สากัจฉาธรรม - เหตุแห่งความเสื่อมของสมาธิ

HIGHLIGHTS:
  • เหตุแห่งความเสื่อมหรือเคลื่อนไปของสมาธิ มีรายละเอียดอย่างไร พร้อมตัวอย่างประกอบ

บทคัดย่อ

 

คำถาม ๑: กราบเรียนถามพระอาจารย์ เกี่ยวกับการยกตัวอย่างประกอบและคำอธิบายเพื่อขยายความเหตุแห่งการเสื่อมของสมาธิทั้ง ๑๑ ประการ

 

คำตอบ ๑: อ้างอิงจากพระสูตรในมัชฌิมนิกาย เล่มที่ ๑๔ ข้อที่ ๕๕๒ ชื่อว่า “อุปักกิเลสสูตร” กล่าวถึงว่าในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงเป็นพระโพธิสัตว์อยู่นั้นจะมีนิมิตหรือเครื่องหมายที่แสดงว่าพระองค์ยังมีสมาธิอยู่คือ แสงสว่างและการเห็นรูป เหตุแห่งการเสื่อมหรือเคลื่อนไปของสมาธิทั้ง ๑๑ ประการมีรายละเอียดดังนี้

  • วิจิกิจฉา คือ ความลังเลสงสัย เคลือบแคลง เห็นแย้ง ไม่ลงใจ เช่น ความเคลือบแคลงในผู้สอน (ไม่ลงใจในพุทโธ) ความเคลือบแคลงในวิธีปฏิบัติ (ไม่ลงใจในธัมโม) ความเคลือบแคลงในการปฏิบัติของตนเอง (ไม่ลงใจในสังโฆ)
  • อมนสิการ คือ ความไม่ใส่ใจ ไม่ทำไว้ในใจ ไม่ใคร่ครวญให้ดี ไม่มีใจจดจ่อในการปฏิบัติอยู่เป็นประจำ
  • ถีนมิทธะ คือ ความง่วงงุนและเคลิ้มหลับ
  • ฉัมภิตัตตะ คือ ความสะดุ้งหวาดเสียว ตกใจ เนื่องด้วยสติตั้งไว้ได้ไม่ดี
  • อุพพิละ คือ ความตื่นเต้น ดีใจหรือตื้นตันใจมากเกินไป เพราะการปฏิบัติได้ผลมากกว่าที่คาดหวังไว้
  • ทุฏฐุลละ คือ ความคะนองหยาบ ยกตนข่มท่าน ดูแคลนความสามารถผู้อื่นหรือลบหลู่คุณท่าน
  • อัจจารัทธวิริยะ คือ ความเพียรที่ปรารถจัดจนเกินไป
  • อติลีนวิริยะ คือ ความเพียรที่ย่อหย่อนจนเกินไป
  • อภิชัปปา คือ ความกระสันอยาก เพื่อให้ได้สมาธิ
  • นานัตตสัญญา คือ ความใส่ใจไปในสิ่งต่างๆ ใส่ใจในเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่อาจจะเกี่ยวเนื่องกับสมาธิ เช่น นึกถึงพระพุทธเจ้าหรือกุศลกรรมต่างๆ เป็นต้น แต่ยังไม่เข้มข้นจนถึงกับความฟุ้งซ่าน
  • รูปปานํ อตินิชฌายิตัตตะ คือ ความเพ่งต่อรูปทั้งหลายจนเกินไป เฉพาะเจาะจงลงไปที่การเพ่ง ใจจดจ่อ หรือเกร็งจนเกินไป เป็นลักษณะของการเข้าสมาธิมาเรื่อยๆ เมื่อพบสิ่งที่ไม่เหมาะสมเข้าก็จะทำให้สมาธิเคลื่อนไปได้

อย่างไรก็ตาม การเสื่อมหรือเคลื่อนไปของสมาธิจะมีข้อดีคือ ทำให้เราเป็นคนฉลาดในการเข้าและออกจากสมาธิ ทั้งนี้เราควรจะสังเกตจากนิมิตหรือเครื่องหมายที่ทำให้สมาธิเราเคลื่อนไป ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญโดยการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอด้วย เพราะเหตุแห่งความเสื่อมของสมาธิที่กล่าวมาข้างต้นสามารถเกิดขึ้นสลับกันไปมาได้ รวมถึงสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้อีกแม้ว่าจะได้ถูกแก้ไขไปแล้วก็ตาม

วิธีแก้ไขคือ ต้องตั้งสติเอาไว้ให้ได้ เพื่อฉลาดในการรู้สภาวะจิตของตนเอง ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ อีกทั้งมีความก้าวหน้าและชำนาญในสมาธินั้นอย่างมาก ซึ่งเป็นปัญญาอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราฉลาดในรายละเอียดของสมาธิทั้งสมถะและวิปัสสนา ทำการรู้แจ้งเห็นจริงในธรรมะที่ลึกซึ้งยิ่งๆขึ้นไปให้เกิดขึ้นได้

 

ตอบคำถาม: คุณปราโมทย์ ปิ่นทอง

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง