เมื่อจิตติดหล่ม(กิเลส)

HIGHLIGHTS:

  • แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อให้จิตหลุดพ้นจากกิเลส

บทคัดย่อ

เมื่อจิตมีพยศ ติดหล่ม หรือตกอยู่ในกิเลส ตัณหา อวิชชา ต้องพยายามถอนตนออกจากกิเลสเหล่านั้นให้ได้ เพื่อที่จะปรับปรุงตนเองได้จึงต้องอาศัยกำลังใจและความเพียรพยายามควบคู่กันไปด้วย โดยมีหนทางแก้ไขตามรายละเอียดดังนี้

  1. ทั้งความดีและความชั่ว เมื่อเราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ ในขณะเดียวกันเราก็สามารถทำให้หมดลงได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยที่สร้างขึ้นให้มีมา เต็มไปด้วยความเพียรพยายามที่จะถอนตัวออกจากกิเลส และต้องเป็นผู้ที่ไม่ตั้งตนอยู่ในความประมาทด้วย
  2. เป็นผู้มีกัลยาณมิตร เพราะกัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของพรมจรรย์ ซึ่งสามารถจำแนกเป็น 3 ระดับคือ
    • ระดับที่หนึ่งคือ พระพุทธเจ้าหรือครูบาอาจารย์ที่คอยห้ามเราเสียจากบาป ให้เราตั้งอยู่ในความดีและมีการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเกิดขึ้นได้
    • ระดับที่สองคือ เพื่อน อุบาสก อุบาสิกาซึ่งพร้อมด้วยศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา ที่เท่าเทียมกับเราหรือเหนือกว่าเรา
    • ระดับที่สามคือ อริยมรรคมีองค์แปด ให้นำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตจริงได้
  3. เป็นผู้มีศีล ทำจริงแน่วแน่จริงในความเป็นปกติ ตั้งสติขึ้นได้เป็นกำลังสามารถกำหนดสมาธิแห่งจิต ทำให้จิตเป็นอารมณ์อันเดียวได้

 

อย่างไรก็ตามหากมีอวิชชา(ความไม่รู้) เป็นรากของอกุศลธรรมต่างๆ จะทำให้ตัณหา ความชั่วคืบคลานไปได้ และกิเลสต่างๆกลับกำเริบได้เช่นกัน ดังนั้นให้เราปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอนดังนี้

  • ตั้งอยู่ในศีล มีศรัทธา มีการทำจริงแน่วแน่จริง เพื่อให้สติตั้งขึ้นได้
  • มีกำลังและจิตเป็นอารมณ์อันเดียวทำให้มีสมาธิเกิดขึ้น อุปกิเลสต่างๆจะจางลง เบาบางลง
  • ทำปัญญาให้เกิดขึ้นตามมาด้วย ซึ่งเป็นปัญญาที่จะชำแรกกิเลส ปัญญาที่จะเห็นเกิด ปัญญาที่จะเห็นดับ ปัญญาที่จะเห็นเกิดขึ้นและดับไป เพื่อที่จะสามารถชำระหรือตัดอวิชชาซึ่งเกาะที่จิตของเราออกได้
  • เมื่อเราใช้ปัญญามองเห็นความไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป หรือความไม่เป็นสาระของมัน เราจะสามารถละหรือตัดอวิชชาได้ จะทำให้กิเลสไม่กลับกำเริบได้อีก ซึ่งเป็นที่สุดจบของการปฏิบัตินั่นเอง

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง