ภูมิภาคอันสม่ำเสมอน่ารื่นรมย์

HIGHLIGHTS:

  • “นิพพาน” เกี่ยวข้องกับ “ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์” อย่างไร
  • คนทำงานด้านสินเชื่อที่เริ่มจากการอนุมัติสินเชื่อ ตามหนี้ วางแผนการเงินเพื่อการผ่อนชำระ หรือสุดท้ายต้องส่งฟ้องบังคับคดี ถือว่าอาชีพนี้เป็นการบีบบังคับผู้อื่นและเป็นบาปหรือไม่

บทคัดย่อ

คำถาม 1: อยากรบกวนถามว่านิพพานเกี่ยวข้องกับภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์อย่างไร

คำตอบ 1: อ้างอิงจากพุทธพจน์ชื่อ “ติสสสูตร” ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 17 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 9 สังยุตตนิกาย โดยมีเนื้อความอุปมาอุปไมยเกี่ยวกับ “บุรุษผู้ไม่ฉลาดในเรื่องทาง” และ “บุรุษผู้ฉลาดในเรื่องทาง” ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  1. คำว่า “บุรุษผู้ไม่ฉลาดในเรื่องทาง” นั่นเป็นคำหมายถึง ปุถุชน
  2. คำว่า “บุรุษผู้ฉลาดในเรื่องทาง” นั่นเป็นคำหมายถึง ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ
  3. คำว่า “ทาง 2 แพร่ง” นั่นเป็นคำหมายถึง วิจิกิจฉา ซึ่งประกอบด้วย
    • คำว่า “ทางซ้าย” นั่นเป็นคำหมายถึง มิจฉามรรค อันประกอบด้วย
      • มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด)
      • มิจฉาสังกัปปะ (ความดำริผิด)
      • มิจฉาวาจา (การพูดจาผิด)
      • มิจฉากัมมันตะ (การทำการงานผิด)
      • มิจฉาอาชีวะ (การเลี้ยงชีวิตผิด)
      • มิจฉาวายามะ (ความพากเพียรผิด)
      • มิจฉาสติ (ความระลึกผิด)
      • มิจฉาสมาธิ (ความตั้งใจมั่นผิด)
    • คำว่า “ทางขวา” นั่นเป็นคำหมายถึง อริยอัฏฐังคิกมรรค (อริยมรรคมีองค์แปด) กล่าวคือ
      • สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ)
      • สัมมาสังกัปปะ (ความดำริชอบ)
      • สัมมาวาจา (การพูดจาชอบ)
      • สัมมากัมมันตะ (การทำงานชอบ)
      • สัมมาอาชีวะ (การเลี้ยงชีวิตชอบ)
      • สัมมาวายามะ (ความพากเพียรชอบ)
      • สัมมาสติ (ความระลึกชอบ)
      • สัมมาสมาธิ (ความตั้งใจมั่นชอบ)
  4. คำว่า “ราวป่าหนาทึบ” นั่นเป็นคำหมายถึง อวิชชา
  5. คำว่า “ลุ่มน้ำใหญ่มีเปียกตม” นั่นเป็นคำหมายถึง กามทั้งหลาย
  6. คำว่า “เหวโกรกชัน” นั่นเป็นคำหมายถึง ความโกรธ คับแค้น
  7. คำว่า “ภูมิภาคอันสม่ำเสมอน่ารื่นรมย์” นั่นเป็นคำหมายถึง พระนิพพาน

---- ตอบคำถาม : คุณสงสัย

 

คำถาม 2: ผู้ถามทำงานด้านสินเชื่อเป็นผู้จัดการฝ่าย ซึ่งมีหน้าที่คือการอนุมัติสินเชื่อให้เกษตรกรนำไปปลูกอ้อย ปัญหาคือ พอถึงช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวถ้าลูกหนี้ไม่นำผลผลิตมาส่งก็ต้องตาม จะมีทีมงานที่เป็นลูกน้องไปตาม ถ้าไม่ได้ผู้ถามต้องลงไปช่วยตามหนี้ด้วย บางครั้งก็ไปเจอบางคนมีเจตนาไม่จ่าย หนีหนี้ บางคนก็ลำบากไม่มีเงิน ผู้ถามจึงต้องใช้หลักการเจรจา บางครั้งต้องวางแผนการเงินให้ผ่อนชำระ หรือสุดท้ายต้องส่งฟ้องบังคับคดี ทำให้รู้สึกว่าอาชีพของตนเป็นการบีบบังคับคนอื่นหรือไม่ และเป็นบาปหรือไม่

คำตอบ 2: พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนเกี่ยวกับการค้าขายหรืออาชีพที่ต้องหลีกเลี่ยง (อกรณียกิจ) ทั้งหมด 5 ประเภทคือ

  1. การค้าขายยาพิษ
  2. การค้าขายอาวุธ
  3. การค้าขายเนื้อสัตว์
  4. การค้าขายสัตว์เป็น
  5. การค้าขายสุรา

นอกเหนือจากอาชีพทั้ง 5 ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพใดก็ตาม การเลี้ยงชีพใดๆ จะต้องไม่ประกอบด้วยมิจฉาอาชีวะ ซึ่งประกอบไปด้วยการพูดโกหกหลอกลวง การล่อลาภด้วยลาภ หรือการพูดท้าให้เจ็บใจจนต้องยอมตกลง เป็นต้น

หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าอาชีพที่ให้สินเชื่อไม่ได้เข้าข่ายในอาชีพที่ต้องหลีกเลี่ยงทั้ง 5 (อกรณียกิจ) และยังถือว่าเป็นกัลยาณมิตรหรือผู้ให้โอกาสคนทำมาหากินได้มีทางขยับขยายในการประกอบอาชีพหรือพลิกผันชีวิตให้ดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามในทางคำสอนของพระพุทธศาสนาแล้ว บุคคลที่เป็นหนี้สินหรือมีสินทรัพย์รั่วไหล ลดลงเรื่อยๆ อาจจะมีสาเหตุมาจากอบายมุข 6 ซึ่งก็คือ วิถีชีวิต 6 อย่างแห่งความโลภ และความหลงที่ทำให้เกิดความเสื่อม ความฉิบหายของชีวิต อันประกอบด้วย

  1. ดื่มน้ำเมา คือ พฤติกรรมชอบดื่มสุราเป็นนิจ
  2. เที่ยวกลางคืน คือ พฤติกรรมชอบเที่ยวกลางคืนเป็นนิจ
  3. เที่ยวดูการละเล่น คือ พฤติกรรมชอบเที่ยวดูการแสดงหรือการละเล่นเป็นนิจ
  4. เล่นการพนัน คือ พฤติกรรมชอบเล่นการพนันเป็นนิจ
  5. คบคนชั่วเป็นมิตร คือ พฤติกรรมชอบคบหาคนพาลเป็นนิจ
  6. เกียจคร้านการงาน คือ พฤติกรรมชอบเกียจคร้านในการงานเป็นนิจ

พระพุทธเจ้าทรงเคยตรัสอุปมาอุปไมยไว้ใน “อิณสูตร” ว่าด้วยความเป็นหนี้ ดังนี้

  1. ความยากจนเป็นความทุกข์ของคนผู้บริโภคกาม (ผู้อยู่ครองเรือนหรือคฤหัสถ์)
  2. คนจนย่อมกู้หนี้ การกู้หนี้ก็เป็นทุกข์
  3. คนจนครั้นกู้หนี้แล้ว ย่อมใช้ดอกเบี้ย การใช้ดอกเบี้ยก็เป็นทุกข์
  4. คนจนครั้นใช้ดอกเบี้ยแล้ว ไม่ให้ดอกเบี้ยตามกำหนดเวลาก็ถูกตามทวง การตามทวงก็เป็นทุกข์
  5. คนจนเมื่อถูกเจ้าหนี้ทวง ถ้าไม่ให้ย่อมถูกติดตาม การถูกติดตามก็เป็นทุกข์
  6. คนจนถูกเจ้าหนี้ติดตามทัน ถ้าไม่ให้ย่อมถูกจองจำ การถูกจองจำก็เป็นทุกข์

เมื่อเราอยู่ในระบบของกาม ถูกกามเคี้ยวกินอยู่ ย่อมมีการเบียดเบียน กระทบกระทั่งกัน ซึ่งต้องได้รับบาปหรือแบ่งส่วนบาปมาด้วยอย่างแน่นอน แต่เราสามารถแก้ไขได้เพื่อลดการเบียดเบียนซึ่งกันและกันลง โดยการรักษาศีลของเราให้ได้ นำธรรมะมาสอดแทรกในทุกๆการกระทำของเรา ตั้งอยู่ในความดีตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด และสามารถสร้างกุศลธรรมให้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

---- ตอบคำถาม : คุณ Chayanis Nis Noy

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง