อธิบาย – ชาลิยสูตร ว่าด้วย ผู้ถึงพร้อม ด้วยศีล

HIGHLIGHTS:
  • กองศีล ที่เรียกว่า"ศีลขันธ์"
  • "การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย" เป็นสาย เป็นเส้นทางเดินมา ไล่มาตั้งแต่ศีล, สมาธิ, ปัญญา คือ "อริยมรรคมีองค์แปด" ในสัปดาห์นี้จะให้ฟังกองศีลว่า มันมีรายละเอียดอย่างไง?
  • รายละเอียดของศีลที่เป็นไปเพื่ออริยะ ศีลชนิดที่จะให้เกิดความรู้ยิ่ง รู้พร้อม และ นิพพาน
  • "การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย" ไล่มาตั้งแต่ "ศีล" แยกเป็นจุลศีล, มัชฌิมศีล, มหาศีล "สมาธิ" ก็แยกไป สมาธิที่เป็นเบื้องต้นของสมาธิ ฌานทั้ง ๔ "ปัญญา" ก็แยกไปส่วนที่เป็นอภิญญา ๖
  • พระพุทธเจ้าได้ตอบคำถามปริพาชกทั้ง ๒ มัณฑิยปริพาชก และชาลิยปริพาชก ในลักษณะ "ประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย" ให้เห็นว่า ถ้ามีการประพฤติปฏิบัติมาตามสาย เส้นทางนี้"เป็นทางสายกลาง"จะหลุดออกจากทิฏฐิ(ความเห็น) ที่มันไม่ถูกต้อง
  • เริ่มจากตรงไหน?"เริ่มจากเรื่องของการมีศรัทธา" ศรัทธาในอะไร?"ศรัทธาในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า"ว่า พระพุทธเจ้าเป็นอรหันต์ เป็นสัมมาสัมพุทโธ สามารถแสดงธรรมได้, ศรัทธาในพระธรรม, ศรัทธาในพระสงฆ์"
  • มีศรัทธาแล้วอย่างไง? จะปฏิบัติให้มันเต็มที่แล้ว พระพุทธเจ้าพูดถึงเรื่องอะไร?"พูดถึงเรื่องการประพฤติพรหมจรรย์ ถ้ายังประพฤติพรหมจรรย์ไม่ได้ อย่างน้อยความเป็นฆราวาสต้องมีศีล ๕ หรือ ศีล ๘"
  • เราจะทำให้มากขึ้นได้ รายละเอียดต่างๆ ที่มีมากขึ้นนั้นเป็นอย่างไง?"นี่แหละเป็นเรื่อง กองของศีล(ศีลขันธ์) ต้องมีรายละเอียดเป็นไปโดยพิสดารอย่างนี้ คือ แบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ จุลศีล, มัชฌิมศีล, มหาศีล
  • ผู้ถึงพร้อม ด้วยศีล ย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหนๆ เพราะศีลสังวรนั้นภิกษุสมบูรณ์ด้วยอริยศีลขันธ์นี้ ย่อมได้เสวยสุขอัน ปราศจากโทษในภายใน

บทคัดย่อ

 

 

"ดูกรผู้มีอายุ ภิกษุสมบูรณ์ด้วยศีลอย่างนี้ ย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหนๆ เลย เพราะศีลสังวรนั้น เปรียบเหมือนกษัตริย์ผู้ได้มุรธาภิเษก กำจัดราชศัตรูได้แล้ว ย่อมไม่ประสบภัย แต่ไหนๆ เพราะราชศัตรูนั้น

ดูกรผู้มีอายุ ภิกษุก็ฉันนั้น สมบูรณ์ด้วยศีลอย่างนี้แล้ว ย่อมไม่ ประสบภัยแต่ไหนๆ เพราะศีลสังวรนั้น ภิกษุสมบูรณ์ด้วยอริยศีลขันธ์นี้ ย่อมได้เสวยสุขอัน ปราศจากโทษในภายใน ดูกรผู้มีอายุ ด้วยประการดังกล่าวมานี้แล ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อม ด้วยศีล."

 

- พุทธพจน์

 

"คนที่ปฏิบัติตามศีลได้แบบนี้ พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนกับ กษัตริย์ที่ได้รับมุรธาภิเษกแล้ว กำจัดราชศัตรูได้แล้ว ไปที่ไหนในดินแดนของพระองค์ สบายใจได้เลย จะไม่ได้มีภัย เพราะศัตรูใดๆ

เหมือนกัน คนที่มีศีล รักษาศีลได้แบบนี้เลย ไปทางเหนือ, ใต้, ออก, ตก จิตส่งไปทางไหน จะสบาย จะไม่ประสบภัยใดๆ เลย นี่คือ เรื่องของศีล"

"ส่วนอริยศีลขันธ์นี้ เป็นสามัญผลอย่างหนึ่ง คนที่รักษาศีลได้แบบนี้ ประพฤติพรหมจรรย์แล้ว ผล "ผลอันเป็นสามัญที่เกิดขึ้นแน่นอน" คือ จิตใจนั้นจะไม่ร้อนใจ จะไม่ประสบภัยใดๆ ได้เลย เป็นผู้ที่มีความไม่ร้อนใจ คือ อวิปฏิสาร เป็นผลได้แน่นอน"

ศีล, สมาธิ, ปัญญา เป็นการศึกษาด้วยการปฏิบัติ ที่สำคัญๆๆๆ สำคัญมากๆ ในธรรมวินัยนี้ ช่วงปีสุดท้าย "พระพุทธเจ้าของเราท่านจะเน้นย้ำ! เรื่อง ศีล, สมาธิ, ปัญญา เหมือนเป็นมรดก" จำง่ายๆ ๓ ข้อพอ "ศีล, สมาธิ, ปัญญา" ถ้าจะแจกแจงลงไปในรายละเอียดเป็น "อริยมรรคมีองค์แปด"

ในสัปดาห์นี้ ข้าพเจ้าก็จะนำ เรื่องของกองศีล, กองสมาธิ, กองปัญญา ศัพท์ที่ท่านใช้ เขาเรียกว่า "ศีลขันธ์, สมาธิขันธ์ และปัญญาขันธ์" ขันธ์ หมายถึง เป็นกอง, กลุ่ม, ก้อน เราจัดกลุ่มก้อนกันว่า กลุ่มนี้ประเทศนี้, กลุ่มนั้นประเทศนั้น อาเซี่ยนเขารวมกันเป็นกลุ่มก้อนอย่างนี้ เรียกว่า ขันธ์ ก็ได้, แถวยุโรป เขาก็รวมกันเป็นกลุ่มก้อน ยูโรโซน ก็เรียกว่า ขันธ์ ก็ได้, สิ่งไหนที่เหมือนกัน คล้ายๆกัน หรือว่าจะมาจัดหมวดหมู่รวมกัน ด้วยกัน ถ้าจะจัดรวมกัน ด้วยกัน เขาก็เรียกว่า กอง เป็น ขันธ์

สัปดาห์นี้ ให้ได้ฟังเรื่องของกองศีล ที่เรียกว่า "ศีลขันธ์", สัปดาห์ถัดไป จะให้ฟังเรื่องของ กองสมาธิ หรือว่า กองจิต เรียกว่า "สมาธิขันธ์" และสัปดาห์ถัดไปจะให้ฟังกลุ่มก้อนของปัญญา ที่เรียกว่า "ปัญญาขันธ์" ในคำว่า "ขันธ์" นี้ ข้อมูลที่เราเรียกว่าเป็น ศีล, สมาธิ, ปัญญา เขาเรียกว่า "การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย" เป็นสายเส้นทางเดินมา ไล่มาตั้งแต่ศีล, สมาธิ, ปัญญา คือ "อริยมรรคมีองค์แปด" พูดในรายละเอียด คือ ๘ อย่าง พูดย่อๆ คือ ๓ อย่าง ถ้าจะให้เจาะลึกละเอียดลงไป ต้องใช้ ๓ สัปดาห์ ในการที่จะให้ท่านผู้ฟังเข้าใจว่า กองศีล มันมีรายละเอียดอะไร อย่างไง? ที่ว่า ประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย แต่ละอย่างๆ แต่ละก้อนๆ แต่ละกลุ่มๆ มันมีรายละเอียดที่ลึกซึ้ง สมาธิไม่ใช่แค่ สมาธิมีความคิด ไม่มีความคิด ยังรวมถึงสมาธิชนิดที่เป็นอุเบกขา เป็นอุเบกขาล้วนๆ ปราศจากสุข ก็มี เป็นรายละเอียดที่เราต้องว่ากันไป

ในสัปดาห์นี้ก็จะนำเรื่องของศีล ที่เป็นรายละเอียดของศีล ที่จะเป็นไปเพื่อมรรค ผล นิพพาน จะเป็นศีลที่เป็นไปเพื่ออริยะ เป็นศีลชนิดที่จะให้เกิดความรู้ยิ่ง รู้พร้อม และนิพพาน ในเรื่องของประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย ไล่มาตั้งแต่ศีล, สมาธิ, ปัญญา พระพุทธเจ้าจะตรัสเรื่องนี้ อยู่ในหลายๆ พระสูตรมากเป็นสิบๆ พระสูตรว่าอย่างงั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในมัชฌิมนิกายบ้าง อยู่ในทีฑนิกายบ้าง เรียกว่า หัวข้อเรื่อง พรหมจรรย์ตลอดสาย ไล่มาตั้งแต่ศีล แยกเป็นจุลศีล, มัชฌิมศีล, มหาศีล สมาธิก็แยกไป สมาธิที่เป็นเบื้องต้นของสมาธิ, ฌานทั้ง ๔ ปัญญา ก็แยกไปส่วนที่เป็นอภิญญา ๖ ใน ๓ กองที่ว่านี้ มีอยู่ในหลายๆ พระสูตรมาก

ในสัปดาห์นี้ พระสูตรที่นำมาให้ฟังในหมวดเรื่องของประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย เฉพาะเจาะจงมาในศีลขันธ์ จากเนื้อหาในพระสูตรที่ชื่อว่า "ชาลิยสูตร" อยู่ในทีฑนิกาย เล่มที่ ๙ ข้อที่ ๒๕๖ "เรื่องของประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย"

  • พระพุทธเจ้าได้ตอบคำถามปริพาชกทั้ง ๒ มัณฑิยปริพาชก และชาลิยปริพาชก ในลักษณะ "ประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย" ให้เห็นว่า ถ้ามีการประพฤติปฏิบัติมาตามสาย เส้นทางนี้"เป็นทางสายกลาง"จะหลุดออกจากทิฏฐิ(ความเห็น) ที่มันไม่ถูกต้อง
  • เริ่มจากตรงไหน?"เริ่มจากเรื่องของการมีศรัทธา" ศรัทธาในอะไร?"ศรัทธาในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า"ว่า พระพุทธเจ้าเป็นอรหันต์ เป็นสัมมาสัมพุทโธ สามารถแสดงธรรมได้, ศรัทธาในพระธรรม, ศรัทธาในพระสงฆ์"
  • มีศรัทธาแล้วอย่างไง? จะปฏิบัติให้มันเต็มที่แล้ว พระพุทธเจ้าพูดถึงเรื่องอะไร?"พูดถึงเรื่องการประพฤติพรหมจรรย์ ถ้ายังประพฤติพรหมจรรย์ไม่ได้ อย่างน้อยความเป็นฆราวาสต้องมีศีล ๕ หรือ ศีล ๘"
  • มีศรัทธา ให้มากถึงในระดับไหน? พอจะเป็นหลัก เป็นฐานได้ อย่างนั้นต้องได้ศีล ๕ บางคนอาจรักษาศีล ๕ ไม่ได้ ได้เป็นบางวัน ก็ยังดี วันอื่นๆ อาจจะไม่ได้เต็มหมด ๕ ข้อ อย่างน้อยในสัปดาห์หนึ่งหลายๆ วันหน่อยที่มันได้ ๕ ข้อ ถ้าได้ ๕ ข้ออยู่เป็นปกติแล้วทำไง? ให้มันได้ ๘ ข้อ ๘ ข้อ สัปดาห์หนึ่งอาจจะไม่ได้ทุกวัน อาจจะได้บางวัน เฉพาะวันพระ มันยังดี ได้ ๘ ข้อ วันอื่นให้ได้ ๕ ข้อ

อย่างชาวบ้านตามบ้านนอกบ้านนาในทางภาคอิสาน ในช่วงเข้าพรรษา วันพระเขาจะไปรักษาศีล ๘ กัน

ที่วัด ในช่วงเข้าพรรษา ๓ เดือน ๑๒ สัปดาห์ ๑๒ วันนี้ คุณยังรักษาศีล ๘ ได้ มันอาจจะรักษาไม่ได้เต็มที่ แต่อย่างน้อยปีหนึ่งได้ ๑๒ วัน นี่ก็ยังดี ดีกว่าไม่ได้ศีล ๘ เลยสักข้อเดียว ทำให้มันดีขึ้นไปอีก อาจจะมีการไปปฏิบัติธรรมที่วัด ถ้ายังเป็นน้ำ เป็นเนื้อ เป็นหนังต่อเนื่องขึ้นมา ๘ วัน ๒๐ มันก็จะยิ่งให้มากขึ้น ให้มีความเป็นปกตินี้มากขึ้น แล้วถามว่า เราจะทำให้มากขึ้นได้ รายละเอียดต่างๆที่มีมากขึ้นนั้นเป็นอย่างไง?"นี่แหละเป็นเรื่อง กองของศีล คือ ศีลขันธ์" ที่เอามาให้ท่านผู้ฟังฟังในสัปดาห์นี้ แบ่งเป็น ๓ หมวด

ถ้าพูดถึงเรื่อง ศีลขันธ์ คือ กองศีล ต้องมีรายละเอียดเป็นไปโดยพิสดาร อย่างนี้ คือ แบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ จุลศีล, มัชฌิมศีล, มหาศีล เป็นหัวข้อที่เขาจะอธิบายถึงพุทธพจน์ส่วนที่ตามมาต่อไปนี้

 

กองแรก "จุลศีล" มีทั้งหมด ๒๖ ข้อ

    • ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณา หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ ข้อนี้เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เธอละการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ รับแต่ของที่เขาให้ ต้องการแต่ของที่เขาให้ ไม่ประพฤติตนเป็นขโมย เป็นผู้สะอาดอยู่ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เธอละกรรมเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ ประพฤติพรหมจรรย์ ประพฤติห่างไกล เว้นขาดจากเมถุนอันเป็นกิจของชาวบ้าน แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เธอละการพูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดเท็จ พูดแต่คำจริง ดำรงคำสัตย์ มีถ้อยคำเป็น หลักฐาน ควรเชื่อได้ ไม่พูดลวงโลก แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เธอละคำส่อเสียด เว้นขาดจากคำส่อเสียด ฟังจากข้างนี้แล้วไม่ไปบอกข้างโน้น เพื่อให้คนหมู่นี้แตกร้าวกัน หรือฟังจากข้างโน้นแล้วไม่มาบอกข้างนี้ เพื่อให้คนในหมู่โน้น แตกร้าวกัน สมานคนที่แตกร้าวกันแล้วบ้าง ส่งเสริมคนที่พร้อมเพรียงกันแล้วบ้าง ชอบคน ผู้พร้อมเพรียงกัน ยินดีในคนผู้พร้อมเพรียงกัน เพลิดเพลินในคนผู้พร้อมเพรียงกัน กล่าวแต่คำ ที่ทำให้คนพร้อมเพรียงกัน แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เธอละคำหยาบ เว้นขาดจากคำหยาบ กล่าวแต่คำที่ไม่มีโทษ เพราะหู ชวนให้รัก จับใจ เป็นของชาวเมือง คนส่วนมาก รักใคร่ พอใจ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เธอละคำเพ้อเจ้อ เว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ พูดถูกกาล พูดแต่คำที่เป็นจริง พูดอิงอรรถ พูดอิงธรรม พูดอิงวินัย พูดแต่คำมีหลักฐาน มีที่อ้าง มีที่กำหนด ประกอบด้วยประโยชน์ โดยกาลอันควร แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เธอเว้นขาดจากการพรากพืชคาม และภูตคาม.
    • เธอฉันหนเดียว เว้นการฉันในราตรี งดจากการฉันในเวลาวิกาล.
    • เธอเว้นขาดจากการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี และดูการเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล.
    • เธอเว้นขาดจากการทัดทรงประดับ และตบแต่งร่างกายด้วยดอกไม้ ของหอม และ เครื่องประเทืองผิวอันเป็นฐานแห่งการแต่งตัว.
    • เธอเว้นขาดจากการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่.
    • เธอเว้นขาดจากการรับทอง และเงิน.
    • เธอเว้นขาดจากการรับธัญญาหารดิบ.
    • เธอเว้นขาดจากการรับเนื้อดิบ.
    • เธอเว้นขาดจากการรับสตรี และกุมารี.
    • เธอเว้นขาดจากการรับทาสี และทาส.
    • เธอเว้นขาดจากการรับแพะ และแกะ.
    • เธอเว้นขาดจากการรับไก่ และสุกร.
    • เธอเว้นขาดจากการรับช้าง โค ม้า และลา.
    • เธอเว้นขาดจากการรับไร่นา และที่ดิน.
    • เธอเว้นขาดจากการประกอบทูตกรรม และการรับใช้.
    • เธอเว้นขาดจากการซื้อการขาย.
    • เธอเว้นขาดจากการโกงด้วยตราชั่ง การโกงด้วยของปลอม และการโกงด้วยเครื่องตวงวัด.
    • เธอเว้นขาดจากการรับสินบน การล่อลวง และการตลบตะแลง.
    • เธอเว้นขาดจากการตัด การฆ่า การจองจำ การตีชิง การปล้น และกรรโชก แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.

จบจุลศีล.

จุลศีล คือ มีรายละเอียดที่มากไปกว่า ศีล ๕ มีรายละเอียดที่ลึกซึ้งไปกว่า ศีล ๘ นี่คือ ในหมวดที่ ๑ ที่เรียกว่า "จุลศีล"

 

"มัชฌิมศีล"

เป็นเรื่องของการกระทำที่ให้มันละเอียดลงไปอีก เป็นเรื่องของที่ถ้าเกี่ยวข้องกับคนอื่นแล้ว ในหมวดจุลศีล เกี่ยวข้องกับตนเอง เราทำเองให้มันดีแล้ว พอเราทำอย่างดีแล้ว บางทีมันเกิดลาภ, ปัจจัย ๔ หรือโภชนะบางประเภทที่จะเกิดขึ้น เพราะอะไร?"เพราะเขามีศรัทธาในบุคคลที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เอาแค่ว่า เราทำได้ในเรื่องของจุลศีล ให้มันได้ตามที่ว่า เขาก็จะเริ่มมีศรัทธาแล้วว่า คนนี้เป็นคนดี พอเป็นคนดีแล้วอย่างไง? เขาก็มีการทำพลีกรรม เป็นเทวตาพลีบ้าง เป็นทักษิณาทานที่ตั้งเอาไว้บ้าง พอเราได้ โภชนะ หรือ ปัจจัย ๔ ใดๆ ที่มีคนถวายด้วยศรัทธาแล้ว ศีลเราต้องยิ่งละเอียดลงไปอีก เพราะอะไร?"เพราะไม่งั้นมันจะเกิดความละอาย" คือ ถ้ามีคนนำสิ่งของข้าวของอะไรมาบูชาความดีความงามของเราแล้ว แล้วความดีความงามของเรา ไม่ได้ดีมากยิ่งขึ้น มันควรที่จะละอาย ความละอาย คือ ลัชชี, ถ้าไม่ละอาย ก็คือ อลัชชี, ถ้าละอายแล้ว คุณแสดงออกมาแบบไหนหล่ะ?"ถ้ายังเล่นการพนันอยู่, ยังดูการละเล่นอันเป็นข้าศึก ต่อกุศลธรรม, ยังประกอบการบริโภคสั่งสม, ยังประดับประดา ตกแต่งร่างกายด้วยของหอม เครื่องลูบไล้ ลูบทา"

อันนี้มันจะทำให้คนที่เขามีศรัทธา เสื่อมศรัทธาได้, ทำให้คนที่ไม่เลื่อมใส ก็ไม่เลื่อมใส, คนที่เลื่อมใสอยู่แล้ว ก็จะเสื่อมความเลื่อมใสไป พอเสื่อมความเลื่อมใสแล้ว ไม่ใช่ว่าเราต้องการความเลื่อมใสแล้ว ให้เขามาแสดงออกซึ่งความเลื่อมใส มาให้อาหาร ลาภ ปัจจัย ๔ นั้น นั่นไม่ใช่ประเด็น!! "ประเด็น คือ การที่เรามีความละอาย แล้วต้องการจะปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อให้บุคคลที่เขาเห็น เขามีความศรัทธา มีความเลื่อมใส เพื่อที่จะให้เขาปฏิบัติได้เพื่อความเป็นอย่างนั้น" เจตนานี้ถึงจะถูก เจตนานี้ถึงจะเรียกว่า คุณมีความละอายในการที่จะทำความดีให้เกิดขึ้น ความดีอะไรที่เราจะทำให้เกิดขึ้นได้?

    • เว้นขาดจากการพรากพืชคาม และภูตคาม ก็คือ ปลูกพืช ปลูกต้นไม้ เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญ บางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังประกอบการพรากพืชคาม และภูตคาม(ปลูกพืช ปลูกต้นไม้) เห็นปานนี้ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เว้นขาดจากการบริโภคของที่ทำการสะสมไว้ เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญ บางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังประกอบการบริโภคของที่ทำการสะสมไว้ เห็นปานนี้ คือสะสมข้าว สะสมน้ำ สะสมผ้า สะสมยาน สะสมที่นอน สะสมของหอม สะสมเครื่องประเทืองผิว สะสมอามิส แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เว้นขาดจากการดูการเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังขวนขวายดูการเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล เห็นปานนี้ คือการฟ้อน การขับร้อง การประโคม มหรสพ มีการรำเป็นต้น การเล่านิยาย การเล่นปรบมือ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เว้นขาดจากการขวนขวายเล่นการพนันอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังขวนขวายเล่น การพนันอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทเห็นปานนี้ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เว้นขาดจากการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ เห็นปานนี้ คือ เตียงมีเท้าเกินประมาณ เตียงมีเท้าทำเป็นรูปสัตว์ร้าย ผ้าโกเชาว์ขนยาว เครื่องลาด ที่ทำด้วยขนแกะวิจิตรลวดลาย เครื่องลาดที่ทำด้วยขนแกะสีขาว แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เว้นขาดจากการประกอบการประดับตบแต่งร่างกาย อันเป็นฐานแห่งการแต่งตัว เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังขวนขวาย ประกอบการประดับตบแต่งร่างกาย อันเป็นฐานแห่งการแต่งตัวเห็นปานนี้ คือ อบตัว ไคลอวัยวะ อาบน้ำหอม นวด ส่องกระจก แต้มตา ทัดดอกไม้ ประเทืองผิว ผัดหน้า ทาปาก ประดับข้อมือ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เว้นขาดจากติรัจฉานกถา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะ ที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังประกอบติรัจฉานกถาเห็นปานนี้ คือ พูดเรื่องพระราชา เรื่องโจร เรื่องมหาอำมาตย์ เรื่องกองทัพ เรื่องภัย เรื่องรบ เรื่องข้าว เรื่องน้ำ เรื่องผ้า เรื่องที่นอน เรื่องดอกไม้ เรื่องของหอม เรื่องญาติ เรื่องยาน เรื่องบ้าน เรื่องนิคม เรื่องนคร เรื่องชนบท เรื่องสตรี เรื่องบุรุษ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เว้นขาดจากการกล่าวถ้อยคำแก่งแย่งกัน เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญ บางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังขวนขวายกล่าวถ้อยคำแก่งแย่งกันเห็นปานนี้ เช่นว่า ท่านไม่รู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้ ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึง ท่านจักรู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้ได้อย่างไร ท่านปฏิบัติ ผิด ข้าพเจ้าปฏิบัติถูก ถ้อยคำของข้าพเจ้าเป็นประโยชน์ ของท่านไม่เป็นประโยชน์ คำที่ควร จะกล่าวก่อน ท่านกลับกล่าวภายหลัง คำที่ควรจะกล่าวภายหลัง ท่านกลับกล่าวก่อน ข้อที่ท่าน เคยช่ำชองมาผันแปรไปแล้ว ข้าพเจ้าจับผิดวาทะของท่านได้แล้ว ข้าพเจ้าข่มท่านได้แล้ว ท่าน จงถอนวาทะเสีย มิฉะนั้นจงแก้ไขเสีย แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เว้นขาดจากการประกอบทูตกรรม และการรับใช้ เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังขวนขวายประกอบ(ทำอยู่บ่อยๆ ทำอยู่เรื่อยๆ ทำอยู่เป็นประจำ ถ้าเป็นประจำ แล้วคุณทำผิดอยู่เป็นประจำ อันนี้คือ คุณผิดศีลแล้วนะ แต่คุณอาจจะไม่ได้ทำอยู่เป็นประจำ อาจจะแค่ครั้งเดียว คนอื่นถ้าเห็น ถ้าเขารู้นะ เขาก็จะเสื่อมความศรัทธาได้ มันก็ไม่ถูก แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ทำประจำ ทำครั้งเดียวแล้วก็จบไป ก็ยังพอจะดี แก้ไขได้ ก็อย่าให้เป็นการขวนขวาย อย่าให้เป็นการตามประกอบ อย่าทำอยู่เป็นประจำ)ในการเป็นทูตกรรม และการรับใช้ เห็นปานนี้ คือ รับเป็นทูตของพระราชา ราชมหาอำมาตย์ กษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี และ กุมารว่า ท่านจงไปในที่นี้ ท่านจงไปในที่โน้น ท่านจงนำเอาสิ่งนี้ไป ท่านจงนำเอาสิ่งนี้ในที่โน้นมา ดังนี้ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
    • เว้นขาดจากการพูดหลอกลวง และการพูดเลียบเคียง เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังพูดหลอกลวง พูดเลียบเคียง พูด หว่านล้อม พูด และเล็ม แสวงหาลาภด้วยลาภ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.

จบมัชฌิมศีล.

 

"มหาศีล"

มหาศีล เป็นลักษณะของการดำเนินชีวิต ท่านใช้คำว่า สัมมาอาชีวะ(การดำเนินชีวิตของเราไป)อย่าให้เป็นลักษณะที่ขวางหนทางธรรม(ติรัจฉานวิชา) การดำเนินชีวิตนั้น ให้เป็นไปตามธรรม การดำเนินชีวิตตามธรรมเป็นอย่างไง?

    • หัวข้อก่อน bullet

       

    • เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพ(การดำเนินชีวิตของเราไป) โดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา(ขวางหนทางธรรม) เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทายอวัยวะ ทายนิมิต ทายอุปบาต ทำนายฝัน ทำนายลักษณะ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง
    • เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทายลักษณะ การดูโหงวเห้ง พวกนี้ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง
    • เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ดูฤกษ์ยาตราทัพว่า พระราชาจักยกออก พระราชาจักไม่ยกออก พระราชาภายใน จักยกเข้าประชิด พระราชาภายนอกจักถอย แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง
    • เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ พยากรณ์ว่าจักมีจันทรคราส จักมีสุริยคราส แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง
    • เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ พยากรณ์ว่าจักมีฝนดี จักมีฝนแล้ง จักมีภิกษาหาได้ง่าย จักมีภิกษาหาได้ยาก แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง
    • เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ การดูฤกษ์วิวาหมงคล ให้ฤกษ์อาวาหมงคล แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง
    • เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ หมอผี หมอยา ทำพิธีบนบาน ทำพิธีแก้บน ร่ายมนต์ขับผี แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง

"ดูกรผู้มีอายุ ภิกษุสมบูรณ์ด้วยศีลอย่างนี้ ย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหนๆ เลย เพราะศีลสังวรนั้น เปรียบเหมือนกษัตริย์ผู้ได้มุรธาภิเษก กำจัดราชศัตรูได้แล้ว ย่อมไม่ประสบภัย แต่ไหนๆ เพราะราชศัตรูนั้น ดูกรผู้มีอายุ ภิกษุก็ฉันนั้น สมบูรณ์ด้วยศีลอย่างนี้แล้ว ย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหนๆ เพราะศีลสังวรนั้นภิกษุสมบูรณ์ด้วยอริยศีลขันธ์นี้ ย่อมได้เสวยสุขอัน ปราศจากโทษในภายใน ดูกรผู้มีอายุ ด้วยประการดังกล่าวมานี้แล ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อม ด้วยศีล."

จบมหาศีล.

มหาศีล คือ ถ้าดำเนินชีวิตแบบนี้ ทำอยู่บ่อยๆ ทำอยู่เรื่อยๆ เป็นการขวางหนทางธรรม ของตัวผู้ที่ทำนั้นเอง ยังรวมถึง บทพยัญชนะที่พูดถึงว่า บริโภคอาหารที่เขาถวายด้วยศรัทธาด้วย แสดงว่าในหมวดของมหาศีล ยังรวมถึงเรื่องของ ถ้าคนอื่นเขาเห็นการดำเนินชีวิตแบบนี้ เขาก็จะเสื่อมศรัทธาด้วย ทำให้ความเลื่อมใสนั้น ตกลงไป
ถ้าเผื่อว่า สามารถที่จะปฏิบัติในข้อจุลศีล, มัชฌิมศีล และ มหาศีล คือ กองของศีลได้ อันนี้เขาเรียกว่า อริยศีล ย่อมไม่ประสบภัยแต่ที่ไหนๆ เลย เห็นภัยในโทษแม้เพียงเล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบท นี้ตรงนี้ที่บอกว่า "ศีลอันเป็นเบื้องต้นของพรหมจรรย์" แต่ถ้าเราจะพูดมาในรายละเอียดทั้งหมดนี้ ถ้าจะพูดย่อๆ คือ ศีล ๕, พูดให้มันพิเศษขึ้นไปอีก ก็ศีล ๘, ศีล ๑๐ แล้วก็มาใน ศีลอันเป็นเบื้องต้นของพรหมจรรย์ ถ้าจะแยกเป็นข้อๆ เป็นลักษณะที่ว่า มีการปรับอาบัติ บอกข้อผิดไว้เป็นข้อๆ นั่นก็เป็น ปาติโมกขสังวร

 

"คนที่ปฏิบัติตามศีลได้แบบนี้ พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนกับ กษัตริย์ที่ได้รับมุรธาภิเษกแล้ว กำจัดราชศัตรูได้แล้ว ไปที่ไหนในดินแดนของพระองค์ สบายใจได้เลย จะไม่ได้มีภัย เพราะศัตรูใดๆ เหมือนกัน คนที่มีศีล รักษาศีลได้แบบนี้ ไปทางเหนือ, ใต้, ออก, ตก จิตส่งไปทางไหน จะสบาย จะไม่ประสบภัยใดๆ นี่คือ เรื่องของศีล"

สัปดาห์หน้าเราจะพูดกันถึงเรื่อง การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย "ในเรื่องของสมาธิ"

"ส่วนอริยศีลขันธ์นี้ เป็นสามัญผลอย่างหนึ่ง คนที่รักษาศีลได้แบบนี้ ประพฤติพรหมจรรย์แล้ว ผล "ผลอันเป็นสามัญที่เกิดขึ้นแน่นอน" คือ จิตใจนั้นจะไม่ร้อนใจ จะไม่ประสบภัยใดๆ ได้ เป็นผู้ที่มีความไม่ร้อนใจ คือ อวิปฏิสาร เป็นผลได้แน่นอน"

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง