โสดาบัน

HIGHLIGHTS:

  • คุณสมบัติของอริยบุคคล “โสดาบัน”
  • การไม่มีวิตกวิจารณ์เกี่ยวข้องกับ “โสดาบัน” หรือไม่ อย่างไร

บทคัดย่อ

คำถามจากคุณกระต่าย บรอนซ์: การทำสมาธิถึงขั้นโสดาปัตติผลคือ การไม่มีวิตกวิจารณ์ คืออย่างไร

คำตอบ: จากคำถามข้างต้นเราควรทำความเข้าใจแยกกันก่อนระหว่าง

  • คำว่า “วิตกวิจารณ์” จัดเป็นการทำสมาธิในฌาณที่ 1 หรือ 2 คือยังมีความคิดนึกเกิดขึ้นในระหว่างการทำสมาธิ และสามารถเป็นบาทฐานให้บรรลุธรรมถึงขั้นอรหัตผลได้เช่นกัน
  • กับคำว่า “การเป็นโสดาบัน” ซึ่งเป็นชื่อของอริยบุคคลที่สามารถทำให้จิตของตนอยู่ในกระแสของมรรคได้ อาจจะยังไม่ได้สมาธิขั้นสูง อาจจะยังมีมานะ ความเป็นตัวตนอยู่บ้าง ยังละตัณหาและอวิชชาไม่ได้หมด และที่แน่นอนก็คือ ยังไม่สามารถละวิตกวิจารณ์ได้เช่นกัน แต่สามารถละสังโยชน์เบื้องต่ำใน 3 อย่างแรกลงได้อันได้แก่
    • สักกายทิฏฐิ คือ การละกองอกุศลกรรมที่เป็นมิจฉาทิฏฐิทั้งหมด
    • วิจิกิจฉา คือ การละความเคลือบแคลง ความเห็นแย้ง ไม่ลงใจในพุทโธ ธัมโม สังโฆได้อย่างมั่นใจ
    • สีลัพพตปรามาส คือ การลงมือปฏิบัติธรรมอย่างมุ่งมั่น ไม่ลูบ ๆ คลำ ๆ ในศีล เที่ยงแท้ต่อพระนิพพาน

พระพุทธเจ้าทรงเคยตรัสไว้ว่า บุคคลที่เป็นโสดาบันสามารถทำในส่วนของศีลได้อย่างเต็มที่ และปฏิบัติสมาธิได้พอประมาณที่จะทำให้ปัญญาเกิดเพื่อละมิจฉาทิฏฐิ ละความคิดลามกหรือบ้าบอที่จะนำไปสู่อบายภูมิได้ โดยการยึดหลักของการแบ่งอริยมรรคมีองค์แปดออกเป็น

  • ศีล อันได้แก่ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ
  • สมาธิ อันได้แก่ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ
  • ปัญญา อันได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ

นอกจากนั้นพระพุทธเจ้ายังทรงตรัสสอนไว้อีกว่า สมาธิมี 9 ระดับ ซึ่งประกอบด้วย
สมาธิขั้นต้น ได้แก่

1. ปฐมฌาณ (ฌาณหนึ่ง) หมายถึง สมาธิในระดับที่มีวิตกวิจารณ์ ซึ่งเป็นความคิดที่ปราศจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย มีปิติสุขอันเกิดจากความวิเวก

2. ทุติยฌาณ (ฌาณสอง) หมายถึง สมาธิในระดับที่วิตกวิจารณ์ระงับไป มีสมาธิ มีสุขอันเกิดจากปิติ

3. ตติยฌาณ (ฌาณสาม) หมายถึง สมาธิในระดับที่มีสุขอันเกิดจากอุเบกขา

4. จตุถฌาณ (ฌาณสี่) หมายถึง สมาธิในระดับที่ไม่มีความสุขเหลืออยู่เลย แต่มีแต่อุเบกขาล้วน ๆ

สมาธิขั้นสูง ได้แก่

5. อากาสานัญจายตนะ หมายถึง สมาธิในระดับที่อากาศไม่มีที่สิ้นสุด

6. วิญญาณัญจายตนะ หมายถึง สมาธิในระดับที่วิญญาณไม่มีที่สิ้นสุด

7. อากิญจัญญายตนะ หมายถึง สมาธิในระดับอะไร ๆ ก็ไม่มี
8. เนวสัญญานาสัญญายตนะ หมายถึง สมาธิในระดับสัญญาจะมีก็ไม่ใช่ ไม่มีก็ไม่ใช่
9. สัญญาเวทยิตนิโรธ หมายถึง สมาธิในระดับที่สัญญาและเวทนาดับลงไป

ทั้งนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่าสมาธิทั้ง 9 ขั้นเป็นบาทฐานที่จะทำให้บรรลุธรรมของอริยบุคคลได้ ตามเหตุตามปัจจัยที่บุคคลนั้น ๆ สร้างดังนี้

  • หากมีศีลเต็มที่ มีสมาธิและปัญญาพอประมาณ จะบรรลุถึงความเป็นพระโสดาบัน
  • หากมีศีลและสมาธิเต็มที่ แต่มีปัญญาพอประมาณ จะบรรลุถึงความเป็นพระอนาคามี
  • หากมีศีล สมาธิ และปัญญาเต็มที่ จะบรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง