มีวิญญาณที่ไหน เกิดผัสสะที่นั่น

HIGHLIGHTS:

  • เมื่อรู้สึกเฉยมากๆ ในการไปวัดหรือฟังธรรม ตั้งจิตแบบนี้ถูกหรือไม่
  • ผู้ชายที่คบกับผู้หญิงโดยที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงยังไม่รู้ หรือการซื้อบริการทางเพศโดยความเต็มใจทั้งสองฝ่าย ถือว่าผิดศีลข้อ 3 หรือไม่
  • ในขณะที่นั่งสมาธิ มักจะมีความจำหรือความคิดหรือเรื่องราวต่างๆโผล่ขึ้นมามากมาย สิ่งเหล่านั้นเรียกว่า “สัญญาขันธ์และสังขารขันธ์” ใช่หรือไม่ และอาการใดคือ "ผัสสะ"

บทคัดย่อ

 

คำถาม 1: ในระยะหลัง ผู้ถามเริ่มรู้สึกเฉยๆ ในการไปวัดหรือไปฟังธรรม แม้แต่การให้ทาน แต่ก็ไม่ได้ใช้เงินไปกับการกินดื่ม เที่ยว หรือช้อปปิ้งแต่อย่างใด ยังเห็นว่าการทำบุญนี้ดีกว่า แต่รู้สึกเฉยมากๆ ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าตัวเองตั้งจิตถูกหรือไม่ แล้วบางครั้งมองสิ่งต่างๆ ภายนอกก็เห็นความเป็นอนัตตาขึ้นมาทันที ไม่มีความเป็นอดีต อนาคตอะไรอีก จึงต้องการขอคำแนะนำในส่วนนี้

คำตอบ 1: ถือว่าผู้ถามได้ก้าวข้ามเรื่องของกามและปิติไปแล้ว แต่ยังติดอยู่ที่ความละเอียดในการแยกแยะหมวดธรรมะต่างๆ ในการให้ทานต้องมีศรัทธาเต็มและตั้งมั่น ซึ่งอาจจะมีปิติหรือไม่ก็ได้ เพราะการที่จิตยิ่งละเอียดลงตั้งแต่ข้ามกาม รักษาศีล ไม่มีความร้อนใจเกิดขึ้น ก็จะทำให้เราเห็นคุณธรรมต่างๆละเอียดตาม และกิเลสก็จะยิ่งละเอียดตามไปสกัดเอาไว้ด้วย ทั้งนี้อาการเฉยๆอาจจะเป็นอุเบกขาก็ได้ ซึ่งจะต้องรักษาไว้ให้ดี แต่ถ้าไม่ทำบุญให้ทานอะไรเลยก็ถือว่าศรัทธาตก

อริยบุคคลทั้งหลายจะมีเครื่องทดสอบที่แตกต่างกันไปดังนี้

  • ความเป็นพระโสดาบัน จะถูกทดสอบด้วยเรื่องศีลและศรัทธามาเป็นเครื่องทดสอบ
  • ความเป็นพระอนาคามี จะถูกทดสอบด้วยเรื่องของกามว่าเรามีใจคล้อยไป ยินดี พอใจ ซึ่งต้องอยู่ได้ด้วยปิติ ปราโมทย์และอุเบกขา
  • ความเป็นพระอรหันต์ จะถูกทดสอบด้วยความเป็นตัวตน ความเป็นอนัตตา ความไม่เที่ยง

การที่จะสามารถละกิเลสและอวิชชาต่างๆได้ เราจะต้องเห็นธรรมะให้ละเอียดมากขึ้นโดยต้องมีทั้งสติและปัญญาที่เฉียบคมมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างศรัทธา อุเบกขา และปิติออกได้ว่าเกิดขึ้น มีอยู่ และดับลงได้ในเวลาใดบ้าง

 

----ตอบคำถาม : คุณตฤณ

 

คำถาม 2: จะเป็นการผิดศีลข้อ 3 หากว่า

  1. ผู้ชายที่คบกับผู้หญิงโดยที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงยังไม่รู้ เช่น ช่วงที่เป็นนักศึกษาและเป็นแฟนกันตั้งแต่ ปี1 - ปี4 พอเรียนจบมีการมีงานทำ ค่อยพากันไปสู่ขอและแต่งงานกัน
  2. การซื้อบริการทางเพศ คือผู้หญิงเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว หาเงินเองได้ มีวุฒิภาวะ แต่มารับจ๊อบขายบริการเพื่อหารายได้เสริม ส่วนผู้ชายก็โสดและก็มีการตกลงกัน ว่าจ้างกันแบบพึงพอพอใจทั้ง 2 ฝ่าย

คำตอบ 2: ศีลข้อ 3 ว่าด้วยการไม่ประพฤติผิดในกาม เฉพาะเจาะจงในหญิงที่ยังมีบิดามารดารักษา ทั้งไม่ผิดจารีตประเพณีในรูปแบบต่างๆ และไม่ล่วงละเมิดลงไปในกิจกรรมของคนคู่อันมีน้ำเป็นที่สุดจบด้วย ดังนั้นการที่ผู้ชายคบกับผู้หญิงโดยที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงยังไม่รู้หรือการซื้อบริการทางเพศก็ถือว่าศีลเกิดด่างพร้อยแต่ยังไม่ขาด

พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบว่า กามเปรียบเสมือนอุจจาระหรือของโสโครกที่เหล่าพระอรหันต์คายทิ้งแล้ว ไม่อยากแตะต้องแล้ว ดังนั้นให้เราเห็นว่ากามเป็นภัย ทำอันตรายให้กับผู้เสพได้จริง แต่ศีลห้าเป็นการรักษาเราจากกาม จากความกำหนัด ยินดี พอใจในทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และป้องกันไม่ให้อันตรายและการเบียดเบียนนั้นขยายออกเป็นวงกว้าง อีกทั้งอานิสงค์ของการละจากกามคือ สามารถทำให้บรรลุธรรมขั้นพระอนาคามีด้วย

 

คำถาม 3: ในขณะที่นั่งสมาธิ มักจะมีความจำหรือความคิดหรือเรื่องราวต่างๆโผล่ขึ้นมามากมาย สิ่งเหล่านั้นเรียกว่า “สัญญาขันธ์และสังขารขันธ์” ใช่หรือไม่ คือเข้าใจมาว่าเหตุเกิดของสัญญาขันธ์และสังขารขันธ์คือ "ผัสสะ" จึงต้องการทราบว่าอาการไหนคือผัสสะ คือเหมือนสัญญาขันธ์สังขารขันธ์พวกนั้นมันเกิดขึ้นเองลอยๆมาเอง นั่งสงบๆอยู่ ความจำก็โผล่มาเลยครับ

คำตอบ 3: ผัสสะเกิดขึ้นได้จากการประกอบพร้อมกันด้วยธรรม 3 ประการคือ อายตนะภายใน อายตนะภายนอก และวิญญาณ กล่าวคือ เรารับรู้เมื่อไร ผัสสะเกิดขึ้นเมื่อนั้น เช่น ความสงบหรืออุเบกขาที่เกิดจากการนั่งสมาธิ การรับรู้ถึงน้ำหนักตัวที่ตกลงบนที่นั่ง เป็นต้น

ไม่ว่าจะเป็นกิเลส สัญญา สังขาร หรือแม้กระทั่งมรรคแปด ต่างก็มีผัสสะเป็นแดนเกิดทั้งสิ้น และเราเห็นได้เฉพาะปัจจุบันหรือจุดนั้นเท่านั้นเอง แต่มันลวงเราว่าเกิดขึ้นเป็นกระแสต่อเนื่องตลอดเวลา ดังนั้นหากเราเห็นว่าเกิดผัสสะขึ้น สามารถละวางได้ ก็จะทำให้หลุดพ้นและที่สุดแห่งทุกข์เกิดขึ้นได้ ณ จุดนั้น

 

---- ตอบคำถาม : คุณโจ้ นะคับ

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง