การเจ็บไข้ ป่วย อาพาธ – ตอนที่ ๗ การพูดจากับคนเจ็บไข้

HIGHLIGHTS:
  • ควรพูดอย่างไรกับคนเจ็บไข้

บทคัดย่อ

 

คนเราจะอยู่ร่วมกันได้ หนึ่งในสิ่งที่สำคัญนั่นก็คือวาจา ว่าจะพูดจากันในลักษณะที่ให้มีความสมัครสมานสามัคคี ไม่ให้กระทบกระเทือนใจกัน ไม่ให้ทิ่มแทงกัน แต่ให้รักษาน้ำใจกัน...อันนี้สำคัญ

คนที่จะรักษาคนที่เจ็บไข้ ๑ ในคุณสมบัติ ๕ ประการที่พระพุทธเจ้าบอกไว้ก็คือว่า สามารถที่จะพูดชักชวนให้คนไข้เห็นชัด ให้เกิดการปฏิบัติ ให้มีความอาจหาญร่าเริงแกล้วกล้า ให้มีความยินดีร่าเริงด้วยด้วยธรรมีกถา พูดง่ายๆ ก็คือ พูดจาแล้วให้มันมีกำลังใจ ชักชวนให้เขามีกำลังใจมีความเพียรตั้งใจได้มีความอดทนได้ ซึ่งในวาจาที่เป็นลักษณะนี้คือหมายถึงวาจาที่พูดแล้วให้มันฟังได้เข้าหูกัน

นอกเหนือจากการคนเจ็บไข้ที่ว่าเราจะต้องพูดให้เขาได้กำลังใจมีกำลังใจในการต่อสู้ เอาแค่ว่าคนไม่เจ็บไข้คนธรรมดาเป็นเพื่อนกันเนี่ย เช่น คนที่อยู่หอด้วยกัน หรือว่าเป็นเพื่อนร่วมห้อง หรือเพื่อนร่วมบริษัทก็ตาม ถ้าเผื่อว่าพูดทิ่มกันอยู่เรื่อย มันก็จะเริ่มมีปัญหา ทีนี้วาจาที่จะพูดกันไม่ให้มีลักษณะว่าทิ่มแทงกันมีความที่ฟังไม่รื่นหู เราก็ต้องมีการแยกลักษณะให้ถูกต้อง

พระพุทธเจ้าเคยบอกสอนถึงเรื่องของคนที่จะบอกสอนคนอื่นด้วยวิธีรุนแรงหรือวิธีละมุนละม่อม วิธีละมุนละม่อมก็คือพูดให้เห็นประโยชน์ว่าทำดีทำดีมันดีอย่างนี้อย่างนี้นะ ด้วยวิธีรุนแรงคือพูดให้เห็นโทษว่าถ้าทำไม่ดีมันจะมีโทษอย่างนี้อย่างนี้ ซึ่งมันจะไม่เหมือนลักษณะของวาจาทิ่มแทงกัน ไม่เหมือนกันเจตนาต่างกันโดยสิ้นเชิง คนที่ถ้ามีความขัดเคืองแล้วพูดไปมันจะทิ่มเค้า แต่ถ้าคนที่มีเจตนามีเมตตาแล้วต้องการพูดให้เขาเป็นคนดีขึ้นมา ลักษณะคำพูดจังหวะเวลาการพูดกาละในการพูดเนื้อหาถ้อยคำมันจะต่างกัน ความแตกต่างมีอยู่ ๒ อย่างส่วนใหญ่ๆ

ส่วนแรกก็คือว่าถ้าเป็นมิตร พระพุทธเจ้าจะเน้นย้ำเรื่องของวาจาอยู่หลายข้อทีเดียว อย่างในเรื่องของทิศทั้ง ๖ ที่ว่าเรื่องเกี่ยวกับมิตร จะต้องมีการพูดจาไพเราะ คือฟังให้มันรื่นหู ไม่ใช่คนนี้พูดไปทางหนึ่งคนนี้ก็จะมาสวนทางกัน อาจจะไม่ใช่มิจฉาวาจาเป็นสัมมาวาจาแหละ แต่เป็นคนละเรื่องกันมันก็ไม่ไพเราะไม่รื่นหูไม่ไปทางเดียวกัน แล้วก็ยังจะต้องกล่าววาจาที่จะไม่ให้เป็นเครื่องทุ่มเถียงกันหักล้างกัน คนนี้ก็พูดประเด็นนึงอีกคนก็พูดประเด็นนึงก็ไม่ผิดศีลหรอกแต่มันเป็นคนละประเด็นกัน มันอาจจะทำให้เกิดการทุ่มเทียงกันก็อย่ากล่าวอย่างนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ผิดศีลก็ตามนะ อันนี้คือเรื่องเกี่ยวกับมิตรที่เราจะต้องรักษามิตรไว้

ทีนี้ในเวลาที่ถ้ามิตรของเราเริ่มเป๋ออกไม่ถูกทาง การตักเตือนนั้นจะต้องมีเวลา พระพุทธเจ้าได้เคยพูดถึงมิตรที่จะรักษากันนี่จะต้องรู้จักตักเตือนมิตรในเวลาที่เขาตั้งอยู่ในความประมาท ถ้าเรากลับมาประเด็นเรื่องของความเจ็บไข้ได้ป่วย คนที่เจ็บไข้ได้ป่วยแล้วก็ร่ำไห้คร่ำครวญทุบอกชกตัวนี่ นี่คือเขาตั้งอยู่ในความประมาทแล้ว เราเป็นมิตรเราจะพูดให้เขาไม่ประมาท ให้เขาตั้งสติได้ยังไง ความไม่ประมาทนี่คือสตินะ จะพูดชักชวนให้เขายังไง บางทีต้องชี้แจงให้เห็นประโยชน์ บางทีต้องชี้แจงให้เห็นโทษ จึงมีวิธีรุนแรงชี้ให้เห็นโทษ วิธีละมุนละม่อมชี้ให้เห็นประโยชน์ บางทีต้องมีลักษณะการพูดจา คือไม่ใช่ว่าจะพูดจาด้วยความที่ว่า ชี้แต่ข้อเสียชี้แต่ข้อเสียก็ไม่ได้ คนเราจะอยู่ร่วมกันได้ก็ต้องพูดสิ่งที่ให้มีความฟูใจ ถ้าคุณทำถูกอย่างนี้อย่างนี้ดีแล้ว ตรงจุดนี้ปรับปรุงได้ก็พูดกันไปทำความเข้าใจกันไป

พอพูดถึงจุดนี้นึกถึงนิทานธรรมบทเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าเป็นโพธิสัตว์อยู่ตอนนั้นก็มีพระราชานิมนต์ให้อยู่ในราชอุทยาน พอไปอยู่ในราชอุทยาน พวกลูกศิษย์ของโพธิสัตว์ก็ตามไปด้วย ตอนนั้นบวชในลักษณะที่ไม่ได้ในพุทธศาสนา เป็นพราหมณ์ทั่วไป พอไปอาศัยอยู่ในราชอุทยานของพระราชาก็มีคนมาฟังธรรมมีคนเกลื่อนกล่นมีเสียงช้างเสียงม้าพวกลูกศิษย์ก็อยู่ไม่ได้ก็หนีไป แต่ว่าหนีก็ไม่ได้กลับไปที่ป่าของตัวเองอยู่ ก็อยู่ในบริเวณที่ใกล้ๆ เพื่อที่จะคอยฟังข่าวอาจารย์ อาจารย์พอลูกศิษย์หนีไปก็ไม่สบายใจเพราะไม่ได้อยู่ในบริวาร บริเวณที่ตัวเองคุ้นเคย ก็มีอาการเจ็บท้องป่วยไข้ พระราชาก็เลยส่งหมอไปรักษา ด้วยความหวังที่ว่าจะให้โพธิสัตว์มีอาการดีขึ้น โพธิสัตว์ก็เลยขอพรจากพระราชาว่า ถ้าต้องการให้อาการของข้าพเจ้าดีขึ้น ก็พาข้าพเจ้าไปหาพวกลูกศิษย์ พอไปเจอพวกลูกศิษย์ก็ได้การปราศรัย ได้รับการอุปัฏฐากอุปถัมภ์ในชนิดที่พอใจซึ่งกันและกัน ความพอใจตรงนี้ก็มีเรื่องของวาจาด้วย พูดจาไม่ต้องมีพิธีรีตรองแบบพูดกับพระราชา แต่พูดจาในลักษณะที่อาจารย์พูดกับลูกศิษย์ ทำให้มีความเข้ากัน มีความสมัครสมานสามัคคีกันมีความพอใจกันมีความแกล้วกล้า ๒-๓ วันเท่านั้นอาการของโพธิสัตว์ที่ป่วยปวดท้องก็ดีขึ้นมา

เรื่องวาจาท่านผู้ชมสำคัญมาก วันนี้เน้นย้ำในเรื่องของผู้ที่จะต้องดูแลกัน จะต้องเป็นผู้ที่สามารถพูดให้เกิดความอาจหาญร่าเริงมีความแกล้วกล้า ร่าเริงด้วยธรรมีกถาต่างๆ ไม่ใช่แค่คนที่รักษาพยาบาลกันเท่านั้น ยังรวมถึงมิตรสหายด้วย คนมาวัดคนในที่ทำงานคนในครอบครัวคนอยู่ร่วมหอกัน คนที่รู้จักกัน ต้องรู้จักพูดให้ดีพูดให้มีความสมานสามัคคีกัน

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง