สัมมาสมาธิ

HIGHLIGHTS:

  • สัมมาทิฐิเป็นประธานในการเดินมรรคและการทำให้เกิดสัมมาสมาธิ
  • เมื่อองค์อื่นๆ ของมรรคเข้ากันเป็นอย่างดีในทางแห่งกุศลก็จะเกิดสัมมาสมาธิขึ้น
  • การพึงระวังทางกาย วาจา ใจให้เป็นไปในทางสัมมาทิฐิจะทำให้ “สติ” ของเรามีกำลัง
  • ความสุขจากสัมมาสมาธิเป็นความสุขที่เกิดจากในภายใน ไม่ต้องเสาะหาจากภายนอก

บทคัดย่อ

“สมาธิ” หมายถึง จิตที่มีอารมณ์รวมเป็นอันเดียว...ซึ่งการรวมเป็นอารมณ์อันเดียวนั้นก็ประกอบไปด้วยส่วนผสมอื่นๆ ที่ผสมเข้ากันเป็นอย่างเดียวอย่างเช่นดินเหนียวที่ปั้นเป็นก้อนก็ต้องอาศัยน้ำและสารเคมีอื่นๆ มาประกอบให้เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

“สัมมาสมาธิ” คือ องค์หนึ่งของมรรค 8 และเป็นตัวบ่งชี้ถึงความที่องค์อื่นๆ ของมรรคได้เข้ากันเป็นอย่างดี...การกระทำของเราทางกาย วาจา ใจที่มาตามมรรคมาแล้วอย่างดีมันก็จะเข้ากันรวมกันเป็นสัมมาสมาธิขึ้นมา การกระทำของเราทั้งหมดจะมารวมลงอยู่ในช่องทางคือ “ใจ” ไม่ว่าจะเป็นช่องทางที่เป็นบุญหรือบาป “จิต” นั้นเป็นตัวสั่ง(จิตอยู่ในช่องทางคือใจ) ความคิดนึกก็เช่นกัน เกิดในช่องทางคือใจ จะเป็นสัมมาทิฐิหรือมิจฉาทิฐิ สัมมาวาจาหรือมิจฉาวาจาก็ล้วนเกิดจากช่องทางคือ ใจ แล้วทั้งหมดนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่าต้องมี “สัมมาทิฐิ” เป็นประธาน เป็นตัวนำหน้าขององค์ต่างๆ ถ้าเรารู้อะไรถูกอะไรผิด คอยกำจัดสิ่งที่เป็นมิจฉาวาจา มิจฉาทิฐิ ให้มีแต่สิ่งที่เป็นสัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ สัมมาอาชีวะให้คงอยู่ ความพยายามนี้จัดเป็นสัมมาวายามะ...การที่เราคอยปรับให้ระลึกถึงแต่สิ่งที่ดีมาในทางคือ สัมมาสติซึ่งทั้งหมดอาจจะยังไม่เข้ากันดี แต่เมื่อทำไปปรับไปจนกุศลธรรมทั้งหมดเข้ากันอย่างดีก็จะเกิด “สัมมาสมาธิ” ถ้าเราเจริญมรรคของเราอย่างดีทำได้ถูกต้องในทุกขณะ ทุกสถาน จิตที่รวมลงในขณะนั้นจะมีความเข้ากันในเรื่องของทาน ศีล การทำสมาธิ-พิจารณาธรรมต่างๆ จะเข้ากันได้เป็นอย่างดีเป็นสัมมาสมาธิที่ไล่ไปตั้งแต่ฌาณ 1 - 4 เป็นขั้นๆ และที่ละเอียดแล้วก็ยิ่งละเอียดยิ่งๆ ขึ้นไปได้อีก เมื่อถูกฝึกดีแล้วก็เปรียบดังม้าอาชาไนยพันธุ์ดี เห็นแค่สัญญาณจากครูฝึกก็รู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไร ไปทางไหน เหมือนจิตที่เมื่อฝึกดีแล้วมีอะไรขึ้นมาก็จะเป็นธรรมะไปหมดไม่มีอะไรมาปิดหรือมากลบไว้ได้ แต่ทั้งหมดนี้จะมีการกลับกำเริบไหม?

“นิวรณ์” เป็นเครื่องกางกั้นเป็นข้าศึกทำให้กลับกำเริบ ถ้ามีสมาธิก็ไม่มีนิวรณ์ ถ้ามีนิวรณ์ก็จะไม่มีสมาธิเป็นคู่ปรับกัน...นิวรณ์ทำให้เราไม่สามารถเห็นทุกอย่างตามที่เป็นจริง ทำให้จิตมีอาพาธเหมือน คนเป็นหนี้หรือเป็นทาสทำให้เกิดความไม่สบายแก่จิตไม่สามารถทำให้เกิดสมาธิได้ ...ซึ่งการที่ถูกนิวรณ์ครอบงำเพราะจิตยังไม่มีกำลัง พระพุทธเจ้าตรัสถึงวิธีที่จะทำให้จิตมีกำลังไว้ 6 ประการคือ 1.ฉลาดในการเข้าสมาธิ 2.ฉลาดในการอยู่ในสมาธิ 3.ฉลาดในการออกจากสมาธิ 4. ทำสมาธิโดยเอื้อเฟื้อ 5.ทำสมาธิได้อย่างติดต่อ 6.กระทำธรรมะอันเป็นที่สบายแก่สมาธิ

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ก่อนหน้า