อะไรคือสิ่งที่เป็นบุญ

  • “บุญ” เป็นชื่อของความสุข
  • ความสุขที่ควรเสพ และ ความสุขที่ไม่ควรเสพ
  • อธิบายบุญกิริยาวัตถุโดยย่อ 3 อย่าง และ โดยขยายความ 10 อย่าง
  • ในคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมดเป็นเรื่องของบุญทั้งสิ้น รวมลงมาในเรื่องของ ทาน ศีล ภาวนา แจกแจงให้มันละเอียดลงไป ก็คือเรื่องของอริยมรรคมีองค์ 8 นั่นเอง

 

โดยพุทธพจน์พระพุทธเจ้าบอกว่า “บุญ เป็นชื่อของความสุข อย่ากลัวต่อบุญเลย” แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่มีความสุขจะเป็นบุญทั้งหมด แต่ระบุเจาะจงลงมาที่ความสุขที่ควรเสพ ไม่ใช่ความสุขชนิดที่ไม่ควรเสพ

 

ความสุข มีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน คือ

  • ความสุขที่ควรเสพ เช่น ความสุขที่เกิดจากฌานสมาธิทั้งหลาย, ความสุขที่มาในทางของปัญญา ศีล สมาธิ
  • ความสุขที่ไม่ควรเสพ เช่น ความสุขที่เกิดจากการฆ่า, ความสุขที่เกิดจากการลักขโมย, ความสุขที่เกิดจากการพูดเล่น ตลกโปกฮา โกหก ,ความสุขที่เกิดจากการผิดศีลทั้งหมด, ความสุขที่เกิดจากในเรื่องทางกาม

 

พระพุทธเจ้าได้แยกแยะในเรื่องของบุญเอาไว้ว่ามี 3 อย่าง คือ

  1. ทานมัย บุญเกิดจากการให้ (ยิ่งให้ยิ่งได้; ให้ ในที่นี้คือ ให้ทาน, ได้ ในที่นี้คือ ได้บุญได้ความสุข)การใช้ของภายนอกในการให้ ในการสร้าง ในการทำให้เกิดความสุข ก็จะได้บุญในระดับที่ 1 เป็นบุญที่เกิดจากเรื่องของทาน
  2. สีลมัย บุญเกิดจากการรักษาศีล คือ การที่ใช้ตัวเราทำ เช่น
  3. ภาวนามัย  บุญเกิดจากการเจริญภาวนา (ภาวนา คือ การพัฒนาจิต) คือ การที่ใช้จิตของเราทำ เช่น การนั่งสมาธิเจริญสมถะวิปัสสนา กิเลสในจิตมันก็ลดลง ๆ

เมื่อพูดโดยย่อแล้ว วิธีหรือหลักแห่งการทำบุญในพระพุทธศาสนา ก็มีเพียง 3 อย่าง คือ ทาน ศีล และภาวนา

 

ความสุขที่ควรเสพ ยังสามารถขยายความให้กว้างออกไปอีก ในที่นี้จะกล่าวถึง บุญกิริยาวัตถุมี 10 ประการ คือ เรื่องที่จะทำให้เกิดเป็นบุญเป็นกุศลได้ 10 อย่าง ได้แก่

  1. ทานมัย  บุญที่เกิดจากการให้ทาน
  2. สีลมัย  บุญที่เกิดจากการรักษาศีล
  3. ภาวนามัย  บุญที่เกิดจากการเจริญภาวนา
  4. อปจายนมัย  บุญที่เกิดจากการอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่
  5. เวยยาวัจจมัย  บุญที่เกิดจากการขวนขวายในกิจการงานที่ชอบ เช่น การเป็นอาสาสมัคร เป็นบุญที่เกิดจากการที่อุปการะผู้อื่นก่อน
  6. ปัติทานมัย บุญที่เกิดจากการให้ส่วนบุญ คือ การอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้อื่น ซึ่งจะทำให้เราได้บุญเพิ่มขึ้น คือ บุญที่เกิดจาการที่เราอุทิศบุญนั้น ที่สำคัญในการอุทิศบุญ คือ บุญนั้นเกิดในจิตของเรา จิตของเรามีลักษณะของการสั่งสมสิ่งที่เป็นบุญ สิ่งที่เป็นบาป ถ้าเราทำบุญไม่ว่าจะด้วยการใช้ของภายนอก การใช้กายของเรา หรือการใช้จิต บุญทั้งหมดจะสะสมอยู่ในจิตของเรา ถ้าคุณไม่มีบุญ คุณอุทิศบุญให้ใครก็ไม่ได้ เพราะว่าวัตถุดิบมันไม่มี แต่ถ้าคุณมีบุญ บุญนี้ก็ต้องเกิดที่จิต ก็ต้องตั้งจิตที่จะอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับญาติพี่น้องบ้าง ให้กับบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว คนที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย อันนี้สามารถทำได้ หลักสำคัญคือ ใช้จิตของเรา เพราะว่าบุญเกิดขึ้นที่จิต ส่วนจะใช้ข้าวของภายนอก เช่น ต้องมีน้ำ หรือ คำกล่าว หรือไม่ อันนี้เป็นสิ่งที่รอง ๆ สำคัญลงมา
  7. ปัตตานุโมทนามัย บุญที่เกิดจากการอนุโมทนาส่วนบุญ คือ ยินดีในบุญที่คนอื่นได้ทำ กล่าวคำที่สรรเสริญซึ่งกันและกัน แค่วาจาที่เปล่งออกไปในการที่จะพูดดีกับเขา อนุโมทนา อันนี้ก็เป็นสัมมาวาจา ตัวเราก็อยู่ในมรรคทันที
  8. ธัมมัสสวนมัย บุญที่เกิดจากการฟังธรรม การฟังธรรมตามกาลเป็นมงคลอย่างยิ่ง มงคลตรงนี้ทำให้จิตของเราสูงขึ้น บุคคลที่ได้ฟังธรรมแล้ว จะสามารถได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยได้ฟัง สิ่งใดที่เคยได้ฟังแล้ว ก็ย่อมมีความเข้าใจชัดมากยิ่งขึ้น สามารถที่จะบรรเทาความสงสัยต่าง ๆ ได้ ทำความเห็นที่มันไม่ถูกให้ถูกได้ จิตของผู้ฟังนั้นก็ย่อมมีความผ่องใส
  9. ธัมมเทสนามัย บุญที่เกิดจากการแสดงธรรม
  10. ทิฏฐุชุกัมม์ การทำความเห็นให้ตรง คือ สัมมาทิฏฐิ นั่นเอง

“บุญทั้งหลาย อย่ากลัว ให้ทำ จะนำความสุขมาให้ได้ นอกจาก 10 ข้อนี้ เรามาสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง ใน 3 ข้อแรก หลักที่พระพุทธเจ้าอธิบายไว้โดยพุทธพจน์ในเรื่องของ ทาน ศีล ภาวนา ได้ให้ความหมายของ “บุญ” หมายถึง ความสุข อย่ากลัวต่อบุญ และถ้าพูดถึงความสุขก็สามารถขยายออกไปในเรื่องอื่น ๆ ที่เราทำแล้วเข้าข่ายในลักษณะของความสุขที่ควรเสพ เช่น การประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล การรู้จักขวนขวายในกิจการงานที่ชอบ ซึ่งเป็นข้อที่ 4 และ ข้อที่ 5

ข้อที่ 6 นั้น คือ บุญที่เกิดจากการให้ส่วนบุญ เรามีความปรารถนาดีกับคนอื่น นั่นก็เป็น เมตตา เป็นกรุณา ข้อที่ 7 ก้็ป็นบุญที่เกิดจากการอนุโมทนาส่วนบุญที่คนอื่นเขาได้ทำ นั่นก็เป็น มุทิตา หรือบุญที่เกิดจากการฟังธรรม ท่านใช้คำว่า “ธัมมัสสวนมัย” หรือ บุญที่เกิดจากการแสดงธรรม คือ “ธัมมเทสนามัย” หรือ บุญที่เกิดจากการทำความเห็นให้ถูกต้อง คือ “ทิฏฐุชุกัมม์”

3 อย่างแรก มีอธิบายมาในพุทธพจน์ อีก 7 อย่างหลังเป็นสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมา ฮะิบายให้เกิดความแตกฉานขึ้นไป และถ้าเราจะอธิบายต่อขึ้นไปอีกว่า อะไรเป็นบุญที่เป็นบุญ ที่เพิ่มเติมจากนี้ได้ นั่นมีอีกนับไม่ถ้วน หมวดธรรมข้อไหนคุณจับขึ้นมา เป็นบุญได้ทั้งนั้น มรรค 8 ทั้งหมด, การเจริญศรัทธา การมีศรัทธาทำให้เกิดบุญแน่นอน ซึ่งถ้าจะจัดหมวดหมู่ เรื่องของการทำความเห็นให้ตรง การฟังธรรม การแสดงธรรม การอนุโมทนาส่วนบุญ การอุทิศส่วนบุญ อันนี้อยู่ในเรื่องของจิต บุญที่เกิดจาการภาวนา การพัฒนาจิต

ถ้าเราจะแบ่งว่า ใช้กายของเราทำ ก็เอาในส่วนของการที่อ่อนน้อมต่อผู้เจริญในตระกูล ขวนขวายในกิจการงานที่ชอบ จัดไปอยู่ในหมวดของศีล บุญที่เกิดจากการรักษาศีล สีลมัย ส่วนการที่ให้ทานอันนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้ว คือ การทาน เอาสิ่งของภายนอกให้ จัดแบบนี้ก็ได้ หรือบางคนก็จะจัดแบบอื่น อันนี้ไม่มีปัญหา

แต่ในแต่ละกอง หลัก ๆ 3 กอง คือ กองทาน กองศีล กองภาวนา มันยังมีได้อีกหลายอย่างไม่รู้จบ เช่น บางคนที่พูดถึงเรื่องของ ธรรมะเป็นทาน คุณให้ซีดีธรรมะ คุณให้หนังสือธรรมะ อันนี้ยังเป็นการให้ทาน เรียกว่า ทานมัย ยังเป็นการให้สิ่งของ แต่การที่ให้ธรรมะเป็นทาน คือ แสดงธรรมให้เขาฟัง เป็นต้น นั่นคือ บุญที่เกิดจากการภาวนา หรือ ปฏิบัติให้เขาดู ปฏิบัติให้เขาเห็น ไม่โกรธเป็นอย่างไร มีเมตตากับคนที่เขาเกลียดเราได้อย่างไร อันนี้คือ ให้ธรรมะเป็นทาน

และไม่ใช่มีอยู่แค่ 3 กอง หรือ บุญกิริยาวัตถุ 10 เท่านั้น ถ้าเราจะเติมให้เป็น 30 ถ้าเราจะทำให้เป็น 50 หรือ 108 ก็ยังสามารถจัดเข้ามาได้อีก จะเอาเรื่องการไม่คบคนพาลก็ได้ มงคลทั้ง 38 อย่างที่มาในมงคลสูตร สามารถจัดเข้ามาอยู่ในเรื่องของบุญได้ทั้งสิ้น เช่น การไม่คบคนพาล การคบบัณฑิต อันนี้ก็ทำให้เกิดความสุขในชีวิตของเราเช่นกัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนพาล รู้จักรักษาคบบัณฑิตเป็นมิตร ความทุกข์ในชีวิตของเราก็ลดลงไปอย่างมาก มีความสุขเกิดขึ้น นั่นก็เป็น “บุญ” แน่นอน

การสงเคราะห์ญาติ ความสันโดษ ความอดทน ความเป็นผู้ว่าง่าย การพบเห็นสมณะ เหล่านี้เป็นบุญหมดเลย หรือ ถ้าเราจะเอาหมวดธรรมอื่น เช่น อิทธิบาท 4 คุณขยันขันแข็งในหน้าที่การงาน นี้เป็น “บุญ”, คุณรู้จักแบ่งจ่ายทรัพย์อย่างดี แบ่งจ่ายใน 4 หน้าที่ บำรุงญาติมิตร บำรุงพี่น้อง บำรุงเพื่อนร่วมงาน แบ่งจ่ายทรัพย์ทำบุญต่าง ๆ นี่ก็เป็นบุญแล้ว เป็นความสุขในชีวิตของเรา หรือ เป็นการตั้งใจในการเรียน การรอบรู้ทำความเพียรในศิลปะอย่างใเอย่างหนึ่งที่เราจะทำมาหากิน นี้ก็นำมาซึ่งความสุข ก็เป็น “บุญ” เหมือนกัน

ถ้าเราจะแจกแจงเรื่องบุญกุศล ในคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมดเป็นเรื่องของบุญทั้งสิ้น ท่านขยายความเอาไว้ รวมมาไม่หนีไปจากเรื่องของ ทาน ศีล ภาวนา แจกแจงให้มันละเอียดลงไป ก็เรื่องของอริยมรรคมีองค์ 8 นั่นเอง...ทำบุญให้มีความกว้างขวางออกไป เป็นการที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง เป็นประโยชน์ต่อทั้งตนเองด้วยผู้อื่นด้วย การฟังธรรมนั้นดีแน่นอน

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ฟัง "มงคลชีวิต" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ฟัง "“บุญ” คือ ชื่อของความสุข" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ฟัง "สากัจฉาธรรม – จับมรรค แจ้งนิโรธ" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ฟัง "สากัจฉาธรรม – จิตประภัสสร / อานิสงส์ / ทาน ศีล ภาวนา" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ฟัง "บุญอันมีสุขเป็นกำไร" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559