิจิตรพิสดารมากยิ่งขึ้นให้เกิดเป็นสภาวะต่างๆเกิดขึ้นมา

เราสามารถตัดกระแสหรือทวนกระแสของทุกข์ได้ด้วยการมีมรรคแปดเป็นที่พึ่ง ซึ่งการจะปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์แปดได้นั้นเกิดจากความเพียรและความศรัทธาในพุทโธ ธัมโม และสังโฆ เพราะการฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ดี เพื่อที่จะใช้ศีล สมาธิ และปัญญาเป็นหลักและต้องทำให้มีมากขึ้นเรื่อยๆ จะสามารถทำให้เราแยกแยะ มองเห็นทุกข์หรือมรรคได้อย่างแยบคาย

เมื่เจอสุขเวทนาอย่าเผลอเพลิน อย่ามีความคิดในทางกาม พยาบาท เบียดเบียน ในทางกลับกันหากพบทุกขเวทนา อย่าให้มีความพยาบาทหรือความไม่อยาก (วิภวตัณหา) เกิดขึ้น แต่เราควรตั้งศีล สมาธิ และปัญญาให้ดี ให้มีความอดทน เมื่อเราปฏิบัติไปเรื่อยๆ จะทำให้สุขทุกข์เบาบางลง ทำความเข้าใจว่าสุขทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา สมหวังหรือผิดหวังก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเราทำความเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว เราจะสามารถวางทั้งกองลงได้และไม่ทำให้ความทุกข์นั้นมาเป็นของเรา เป็นคนที่เหนือทั้งสุขเวทนาและทุกขเวทนานี้ได้ ในที่สุดก็จะทำให้เรามีความสุขที่เกษมยิ่งขึ้นไปได้

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง