หากยึดติดในโลกธรรมแปด

HIGHLIGHTS:

  • การที่คิดถึงเรื่องของคนรอบตัวไปในทางที่ไม่ดี ควรแก้ไขอย่างไร
  • หากเป็นคนที่ยึดติดกับการมีชื่อเสียง และชอบที่จะได้รับคำชื่นชม พอไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็จะรู้สึกเหงาๆ ไม่มีกำลังใจทำสิ่งต่างๆ ควรจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

บทคัดย่อ

 

คำถาม 1: ผู้ถามมักจะคิดถึงกาลข้างหน้า คิดไปในทางที่ไม่ดี เช่น กำลังจะกลับบ้านก็คิดว่าถ้าไปเจอแฟนเป็นลมอยู่เราต้องทำอย่างไร ซึ่งเป็นแบบนี้มาเป็นปีและคิดแต่คนรอบตัว

คำตอบ 1: การระลึกรู้ได้ถือว่าเป็นสติ ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งที่เป็นสัมมาสติและมิจฉาสติ ซึ่งมีรายละเอียดแตกต่างกันดังนี้

  • หากคิดในทางที่หลีกออกจากกาม ทางที่ไม่พยาบาท ทางที่ไม่เบียดเบียน จัดว่าเป็นสัมมาสติและสัมมาสังกัปปะ
  • หากคิดในทางที่เป็นไปในทางกาม พยาบาท และเบียดเบียน จัดว่าเป็นมิจฉาสติ

อย่างไรก็ตาม ถ้าการระลึกถึงเหตุการณ์นั้นๆมีรายละเอียดต่างๆและจิตน้อมไปในเรื่องเกี่ยวข้องกับกุศลธรรม หลีกออกจากกาม ไม่พยาบาท ไม่เบียดเบียน เป็นไปในทางเบื้องสูง ให้เกิดความรู้ยิ่ง รู้พร้อม และนิพพานถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เช่น ระลึกถึงมรณะสติ ระลึกถึงเรื่องการเลี้ยงดูครอบครัว เป็นต้น

สติที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้ว่าเป็นสิ่งที่ดี ก็ควรจะรักษาไว้และพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป ในทางตรงข้ามกันหากรู้ว่าสติที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี เกี่ยวข้องกับอกุศลธรรม ก็ควรพิจารณาถึงโทษของมันเพื่อที่จะละเสีย ขจัดออกโดยการคิดนึกถึงเรื่องอื่นที่เป็นกุศลมากกว่า เช่น การระลึกถึงวิธีในอนุสสติสิบ และตัดลงด้วยการเปลี่ยนเรื่องคิด เรื่องทำเพื่อให้ลืมความคิดทางอกุศลธรรมให้ได้

 

- - - ตอบคำถาม : คุณ Uttara G Davies

 

คำถาม 2: ผู้ถามเป็นคนที่ยึดติดกับการมีชื่อเสียงและชอบที่จะได้รับคำชื่นชม พอไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็จะรู้สึกเหงาๆ ไม่มีกำลังใจทำอะไร จึงต้องการขอความกรุณาจากพระอาจารย์แนะนำวิธีแก้ปัญหา

คำตอบ 2: พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ในหมวดธรรม “โลกธรรมแปด” ซึ่งหมายถึง ธรรมที่เกิดขึ้นในโลก อันประกอบด้วยโลกธรรม 4 คู่ 8 อย่าง ดังนี้

  1. มีลาภ เสื่อมลาภ
  2. มียศ เสื่อมยศ
  3. สรรเสริญ นินทา
  4. สุข ทุกข์

 

หากผู้ใดศึกษาในคำสอนของพระพุทธเจ้า มีความฉลาด พิจารณาอย่างประจักษ์ตามที่เป็นจริงว่า ลาภ ยศ สรรเสริญและสุข มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดาตั้งแต่เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นลาภ ยศ สรรเสริญ และสุขนั้นจะไม่ครอบงำจิตผู้นั้นตั้งอยู่ เช่นเดียวกับความเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทาและทุกข์เหล่านั้นก็จะไม่ครอบงำจิตผู้นั้นตั้งอยู่เหมือนกัน จะทำให้เป็นผู้มีจิตสบายได้ ไม่ยินดีในการได้มาหรือไม่ยินร้ายในความเสื่อมไปของโลกธรรมทั้งแปดเลย

ในส่วนของความรู้สึกเหงาๆ ไม่มีกำลังใจ อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การที่ไม่มีอะไรทำ ความไม่มีเครื่องอยู่ของจิต ทำให้เราเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะเราเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทาหรือทุกข์ ซึ่งอาจจะทำให้แก้ปัญหาผิดจุดได้ ซึ่งการที่จะทำให้เกิดเครื่องอยู่ของจิตได้นั่นคือ “การเจริญสติปัฏฐานทั้งสี่” โดยการทำเครื่องปรุงแต่งเพื่อให้จิตตั้งไว้ในกาย เวทนา จิต และธรรม เพื่อเจริญอิทธิบาทสี่ได้ และป้องกันไม่ให้เกิดความฟุ้งซ่านแก่จิต หรือความไม่มีกำลังใจได้

 

- - - ตอบคำถาม : คุณรากฝอย

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • อ่าน "โลกวิปัตติสูตร" เล่มที่ 23 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 15 อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต