ธุลีในดวงตา

HIGHLIGHTS:

  • เข้าใจคำสอนด้วยภาษาบาลี “อุปกิเลส”
  • มีครอบครัวแล้วและทอมมาชอบ การถูกเนื้อต้องตัว ผิดศีลหรือไม่
  • บุคคลที่ถ้ามีธุลีในดวงตาแต่น้อย สามารถฟังเข้าใจในธรรมะได้ แล้วคนที่มีธุลีในดวงตามากทำอย่างไรจึงจะเข้าใจได้

บทคัดย่อ

 

“ประตูแห่งนิพพานอันเป็นอมตะ เราเปิดไว้แล้วแก่สัตว์เหล่านั้น สัตว์เหล่าใดมีโสตประสาท สัตว์เหล่านั้นจงปลงศรัทธาลงไปเถิด”

 

 

เข้าใจคำสอนด้วยภาษาบาลี “อุปกิเลส”

 

“อุปกิเลส 10 อย่าง” หมายถึง สิ่งที่ใกล้กิเลส มั่นในกิเลส เข้าไปสู่กิเลสเข้าไปอีก เครื่องที่จะทำให้เศร้าหมอง จิตขุ่นมัว มาจากคำว่า “อุป” หมายถึง เข้าไป ใกล้ หรือมั่น และคำว่า “กิเลส” หมายถึง เครื่องเศร้าหมองสกปรก ลิ่มที่คาอยู่ ฝุ่นผงที่จะทำให้เห็นไม่ชัดเจน เมื่อนำมารวมกัน

“อุปกิเลส 16 อย่าง” จะเป็นกิเลสที่ละเอียดที่สุด คือ

  1. อภิชฌาวิสมโลภะ คือ คิดเพ่งเล็งอยากได้ของคนอื่น
  2. พยาบาท คือ คิดปองร้าย คิดอาฆาตไม่ให้เขาได้ดี ให้เขาฉิบหาย
  3. โกธะ คือ ความโกรธ
  4. อุปนาหะ คือ ความผูกโกรธ
  5. มักขะ คือ ความลบหลู่คุณท่าน ลบหลู่ความดีของคนอื่น
  6. ปลาสะ คือ ความตีเสมอ
  7. อิสสา คือ ความริษยาเวลาที่คนอื่นได้ดี
  8. มัจฉริยะ คือ ความตระหนี่
  9. มายา คือ มารยา ซ่อนเร้น ปิดบัง ไม่เปิดเผย
  10. สาเถยยะ คือ ความโอ้อวดหลอกเขา
  11. ถัมภะ คือ ความหัวดื้อ กระด้าง เก้อยาก ไม่เอื้อเฟื้อต่อคำบอกคำสอน
  12. สารัมภะ คือ ความแข่งดี มุมานะที่จะชนะกัน
  13. มานะ คือ ความถือตัว ทะนงตน ไม่ละวางทิฐิที่ไม่ดี
  14. อติมานะ คือ ความถือตัวว่ายิ่งกว่าเขา คิดว่าตัวเองดีกว่าเขา ดูหมิ่นเขา
  15. มทะ คือ ความมัวเมา
  16. ปมาทะ คือ ความประมาท

 

“อุปกิเลส 10 อย่าง หรือวิปัสสนูปกิเลส 10 อย่าง” เป็นอุปสรรคของนักปฏิบัติธรรม ซึ่งตัวมันเองไม่ใช่อกุศลธรรม แต่ทำให้จิตวางไม่ได้ สมาธิไม่ละเอียดลงไป เพราะจิตไปสนใจใคร่รู้ ไปยึดติด ยึดถือ จึงเป็นเครื่องเศร้าหมองที่ไม่ทำให้ปัญญาคมขึ้น

  1. โอกาส คือ แสงสว่าง
  2. ญาณ คือ ความหยั่งรู้ เช่น หยั่งรูอดีต อนาคต
  3. ปีติ คือ ความอิ่มใจ
  4. ปัสสัทธิ คือ ความสงบเย็น ความสงบระงับ
  5. สุข คือ ความสุข ความสงบที่ลึกลงไป
  6. อธิโมกข์ คือ ความน้อมใจเชื่อ
  7. ปัคคาหะ คือ ความเพียรที่พอดี
  8. อุปัฏฐาน คือ สติอย่างแรงกล้า
  9. อุเบกขา คือ ความมีจิตเป็นกลาง
  10. นิกันติ คือ ความพอใจหรือความติดใจ

 

“สิ่งที่เป็นอุปกิเลสมันไม่ดี เป็นเทือกเดียวกันกับอกุศล มีไม่ได้ ถ้ามีต้องรีบละทันที แต่วิปัสสนูปกิเลส 10 อย่าง ปีติ ญาณ ทำไมจะไม่ดี พระพุทธเจ้าบอกให้ทำให้มี จึงทำให้มีการสับสน จริงๆ แล้วมรรคเป็นสิ่งที่ดี ปัสสิทธิ ความสุข..เป็นองค์แห่งโพฌงค์แห่งการตรัสรู้ธรรม แต่ประเด็นคือ เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันเป็นทางผ่านเฉยๆ มรรคเป็นทางผ่าน ไม่ได้ให้เราไปหยุดอยู่ตรงนั้น ทำให้เกิดขึ้นแล้ว แต่อย่าไปยึดถือ นี่คือเรื่องที่สำคัญ ให้ระวัง”

 

 

ตอบคำถามประจำสัปดาห์

 

 

คุณธิติมา (haisok.co)

คำถาม : ความหมายของคำว่า “อุปกิเลส 10 อย่าง” ที่ในหนังสือธรรมะบอกว่า นักปฏิบัติภาวนาจะติดในส่วนนี้กันมาก

 

คำตอบ : ตอบคำถามในช่วง “เข้าใจคำสอนด้วยภาษาบาลี”

 

 

คุณบอกใจ (Facebook)

คำถาม : มีสามีและลูก 2 คน สามีไปทำงานต่างประเทศ ไม่เคยทำผิดศีลข้อ 3 ภายหลังมีทอมมาชอบ ไม่ได้ทำอะไรผิดศีล คิดว่าเป็นเพื่อนร่วมโลก รักกันดีกว่าเกลียดกัน แต่เขาชอบถูกเนื้อต้องตัว แบบนี้ผิดศีลหรือไม่

 

คำตอบ : “ศีล” แปลว่า ความเป็นปกติ และมีความหมายว่า “ความเย็น” และ “ความเกษม” แล้วแต่จะแปลใช้ในบริบทใด

การประพฤติผิดจารีตในรูปแบบต่างๆ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ย่อๆ คือ ผู้ชายไม่ไปผิดลูกเมียคนอื่น คือ หญิงที่มีบิดามารดารักษา มีธรรมรักษา มีพี่น้องรักษา อธิบายขยายความถึง เพศตรงข้าม คือ ผู้หญิงด้วย ซึ่งจารีตประเพณีจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค แต่ละสมัย

การประพฤติผิดในกาม พระพุทธเจ้าใช้คำว่า “เมถุนธรรม” หมายถึง กิจกรรมของคนคู่ที่จะมีน้ำเป็นที่สุดจบ “เมถุน” หมายถึง คนคู่ เริ่มตั้งแต่มองตากัน แตะเนื้อต้องตัว จับมือถือแขน หอมกอด จนมีน้ำเป็นที่สุดจบ ทั้งสายตลอดมานี้ เรียกว่า เมถุนธรรม เป็น “กาม” ดังนั้น เมถุนธรรมขึ้นอยู่กับว่า จะเป็นข้างเคร่งหรือข้างหย่อน หยาบหรือละเอียด

ศีลข้อ 3 ของศีล 5 กับข้อ 3 ของศีล 8 จะหยาบละเอียดต่างกันตรงคำว่า “พรหมจรรย์” คือ ถ้าข้อ 3 ของศีล 5 จะกินความเฉพาะส่วนท้ายๆ ที่ใกล้จะถึงกิจกรรมที่มีน้ำเป็นที่สุดจบ แต่ถ้าเป็นศีลของ 3 ของศีล 8 จะรวมทั้งหมดตลอดสาย ตั้งแต่มองตากัน แต่จะพยายามไม่ให้ไปที่สุดจบตรงกิจกรรมของคนคู่นั้นๆ

 

ดังนั้น ที่ถามมานั้น คือ ไม่ผิด แต่ยังไม่ละเอียดพอ แต่ถ้าเราจะทำให้มันละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น ก็ค่อยๆ ปฏิบัติไป แต่ที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ต่อหญิงหรือชาย สามารถที่จะมีกามได้หมด กาม นี่แหละมันอันตราย กาม จะเป็นทางที่จะไปสู่ทางต่ำ กาม ที่อยู่ในจิตใจของเราด้วยและ กาม ที่อยู่ในจิตใจของคนอื่นด้วย ต้องระวัง!! “มารไม่ได้จะให้เรามีความสุข เพื่อที่จะมีความสุข แต่ให้เรามีความสุข เพื่อที่จะล่อเรา ให้เรามีความผิด มีความทุกข์ บ้านแตกสาแหรกขาด กิเลสมารในใจเราเป็นแบบนี้”

 

 

คุณ Saree (Facebook)

คำถาม : บุคคลที่มีธุลีในดวงตาแต่น้อย สามารถที่จะฟังธรรมะเข้าใจได้ แล้วบุคคลที่มีธุลีในดวงตามาก ทำอย่างไรที่จะฟังธรรมะเข้าใจได้

 

คำตอบ : มี 2 ทางเลือก หนึ่ง คือ รอพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป ซึ่งอาจจะนานหน่อย หรือ สอง ในเมื่อเราเกิดมาเป็นคนที่ที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่นี้ เรายังได้แล้ว โดยคำนวณจาก

  1. ความน่าจะเป็นที่จะเกิดเป็นมนุษย์นั้นยากมาก
  2. ความยากที่จะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก
  3. พระพุทธเจ้าที่แสดงคำสอนไว้อย่างรอบคอบ และคำสอนสามารถสืบทอดอยู่ได้นาน

 

 

พวกเราที่ได้มีโอกาสฟังธรรมะ จัดอยู่ในบุคคลที่เรียกว่า มีโอกาสแล้ว ที่เรียกว่า มีธุลีในดวงตาน้อยแล้ว ซึ่งแต่ละคนจะน้อยจะมากต่างกัน อยู่ในสมัยที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ให้เราปลงศรัทธาลงไป ประตูแห่งนิพพานอันเป็นอมตะ พระพุทธเจ้าท่านเปิดไว้แล้ว ท่านกล่าวไว้ว่า “สัตว์เหล่าใดมีโสตประสาท สัตว์เหล่านั้น จงปลงศรัทธาลงไปเถิด”

 

คำสอนนี้ เป็นคำสอนสำหรับผู้ที่มีความขยัน ผู้ที่มีความขี้เกียจ จะมาเข้าใจในคำสอนได้ยาก ศาสนานี้เป็นศาสนาสำหรับคนที่มีความศรัทธา มีความเพียร มีปัญญา คนที่ไม่มีศรัทธา ขี้เกียจ เอาแต่อ้อนวอน ปัญญาทื่อ มันจะไม่เห็น แต่เรามีโอกาสแล้ว ทำเลย เอาศรัทธาเป็นกำลัง ในการที่จะพัฒนาความเพียรบ้าง ปัญญาบ้าง สติบ้าง ให้เกิดขึ้นได้แน่นอน คุณอื่นๆ ก็จะปรากฏขึ้นได้แน่

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง