วิธีละอกุศลธรรม

  • ฟังธรรมะ เพื่อที่จะรักษากุศลธรรม เพื่อที่จะเอาอกุศลธรรมออกไป
  • ถ้าอกุศลธรรมยังไม่ออกไป กุศลธรรมใหม่ๆ จะเกิดขึ้นได้ยาก หรือ
  • ถ้ากุศลธรรมเกิดขึ้น แต่อำนาจของอกุศลยังอยู่ จิตจะเศร้าหมอง
  • “ความคิดที่ไม่ดีเป็นเหมือนมะเร็ง มันไม่ควรอยู่ในใจเรา”

 

“..วิตกอันเป็นบาปอกุศล ประกอบด้วยฉันทะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง อันเธอย่อมละเสียได้ ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะละวิตกอันเป็นบาปอกุศลเหล่านั้นได้ จิตย่อมตั้งอยู่ด้วยดี สงบ เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ตั้งมั่น ในภายในนั้นแล เมื่อภิกษุนั้นกัดฟันด้วยฟัน ดุนเพดานด้วยลิ้น ข่ม บีบคั้น บังคับจิตด้วยจิตอยู่ วิตกอันเป็นบาปอกุศล ประกอบด้วยฉันทะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง อันเธอย่อมละเสียได้ ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะละวิตกอันเป็นบาปอกุศลเหล่านั้นได้ จิตย่อมตั้งอยู่ด้วยดี สงบ เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ตั้งมั่น ในภายในนั้นแล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า เป็นผู้ชำนาญในทางเดินของวิตก เธอจักจำนง วิตกใด ก็จักตรึกวิตกนั้นได้ จักไม่จำนงวิตกใด ก็จักไม่ตรึกวิตกนั้นได้ ตัดตัณหาได้แล้ว คลี่คลายสังโยชน์ได้แล้ว ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้แล้ว เพราะละมานะได้โดยชอบ..”

 

“บ้านที่ไม่ได้ทำความสะอาด สกปรกเลอะเทอะ รกรุงรัง เราเอาของใหม่ๆ สะอาดดีๆ มาวางมาแต่ง มันจะไปสวยงามได้อย่างไร! เพราะของเน่าๆ ของไม่ดี ของสกปรก มันยังมีอยู่”

 

ถ้าเราพยายามเรียนรู้สิ่งดีๆ สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นกุศล แต่จิตของเรายังเศร้าหมอง มีสิ่งที่เป็นอกุศล มันจะทำให้สิ่งที่เราเรียนรู้มาใหม่นั้น ไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ มันจะมีความเศร้าหมอง มีความหม่นหมองเกิดขึ้น จิตของเราก็ไม่มีสมาธิ จิตจะขุ่นมัว ไม่เป็นหนึ่ง สับส่าย มันทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด

อกุศลธรรมที่มากเข้าๆ ทั้งราคะ โทสะ และโมหะ เราจะทำผิดศีล บางคนฆ่า บางคนลัก บางคนพูดโกหก เพราะอยากได้ บางคนฆ่า บางคนลัก บางคนพูดโกหก เพราะความโกรธเกิดขึ้นในใจ ซึ่งรากเหง้ามาจาก ราคะ โทสะ โมหะ ก็พวกอกุศลนั่นแหละ รวมทั้งมิจฉาทิฐิ มิจฉาสมาธิ ความตระหนี่ ความหวงกั้น และความแสวงหา

วิธีที่จะละอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นในจิต ออกจากใจของเรา ไม่ว่าจะผ่านมาทางหู ได้ยินเสียง หรือว่าได้เห็นภาพผ่านทางตา กิริยามารยาทที่บาดตาบาดใจมาก ทนดูไม่ได้ โดยการทำเป็นลำดับ ดังนี้

  1. ใช้เครื่องหมายหรือนิมิตอื่นที่นำไปสู่สิ่งที่เป็นกุศล โดยให้เปลี่ยนจากเรื่องที่เป็นอกุศล เป็นการทำในใจให้ไปคิดเรื่องอื่นที่เป็นกุศล ละเหตุให้เกิดอกุศลนั้น เปรียบเหมือนช่างไม้ที่ใช้ลิ่มสลักอันเล็กตอกเลื่อนลิ่มสลักอันใหญ่ได้
  2. ให้เหตุโทษของความคิดหรือสิ่งที่ไม่ดีที่เป็นอกุศลธรรมที่อยู่ในจิต เป็นของที่ไม่ดี เปรียบเหมือนกับคนรักสวยรักงามแล้วต้องเอาซากศพ ของโสโครกมาแขวนไว้ที่คอ จะรู้สึกอึดอัด ระอารังเกียจ ขยักแขยง
  3. เลิกคิด ตัดสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมนั้นออกไป โดยให้มีสติตั้งอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง มีฐานที่ตั้งไม่ให้ก้าวลงในสิ่งที่เป็นอกุศล เช่น ใช้ลมหายใจ การสวดมนต์ การฟังเทศน์ เพื่อทำให้จิตไม่ไปอยู่ในแดนที่เป็นอกุศล เปรียบเหมือนกับคนที่มีตา ให้เหลียวไปทางอื่น มองไปทางอื่นหรือหลับตา
  4. พิจารณาปรุงแต่งความชั่วความหยาบในแง่มุมอื่นที่ละเอียดๆ ยิ่งขึ้น เห็นโดยความเป็นธาตุ ใช้ธรรมเครื่องขูดเกลา เพื่อคลายและละสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม เปรียบเหมือนกับการเปลี่ยนจากอิริยาบถหยาบๆ เป็นอิริยาบถละเอียดๆ คือ จากการเดินเป็นยืน จากยืนเป็นนั่ง จากนั่งเป็นนอน
  5. ข่มขี่ให้อกุศลธรรมที่มีอยู่ให้มันออกไป โดยการหักดิบ ขบฟันด้วยฟัน จรดเพดานด้วยลิ้น ข่มจิตด้วยจิต บีบบังคับจิตด้วยจิต เผาจิตด้วยจิต เปรียบเหมือนกับคนที่แข็งแรงไปรังแกคนอ่อนแอ เพื่อนที่เป็นคนไม่ดี หักแขนมัน เอามันออกไป

 

“วิธีละอกุศลธรรม คือ องค์ประกอบของสัมมาวายามะ ความเพียรชอบ การทำจริง การสู้ต่อสิ่งที่เป็นอกุศล การสู้ต่อความชั่ว นั่นแหละ คือ การละสิ่งที่เป็นอกุศล”

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

อ่าน "วิตักกสัณฐานสูตร ว่าด้วยอาการแห่งวิตก" เล่มที่ 12 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 4 มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

ฟัง "ความต่างของอกุศลธรรมกับอกุศลกรรมบถ ๑๐ การปล่อยวาง การวางเฉย และไม่สนใจ" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560