ความยุติธรรมของกรรม

HIGHLIGHTS:

  • คำว่า “พรหมลิขิต” และคำว่า “กรรมลิขิต” มีความหมายเหมือนกันหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
  • ความหมายและรายละเอียดของ “ดวง” “การผูกดวง” และ “การแก้ดวง”

บทคัดย่อ

คำถาม 1: ต้องการทราบว่าคำว่า “พรหมลิขิต” และคำว่า “กรรมลิขิต” มีความหมายเหมือนกันหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ทั้งสองคำนี้คำไหนอยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้า

คำตอบ 1: เราควรทำความเข้าใจคำศัพท์ที่สำคัญๆก่อน อันได้แก่

  • คำว่า “ลิขิต” หมายถึง การเขียนหรือการกำหนดเส้นทางให้เกิดขึ้น
  • เมื่อมารวมกับคำว่า “พรหม” เป็นคำว่า “พรหมลิขิต” จึงหมายถึง ผู้เป็นใหญ่ในชั้นพรหมหรือพระพรหมได้กำหนดเส้นทางชีวิตของเราไว้ก่อนแล้ว
  • ส่วนคำว่า “กรรมลิขิต” ผล (วิบาก)ที่ได้รับจากการกระทำ (กรรม)ของเรา

ในคำสอนของพระพุทธเจ้าจะมีมุมมองและรายละเอียดของคำว่า “พรหมลิขิต” และคำว่า “กรรมลิขิต” ที่แตกต่างกันไปดังนี้

  1. หากมองให้เหมือนกันก็สามารถมองในมุมที่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นอนัตตา มีเหตุปัจจัยอาศัยกันและกันให้เกิดขึ้น
  2. หากมองให้ต่างกันก็สามารถมองไปที่ขอบเขต อำนาจในการสั่งการณ์ที่ไม่เท่ากันหรือทำให้เหตุการณ์ใดๆ สิ่งนั้นเกิดขึ้น สิ่งนี้ดับลงได้
  3. กรรมมีวิบากแน่นอน ให้ผลหนักเบาขึ้นกับความดีที่ผู้นั้นสร้างขึ้นมา วิบากแยกแยะตามความละเอียด ประณีต และเป็นไปตามวาระช้าหรือเร็ว ซึ่งนั่นก็คือความยุติธรรมของกรรมนั่นเอง

ดังนั้นเมื่อเราทำความเข้าใจสิ่งที่เป็นเรื่องของลิขิต พรหม และ กรรมแล้ว เราจึงไม่ควรเข้าไปยึดเอา ถือเอาในทิฏฐิที่เราไม่ควรมีเลยซึ่งได้แก่ สุขทุกข์ตนเองทำเอง สุขทุกข์ผู้อื่นทำให้ หรือสุขทุกข์ที่เกิดขึ้นเอง

ทั้งนี้เราต้องน้อมเข้ามาสู่ตน เร่งทำความดี อย่าทำให้จิตเป็นอกุศลโดยการนำกรรมดีหรือชั่วของผู้อื่นมาส่งกับการกระทำของเรา ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ดำเนินชีวิตตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด จะทำให้เราเป็นผู้ที่ได้รับผลของกรรมดีด้วยตัวของเราเอง

 

คำถาม 2: มีคนเราจำนวนไม่น้อยเชื่อในเรื่องของ “ดวง” คิดว่าชีวิตคนเราขึ้นอยู่กับ “ดวง” แทนที่จะเชื่อในเรื่องของ “กรรม” เลยมีเรื่องของ การผูกดวง และการแก้ดวง จึงต้องการทราบรายละเอียดในส่วนนี้ด้วย

คำตอบ 2: ดวง หมายถึง ดวงดาวหรือราศีที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ เช่นเรื่องของวันธงไชย ดวงชง เป็นต้น ในขณะเดียวกันการกระทำของเราก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องพยายามไม่ให้จิตคิดชั่ว รักษาตนให้ดี ละอายต่อบาป หากจำแนกประเภทของคนตามการยึดเอาสิ่งต่างๆเป็นที่พึ่ง สามารถจัดแบ่งได้ดังนี้

  1. คนไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งเลย สามารถทำชั่วได้ทุกอย่าง อย่างไม่ละอายใจและเกรงกลัวต่อบาป
  2. คนมีที่พึ่งยังไม่ถูกต้อง เช่น ต้นไม้ ภูเขา ดวงดาว หมอดู หรือไสยศาสตร์ เป็นต้น ก็ยังดีกว่าคนที่ไม่มีที่พึ่ง
  3. คนมีที่พึ่งที่ถูกต้องอันได้แก่ พุทโธ ธัมโม สังโฆ จะห้ามเราเสียจากบาป ทำให้เรามีจิตบริสุทธิ์ เป็นคนเหนือบุญเหนือบาป เหนือเรื่องของดวง และเป็นคนพ้นกรรมและสิ้นกรรมได้

 

---- ตอบคำถาม: คุณครูต้อย จ. เชียงใหม่

พระสูตร / ถอดเทป / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นหินเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ โกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นนอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนักเปรียบเหมือนรอยขีดที่แผ่นหิน ไม่ลบเลือนเร็วเพราะลมหรือน้ำ ย่อมตั้งอยู่ยั่งยืน แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมโกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นก็นอนเนื่องอยู่ใน.........

======หัวข้อ Bullet =============

  • หัวข้อก่อน bullet

     

  • HL1....
  • HL2.....
  • HL3....

======หัวข้อ Bullet แบบตัวเลข=============

  1. หัวข้อก่อน bullet

     

  2. HL1....
  3. HL2.....
  4. HL3....

========================================
======Scrollbar=============

  1. หัวข้อก่อน bullet

     

  2. HL1....
  3. HL2.....
  4. HL3....

=========== อ้างอิง pdma url ===================

< style="overflow: hidden;" title="ตอบคำถาม-ทำไมอรหันต์ยังมีราคะ โทสะ โมหะ ในภายในอยู่" "https://haisok.co/1601a0713we/" "98%" height="1500" "0" margin"0" marginheight="0" scrolling="no" align="middle">

==============end============================

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นหินเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ โกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นนอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนักเปรียบเหมือนรอยขีดที่แผ่นหิน ไม่ลบเลือนเร็วเพราะลมหรือน้ำ ย่อมตั้งอยู่ยั่งยืน แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมโกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นก็นอนเนื่องอยู่ใน..............................