สากัจฉาธรรม - ปัญญา

HIGHLIGHTS:
  • จิตมีปัญญาหรือไม่
  • ปัญญาอยู่หรือเกิดที่ไหน สามารถเจริญมรรคได้หรือไม่

บทคัดย่อ

 

สืบเนื่องจากคำถามจากคุณอิทธิศักดิ์ โชติวุฒิภาคย์ ในวันที่ 27 สิงหาคม 2560 ที่ว่า “เพราะเหตุใด คนธรรมดาจึงมองไม่เห็นเปรต แต่นกเห็นเปรตได้ (ซึ่งไม่ได้ระบุว่านกทุกชนิด)” ซึ่งผู้ถามได้อ้างอิงจากพระสูตรที่ชื่อว่า “นิจฉวิตถีเปรต” ...ได้เห็นนิจฉวิตถีเปรตหญิง ไม่มีผิวหนัง ลอยไปในเวหาส์ ฝูงแร้ง เหยี่ยว และนกตะกรุม พากันโฉบอยู่ขวักไขว่ จิกสับโดยแรง จิกทึ้ง ยื้อแย่ง สะบัดซึ่งเปรตหญิงนั้นอยู่ไปมา เปรตหญิงนั้นร้องครวญคราง ...

โดยเนื้อหาของพระสูตรพูดถึงเหตุการณ์ขณะที่ท่านพระลักขณะกับท่านพระมหาโมคคัลลานะออกบิณฑบาต แต่พระมหาโมคคัลลานะท่านเดียวเท่านั้นที่สามารถมองเห็นเปรตหลายประเภท จะมีอากัปกิริยาที่แตกต่างกันเมื่อถูกฝูงแร้ง เหยี่ยว และนกตะกรุมจิกกิน ซึ่งนกเหล่านี้ไม่ได้อยู่ตามธรรมชาติและถือเป็นส่วนหนึ่งของเปรตนั้นๆ เพราะในพระสูตรก็ไม่ได้พูดถึงว่าพระลักขณะได้เห็นนกเหล่านั้นด้วย

จากการขอคำชี้แจงเพิ่มเติมนี้ถือเป็นการกระทำที่เป็นตัวอย่างที่ดีกล่าวคือ หากสงสัยในหัวข้อหรือบทธรรมะใด ให้สอบทานได้โดยการอ้างอิงจากแม่บทหรือพระสูตรต่างๆ เพื่อความเข้าใจที่กระจ่าง ถูกต้องตรงกัน

 

คำถาม :ต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ

  • จิตมีปัญญาหรือไม่
  • ปัญญาอยู่ที่ไหน นาม รูป หรือจิต
  • ปัญญาเกิดที่ความคิดหรือจิต
  • ปัญญาคือการเจริญมรรคใช่หรือไม่

คำตอบ : เราควรทำความเข้าใจกับคำจำกัดความหรือความหมายของคำศัพท์ต่างๆ ก่อน เพื่อความเข้าใจและสามารถแยกแยะได้ ดังนี้

  • รูป คือ ธาตุสี่ (ดิน น้ำ ไฟ ลม) หรือสิ่งใดก็ตามที่อาศัยธาตุสี่เกิดขึ้น
  • นาม คือ เวทนา (สุข ทุกข์ อทุกขมสุข) สัญญา (ทางตา ทางหู) เจตนา (ทางกาย วาจา ใจ) ผัสสะ มนสิการ
  • ความคิด คือ วิตก (คำนาม) หรือ จิตตะ (คำกิริยา)
  • จิต ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้ามีอยู่ ๓ ความหมาย ดังนี้

    - การสั่งสมอาสวะ     มาจากรากศัพท์คำว่า “จิ”

    - ความคิดนึก     มาจากรากศัพท์คำว่า “จินต”

    - การทำให้มีความวิจิตรพิสดาร     มาจากรากศัพท์คำว่า “จิตต”

    • ปัญญา สามารถแบ่งเป็น ศีล สมาธิ ปัญญา และพระพุทธเจ้าทรงแจกแจงออกเป็นอริยมรรคมีองค์แปด ดังนี้

      - สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ     สังเคราะห์ลงใน ศีล

      - สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ     สังเคราะห์ลงใน สมาธิ

      - สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ     สังเคราะห์ลงใน ปัญญา

      จิตมีสภาวะหลอกลวง เป็นภาพลวงตา ของเสมือน ซึ่งมีตัณหา(เหตุเกิดทุกข์)และขันธ์ห้า(ทุกข์) อาศัยกันและกันเกิดขึ้น ทำให้เกิดความเป็นตัวตนและมีลักษณะสั่งสม ดังนั้นเราจึงต้องมีศีล สมาธิ ปัญญา โดยการเจริญตามหลักอริยมรรคมีองค์แปดเพื่อกำจัดตัณหาที่อยู่ในจิตได้ ดังนั้นหากเราพยายามพัฒนาจิตให้มีปัญญาโดยการ “ภาวนา” หรือ “ภวิตา” เพื่อตัดตัณหา ละอุปาทาน จิตที่ยึดความเป็นตัวตนจะลดลง และสามารถคลายความยึดถือความเป็นตัวตน ความหนัก ความทุกข์ต่างๆจะเบาลงๆได้ในที่สุด

      จิตมีคุณสมบัติประภัสสรเป็นธรรมชาติอยู่แล้วคือ มีลักษณะสว่างไสว ละเอียด แต่จะเศร้าหมองด้วยอุปกิเลสที่เป็นอาคันตุกะจรมาก็ได้ ในทางกลับกันก็สามารถผ่องใสได้หากเรามีปัญญาสามารถกำจัดอวิชชาและกิเลสออกไปได้

       

      ตอบคำถาม: คุณ Nooni Pahchanhom

       

      พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง