การเจ็บไข้ ป่วย อาพาธ – ตอนที่ ๔ สร้างความอดทนด้วยโสตาปัตติยังคะ ๔

HIGHLIGHTS:

  • เราจะทำความอดทนให้เกิดขึ้นได้อย่างไร
  • ความอดทนจะมีผลให้เราข้ามทุกขเวทนาได้อย่างไร

บทคัดย่อ

 

ความอดทนเป็นคุณธรรมที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีความเจ็บไข้ อาพาต เจ็บป่วย เป็นสิ่งที่จะต้องมี วันนี้เราจะพูดถึงประเด็นที่ว่า เราจะทำความอดทนให้เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วความอดทนนั้นจะมีผลทำให้เราข้ามทุกขเวทนาได้อย่างไร เราจะมาทำความเข้าใจในเรื่องความอดทนเพิ่มเติมกัน

คุณธรรมอันหนึ่งที่ได้เคยพูดไปแล้ว คือ ความอดทน สุขเวทนาที่ได้มาโดยมิชอบจะเป็นมิจฉามรรค หรือถ้าได้มาชอบ แต่ถ้ายังมีความกำหนัดลุ่มหลงก็ถือว่าไม่ดี ถ้าเรามีความเก็บกด สิ่งที่จะบอกเราได้ว่ามีความเก็บกด คือลักษณะของการที่พร่ำบ่นพูดถึง คนพาลจะมีคุณธรรมอันหนึ่งคือบ่นอยู่เรื่อย เราจะรู้ได้ยังไงว่าฉันเก็บกดแล้ว คือ ขี้บ่นชอบบ่น หนาวก็บ่นร้อนก็บ่น จะหนาวจะร้อนก็อย่าบ่นแต่ให้อดทนเอา ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ คนที่ไม่ใช่อดทนแต่ว่าเก็บกด มีทุกขเวทนาอยู่ก็จริงแต่ว่าเป็นความเก็บกดเพราะว่ามีการพร่ำบ่นพูดถึงแสดงว่าในใจมีความครุกรุ่นอยู่มีมิจฉามรรคอยู่ อันนี้อันหนึ่งที่เราจะรู้ได้

ประเด็นที่ต้องการจะพูดเพิ่มเติมในครั้งนี้ก็คือ ความอดทน เวทนาแบบต่างๆ ที่มีมา จะทำให้เกิดคุณธรรมอะไรได้บ้าง เมื่อคุณมีทุกขเวทนา เช่น ปวด เมื่อย ฉีดยาก็ยังไม่หาย ก็ถ้าเรามีความอดทนก็หายากินหายาทาที่จะเหมาะสมและก็รู้ประมาณในความสบายนั้น ทุกขเวทนาจะเปลี่ยนเป็นสุขเวทนาโดยมีสัมมามรรคอยู่ในใจ ด้วยความอดทนจะทำให้รู้ประมาณในที่สบายนั้น

หรือว่าคนแพ้ท้อง เขาสามารถที่หาสิ่งที่กินแล้วมันจะแพ้ท้อง เช่น บางคนก็อยากของเปรี้ยวๆ กินของมีรสเปรี้ยวๆ แล้วก็หายดีขึ้นได้ เพราะเขามีคุณธรรมคือความอดทน รู้ประมาณในที่สบายนั้น หาสิ่งที่เป็นสัปปายะและรู้ประมาณในสิ่งที่สบายนั้น

ความแตกต่างระหว่างอาการเจ็บป่วย กับ การแพ้ท้อง คือ แพ้ท้องพอได้กินอะไรที่มันถูกแล้วมันก็หาย แต่เจ็บป่วยบางทีได้ยากินหรือยาทาแล้วบางทีมันไม่หายมันยังมีอยู่ ความที่ทุกขเวทนาจะหายหรือไม่หายแต่ถ้ามีความอดทนเราจะมีคุณธรรมตรงนี้ตั้งอยู่ในใจได้

คนที่มีเวทนาประเภทลงแดง พวกติดยาเสพติดหรือติดการพนันเป็นต้น มันต้องเล่น มันต้องอยากได้ มันต้องกิน ถ้าเรามีความอดทน เราไม่เที่ยวเราไม่เล่น ธรรมะที่เขาจะมีได้ก็คือเขาจะไม่เสพสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมเหล่านั้น เป็นอบายเหล่านั้น เป็นอบายมุขเหล่านั้น แต่จะตั้งสติไว้ได้อย่างดี สามารถที่จะไม่เห็นแก่ชีวิตล่ะ ตายก็ตายแต่ว่าจะไม่เสพ จะมีสติตั้งเอาไว้ได้จะไม่ไปทำสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมถึงแม้จะมีเวทนาที่เกิดแบบภาษาศัพท์ทางศาสนาเขาใช้คำว่ากระสัน ก็สามารถที่จะอดทน และให้มีธรรมะคือสติตั้งอยู่ได้ ประโยชน์ของความอดทนจะทำให้เกิดธรรมะเหล่านี้ ซึ่งธรรมะเหล่านี้เป็นสัมมามรรคแปดต่างๆ สัมมามรรคทั้ง ๘ ข้ออยู่ในนี้

มีเวทนาอีกอย่างหนึ่งเช่นเปลี่ยนที่อยู่ จากผัสสะอีกประเภทหนึ่งไปเป็นผัสสะอีกประเภทหนึ่ง เช่น คนกรุงเทพฯ มาอยู่อีสานต้องกินแต่ข้าวเหนียว หรือคนไทยไปอยู่ต่างประเทศไม่ได้กินข้าวต้องกินแต่ขนมปัง ลักษณะของการเปลี่ยนที่อยู่เปลี่ยนผัสสะต่างๆ เหล่านี้ แน่นอนว่าต้องทำให้เกิดเวทนา พอเกิดเวทนาแล้ว ถ้าเราไม่อดทนคุณอยู่ไม่ได้แน่ แต่ถ้าอดทนได้ คุณก็จะละความเคยชินเดิมๆ นั้น คือ ละอาสวะได้ อาสวะถอดถอนออกได้ ถึงแม้จะมีผัสสะชนิดต่างๆ เกิดขึ้นก็ตาม นี่สามารถละได้

คำถามในที่นี้คือเราจะทำยังไงให้ความอดทนมันเกิดขึ้นได้ เมื่อมีเวทนาต่างๆ ที่มีมา พอตัวเรามีเวทนาเกิดขึ้นแล้ว เราจะข้ามเวทนานั้น ให้เกิดความอดทน แล้วมีธรรมะต่างๆ ได้อย่างไร จะข้ามเวทนานี้ไปได้อย่างไร จุดที่จะทำให้เราข้ามเวทนาได้ พระพุทธเจ้าได้บอกไว้ว่าพอมีความอดทนก็จะทำให้เกิดการเข้าสมาธิเข้าสู่สัมมาสมาธิได้ เราจะทำให้ตัวเราข้ามเวทนานั้นให้เกิดความอดทนเข้าสู่สัมมาสมาธิตั้งอยู่ในธรรมต่างๆ เหล่านั้นได้อย่างไร มีพระสูตรที่พระพุทธเจ้าบอกกับเจ้ามหานามะศากยะ อันนี้จะเป็นซี่รี่ต่อๆ ไป ในข้อที่ ๑ ตรงนี้จะพูดถึงจุดที่เป็นศีลบวกกับรัตนะสาม สี่อย่างนี้เราเรียกว่าโสตาปัตติยังคะ ๔ ก็คือให้เราระลึกถึงพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ แล้วก็ระลึกถึงศีลของเรา แทนที่จิตใจของเราจะเอาไปให้ไว้ที่เวทนา...ไม่...ให้จิตใจของเรามาระลึกถึงศีลระลึกถึงพุทโธธัมโมสังโฆ สี่อย่างนี้เป็นอนุสติ ๑๐ อยู่แล้วนะ มีอนุสติ ๑๐ มีสติตั้งไว้ มีความอดทนเข้าสู่สัมมาสมาธิ มีเวทนาอะไรต่างๆ เข้ามาคุณสามารถที่จะให้ข้ามเวทนาเหล่านั้นได้ ตั้งตนอยู่ในธรรมะต่างๆ เหล่านี้ได้ มีสัมมามรรคได้ ให้เรามองข้ามเวทนาตรงนี้ให้เข้าสู่จุดที่เป็นโสตาปัตติยังคะ ๔

อันนี้เป็นข้อที่ ๑ ในตอนต่อไปจะมาต่อในข้อที่ ๒ ๓ และยังมีอีกหลายข้อ ตัวอย่างเหล่านี้มีมากมาย ตัวพระพุทธเจ้าเอง ป่วย พระองค์มองข้ามเวทนานี้ไปได้อย่างไร ไม่เห็นแก่เจ็บไม่เห็นแก่สบายแต่เห็นแก่สามัญผลอะไร สามัญผลหนึ่งที่เราพูดถึงในวันนี้ที่จะทำให้ความอดทนเกิดขึ้นได้ คือเรื่องของโสตาปัตติยังค ๔ พระสูตรนั้นบอกไว้กับเจ้ามหานามะศากยะ พูดถึงคนเจ็บไข้ที่มีปัญญา

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ชม "การเจ็บไข้ ป่วย อาพาธ – ตอนที่ ๑ การพยาบาลดูแลคนไข้" เผยแพร่ทาง YouTube Channel เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
  • ชม "การเจ็บไข้ ป่วย อาพาธ – ตอนที่ ๒ ความเจ็บไม่ใช่อกุศลธรรม" เผยแพร่ทาง YouTube Channel เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐
  • ชม "การเจ็บไข้ ป่วย อาพาธ – ตอนที่ ๓ อดทนไม่เก็บกด" เผยแพร่ทาง YouTube Channel เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐
  • ฟัง "ตอบคำถาม-โสตาปัตติยังคะ ๔" ออกอากาศวันพุธที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
  • ฟัง "คำพุทธ: คิลายนสูตร ความเบาใจ ๔ อย่าง" ออกอากาศเมื่อวันพุธที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
  • อ่าน "สัลลัตถสูตร" เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
  • "ลักษณะของผู้ง่ายต่อการเข้าอยู่ในสมาธิ" ปญฺจก.อํ. ๒๒/๑๕๕ /๑๑๓.

    ภิกษุ ท. ! ภิกษุที่ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเข้าถึงสัมมาสมาธิ แล้วแลอยู่. ห้าประการ อย่างไรเล่า? ภิกษุ ท. ! ห้าประการ คือ ภิกษุในกรณีนี้ เป็นผู้ไม่อดทนต่อรูปทั้งหลาย ๑, ไม่อดทนต่อเสียงทั้งหลาย ๑, ไม่อดทนต่อกลิ่นทั้งหลาย ๑, ไม่อดทนต่อรสทั้งหลาย ๑, ไม่อดทนต่อโผฏฐัพพะทั้งหลาย ๑. ภิกษุ ท. ! ภิกษุที่ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการเหล่านี้แล เป็นผู้ ไม่ควรเพื่อเข้าถึงสัมมาสมาธิ แล้วแลอยู่.

    ภิกษุ ท. ! ภิกษุที่ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เป็ นผู้ควรเพื่อเข้าถึงสัมมาสมาธิ แล้วแลอยู่. ห้าประการ อย่างไรเล่า? ภิกษุ ท. ! ห้าประการคือ ภิกษุในกรณีนี้ เป็นผู้ อดทนต่อรูป ทั้งหลาย ๑, อดทนต่อเสียง ทั้งหลาย ๑, อดทนต่อกลิ่น ทั้งหลาย ๑, อดทนต่อรส ทั้งหลาย ๑, อดทนต่อโผฏฐัพพะทั้งหลาย ๑. ภิกษุ ท. ! ภิกษุที่ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการเหล่านี้แล เป็นผู้ควรเพื่อเข้าถึงสัมมาสมาธิ แล้วแลอยู่.