ตัณหามันเป็นปัญหา

HIGHLIGHTS:

  • เข้าใจคำสอนด้วยภาษาบาลี “ตัณหา”
  • ศีลสำหรับบุคคลที่เป็น “อนาคามี”
  • การซื้อหุ้นกู้ในบริษัทที่เลี้ยงและขายเนื้อสัตว์ ขายเหล้า/เบียร์ บาปไหม

บทคัดย่อ

 

- เข้าใจคำสอนด้วยภาษาบาลี -

 

“ตัณหา” หนึ่งในอริยสัจสี่ “สมุทัย” คือ เหตุของความทุกข์ เป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆ หมายถึง ความอยาก ความทะยานอยาก สภาวะที่มีความดิ้นรน อาการที่หื่นกระหาย เช่น ความอยากที่จะเป็นใหญ่ ได้ยศตำแหน่ง ความอยากเดินทางไปที่ใดๆ ซึ่งการใช้คำว่า “ตัณหา” และ “กาม” ในภาษาไทยมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไป โดยไปใช้เฉพาะในทางชู้สาว และกินความหมายกว้างกว่าภาษาบาลีที่ “ตัณหา” หรือ “อยาก” เป็นความอยากทั่วๆ ไป

 

“ตัณหา” มีคุณสมบัติที่ทำให้มีสภาวะ 3 อย่าง คือ

  1. ทำให้มีการเกิดใหม่เป็นปกติ
  2. เป็นไปกับด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิน โดยมีเรื่องกามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
  3. มีความเพลินอย่างยิ่งในอารมณ์นั้นๆ

 

“ตัณหา” มี 3 อย่าง คือ

  1. กามตัณหา คือ ความทะยานอยากในกาม อยากมีเนื่องด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย
  2. ภวตัณหา คือ ความอยากเป็น เช่น อยากเป็นคนร่ำรวย อยากมีตำแหน่งใหญ่โต อยากเป็นคนหนุ่ม
  3. วิภวตัณหา คือ ความอยากที่จะไม่เป็น เช่น ความไม่อยากจะแก่ หรืออยากที่จะไม่แก่

 

 

- ตอบคำถามประจำสัปดาห์ -

 

 

คุณข้าพเจ้าฯ (Facebook)

คำถาม : ศีลสำหรับบุคคลที่เป็นอนาคามี ควรจะต้องมีศีลที่ละเอียดลงไปอย่างไร

 

คำตอบ : “อนาคามี” แปลว่า ผู้ไม่กลับมาอีก คือ เมื่อตายแล้วจะไปอยู่ในชั้นพรหมที่เว้นขาดจากกามแล้ว จะไม่กลับมาสู่สภาวะที่มีกามอีก คือ จะไม่กลับมาสู่มนุษย์หรือเทวดาในทั้ง 6 ขั้นอีก สามารถละ “สังโยชน์” หรือเครื่องร้อยรัดเบื้องต่ำ 5 อย่างได้ และสังโยชน์ที่ละเพิ่มได้จาก “โสดาบันหรือสกทาคามี” คือ “กามราคะและปฏิฆะ”

“อนาคามี” อะไรที่ทำให้มาละสังโยชน์ตรงนี้ได้ คือ สมาธิต้องบริบูรณ์เต็มที่ ทำให้กามราคะในจิตใจไม่มี หายไป มีปฏิฆะเบาบางลงหรือมีน้อยมาก ซึ่งศีล 5 ที่มีเต็มที่แล้วตั้งแต่เป็นโสดาบันจะละเอียดลง ทั้งนี้เพราะจิต สมาธิเต็มที่ขึ้นมา ทำให้ศีลก็ละเอียดลงไปถึงขั้นที่ไม่ได้เสพกามแล้ว ซึ่งคือ ศีล 8

จิตใจจะละความพอใจในกาม ละความขัดเคืองต่างๆ ได้ ไม่ได้พอใจว่า รูปจะสวยไม่สวยอย่างไร การปฏิบัติในทางกาย ทางวาจา จะยินดีในเรื่องกามน้อยลงมากๆ จะตัดการกินข้าวเย็นได้ อาจจะแต่งหน้าพอประมาณ เพื่อป้องกันโรค ไม่ได้จะแต่งเพื่อสวยงาม การหลับนอนจะง่ายขึ้น ไม่ได้เป็นเตียงสูงใหญ่ จะนอนน้อยลง นี่คือ การปฏิบัติทางกาย ทางวาจา ซึ่งหมายถึง ศีลจะมีความละเอียดลง ตามสมาธิที่เต็มขึ้น พอสมาธิเต็มขึ้น ศีลที่เต็มอยู่แล้ว จะละเอียดลงไปด้วย โดยเกณฑ์ที่เอามาพิจารณา

คือ ศีล 8 ที่ลึกละเอียดจากศีล 5 เพราะจิตใจที่มีสมาธิเต็มขึ้นมา

“ปัญญา” จากที่มีพอประมาณ มันเต็มขึ้นมาของ “อนาคามี” จะเลื่อนขึ้นเป็น “พระอรหันต์” สมาธิจะละเอียดลงอีก จากที่สมาธิเต็มอยู่ จะละเอียดลงไปอีก คือ มันจะไม่ได้มีการกลับกำเริบขึ้นมา สมาธิจะนิ่งลงไปอีก ละเอียดลงไปอีก เพราะความที่ปัญญานั้นเต็มสมบูรณ์ขึ้นมา ตัดละ “อาสวะ อวิชชา ตัณหา” ได้

สมาธิที่บางทีขึ้นๆ ลงๆ มี “อุทธัจจะ กุกกุจจะ” อยู่บ้าง ความฟุ้งซ่านบ้างตรงนั้นตรงนี้ จะละเอียดลง ศีลที่เต็มอยู่แล้วตั้งแต่ “โสดาบัน” จาก 5 ข้อเป็น 8 ข้อ ก็จะรักษาได้อย่างมั่นคง ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ให้ปฏิบัติตามมรรคแปด เป็นไปตามขั้นตอน

เราทำจากขั้นแรกได้เป็น “โสดาบัน สกทาคาที” ได้อย่างไร เราก็ทำตามกระบวนการเดิมเพื่อที่จะเป็น “อนาคามีและอรหันต์” เหมือนกัน คือ ตามมรรคแปดเหมือนเดิม แต่ทำให้มันละเอียดลง ตามทางเดิม

 

คุณพลอย (Facebook)

คำถาม : การซื้อหุ้นกู้ในบริษัทที่เลี้ยงและขายเนื้อสัตว์ ขายเหล้า/เบียร์ จะเป็นบาปไหม

 

คำตอบ : ใน "วณิชชาสูตร" พระพุทธเจ้าตรัสถึงการค้าขาย 5 อย่างที่อุบาสก อุบาสิกา ไม่พึงกระทำเป็น “อกรณียกิจ” คือ

  1. ค้าขายอาวุธ
  2. ค้าขายสัตว์เป็น
  3. ค้าขายเนื้อสัตว์
  4. ค้าขายน้ำเมา
  5. ค้าขายยาพิษ

หุ้นที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นลักษณะของการซื้อขายหุ้น ย่ิงเป็นหุ้นกู้ เท่ากับการปล่อยเงินกู้เท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นการค้าขายเนื้อสัตว์ น้ำเมาหรือยาพิษ ไม่ได้เป็นการค้าขายที่ไม่พึงกระทำ เพราะส่ิงที่เราแลกเปลี่ยนไม่ใช่เนื้อสัตว์ อาวุธ น้ำเมาหรือยาพิษ ซึ่งถ้าจะพิจารณาตามตัวบท ไม่ได้ผิดอะไร

แต่เรื่องที่ทำได้ดีกว่าตอนนี้ที่จะกังวลว่า จะซื้อหุ้นบริษัทพวกนี้ได้หรือไม่ นั่นคือ วันนี้คุณกินอะไร ไปสั่งไปซื้อเนื้อสัตว์ อันนี้เข้าข่ายการค้าขาย คนขายก็ด้วย คนซื้อก็ด้วย คนซื้อก็ไม่ควรจะซื้อเนื้อสัตว์ เพราะเป็นการซื้อ-ขายที่ไม่พึงกระทำ เรื่องใกล้ๆ ตัวตรงนี้สำคัญกว่า ว่าเรามีการเบียดเบียนที่ชักชวนให้คนอื่นกระทำไหม?

พระพุทธเจ้าให้ระวังเรื่องการเบียดเบียนสัตว์ใน 3 ระดับ คือ

  • การลงมือฆ่าเอง ดื่มน้ำเมาเอง อันนี้อย่าทำ
  • การสั่งให้เขาทำ สั่งให้เขาฆ่า สั่งให้เขากิน
  • การชักชวนให้กระทำ เช่น การจัดงานเลี้ยงมีสุรา ยาเมา เนื้อสัตว์ให้กิน

ฉะนั้น สิ่งที่เราควรจะต้องกระทำ คือ ปรับเปลี่ยนตัวเองก่อน ฆ่าเองไหม กินเองไหม เลิกตรงนี้ก่อน เลิกสั่งให้เขาทำ เพื่อตัวเองจะได้กินได้ดื่มด้วย และโดยทางอ้อมที่ชักชวนให้คนอื่นกระทำ อย่าให้เกี่ยวข้องกับการค้าขายที่เป็นอกรณียกิจ

อย่างไรก็ตาม ความบริสุทธิ์ในจิตไม่ได้จะมีขึ้นเพราะอาหาร จิตบริสุทธิ์ได้เพราะด้วยเหตุปัจจัยของจิต กายมันจะป่วยจะเจ็บ มันก็มีเหตุปัจจัยของมัน แยกกันไป แต่ถ้ามีการปฏิบัติทางกาย ทางวาจาอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วทำให้มีการลดการเบียดเบียนกัน นี่เป็นลักษณะคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว

 

หุ้นหรือหุ้นกู้ของบริษัทที่ค้าขายเนื้อสัตว์หรือน้ำเมา ถ้าดูตามตัวบท มันไม่ได้เป็นเนื้อสัตว์หรือสุรา แต่ส่ิงที่เราควรจะทำขยายเพิ่มเติมให้มากขึ้นไป คือ การดำรงชีวิตอยู่ของเรา ถ้าสามารถทำให้การเบียดเบียนมันลดลงในทั้ง 3 ระดับ คือ ทำเอง สั่งให้คนอื่นทำ หรือชักชวนให้เขาทำ ลดการเบียดเบียนได้ในทั้ง 3 ระดับนี้ จะเป็นสาระสำคัญที่ดีกว่ามาก จะทำความเป็นอยู่ของเราให้มีความบริสุทธิ์ บริบูรณ์ สังคมจะมีการลดการเบียดเบียนลง ส่วนจิต เราก็พยายามทำไปปฏิบัติไป ให้จิตของเรานั้นมีความบริสุทธิ์มากขึ้น เข้าใจคำสอนได้ละเอียดลึกซึ้งดีมากยิ่งขึ้น

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง