คำพุทธ - ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ว่าด้วย เกียรติ และลาภสักการะ

HIGHLIGHTS:

  • เรื่อง ฤทธิ์เดชของลาภสักการะ ว่าด้วย "ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณ แสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า." ทรงเปรียบเหมือน สุนัขขี้เรื้อน, เต่าติดชนัก, ปลากลืนเบ็ด,ตัวกังสฬกะ ซึ่งกินคูถเป็นอาหาร, ผู้ติดเซิงหนาม,ผู้ถูกหลาวอาบยาพิษ,จักรแห่งอสนีบาตอันลุกโพลง ตกลงถูกกระหม่อม,ลมชื่อว่า เวรัมภา ซัดเอานกที่บินเหินลมขึ้นไปถึงที่นั้นให้ลอยปลิวไป,ลูกสุนัขดุถูกขยี้ด้วยดีสัตว์,ความฉิบหายของผู้หลงสักการะ,การออกผลเพื่อฆ่าตนเอง เป็นต้น

บทคัดย่อ

 

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณ แสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า “เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา”

ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสความข้อนั้นแล้ว พระองค์ผู้สุคตศาสดา ได้ตรัสนิคมวจนะนี้อีกว่า :-

“สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่ว เหมือน ผลกล้วยฆ่าต้นกล้วย ผลไผ่ฆ่าต้นไผ่ ขุยอ้อฆ่าต้นอ้อ และสัตว์ที่เกิดในครรภ์ฆ่านางม้าอัสดร ฉะนั้น” ดังนี้ แล.

- บาลี พระพุทธภาษิต

 

เรื่อง "ฤทธิ์เดชของลาภสักการะ"

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณ แสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

ภิกษุ ท. ! สมณพราหณ์พวกใด ไม่รู้จักความยวนใจ ไม่รู้จักโทษอันต่ำทราม ไม่รู้จักอุบายเป็นทางพ้น ในกรณีอันเกี่ยวกับลาภสักการะ และเสียงเยินยอ ตรงตามที่เป็นจริง ; สมณพราหมณ์พวกนั้น จะกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วเข้าถึงความสงบอยู่ หาได้ไม่.

ภิกษุ ท. ! สมณพราหมณ์พวกใด ไม่รู้จัก มูลฐานเป็นที่ตั้งขึ้น ไม่รู้จัก ความดับสนิท ไม่รู้จัก ความยวนใจ ไม่รู้จัก โทษอันต่ำทราม ไม่รู้จัก อุบายเป็นทางพ้น ในกรณีอันเกี่ยวกับลาภสักการะ และเสียงเยินยอ ตรงตามที่เป็นจริง ; สมณพราหมณ์พวกนั้น จะกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วเข้าถึงความสงบอยู่ หาได้ไม่.

ภิกษุ ท. ! สมณพราหมณ์พวกใด ไม่รู้จัก ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ ไม่รู้จัก มูลฐานเป็นที่ตั้งขึ้นแห่งลาภสักการะ และเสียงเยินยอ ไม่รู้จัก ความดับสนิทแห่งลาภสักการะ และเสียงเยินยอ ไม่รู้จักหนทางให้ถึงความดับสนิทแห่งลาภสักการะ และเสียงเยินยอ ; สมณพราหมณ์พวกนั้นจะกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วเข้าถึงความสงบอยู่ หาได้ไม่.

ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนบุรุษผู้ล่ำสัน นำเอาเชือกมีคมอันหยาบมาพันรอบๆ แข้ง แล้วสีไปสีมา. เชือกนั้น ย่อมบาดผิวหนัง, ครั้นบาดผิวหนังแล้ว ย่อมบาดหนัง, ครั้นบาดหนังแล้ว ย่อมบาดเนื้อ, ครั้นบาดเนื้อแล้ว ย่อมบาดเอ็น, ครั้นบาดเอ็นแล้ว ย่อมบาดกระดูก, ครั้นบาดกระดูกแล้ว ย่อมเข้าจดอยู่ที่เยื่อกระดูก. ข้อนี้ฉันใด ; ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอนี้ก็ฉันนั้น : มันย่อมจะบาดผิวหนัง, ครั้นบาดผิวหนังแล้ว ย่อมจะบาดหนัง,ครั้นบาดหนังแล้ว ย่อมจะบาดเนื้อ, ครั้นบาดเนื้อแล้ว ย่อมจะบาดเอ็น, ครั้นบาดเอ็นแล้ว ย่อมจะบาดกระดูก, ครั้นบาดกระดูกแล้ว ย่อมจะเข้าจดอยู่ที่เยื่อกระดูก.

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณ แสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า “เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา”

ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล.

- บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๗๘-๙/๕๗๓-๕๗๖,๕๗๙, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายที่เชตวัน ใกล้นครสาวัตถี.

 

เรื่อง "เต่าติดชนัก"

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณ แสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

ภิกษุ ท. ! เรื่องเคยมีมาแล้วแต่หนหลัง : มีเต่าพันธุ์เดียวกันจำนวนมาก ฝูงหนึ่ง อาศัยอยู่นมนานในห้วงน้ำลึกแห่งหนึ่ง. ครั้งนั้นเต่าตัวหนึ่งได้เข้าไปหาเต่าอีกตัวหนึ่งถึงที่อยู่ แล้วพูดว่า “พ่อเต่าเอ๋ย ! เจ้าอย่าได้ไปเที่ยวหากินทางถิ่นโน้นเลย”. ภิกษุ ท. ! เต่า (ตัวที่สอง) ก็ยังขืนไปทางถิ่นนั้น.ชาวประมงได้แทงเต่าตัวนั้นด้วยชนัก. กาลต่อมา เต่า (ตัวที่สอง) ได้เข้าไปหาเต่า (ตัวที่หนึ่ง) ถึงที่อยู่. เต่า (ตัวที่หนึ่ง) ได้เห็น เต่า (ตัวที่สอง) มาแต่ไกล,

ครั้นเห็นจึงกล่าวทักว่า “พ่อเต่า ! เจ้าไม่ได้ไปเที่ยวหากินทางถิ่นโน้นไม่ใช่หรือ ? ”

“พ่อเต่า ! เราได้ไปมาเสียแล้ว”.

“อย่างไร พ่อเต่า ! ก็เจ้าถูกแทงถูกตีมาบ้างไหม ?”

“พ่อเต่าเอ๋ย ! เราถูกแทงถูกตีเสียแล้ว นี่ เชือกสายชนัก ยังมีติดหลังเรามาด้วย”.

“พ่อเต่าเอ๋ย ! สมน้ำหน้าที่ถูกแทง สมน้ำหน้าแล้วที่ถูกตี. พ่อเต่าเอ๋ย ! พ่อของเจ้า ปู่ของเจ้า ได้รับทุกข์ถึงความพินาศด้วยเชือกเส้นนี้เหมือนกัน. เจ้าจงไปเสียเดี๋ยวนี้เถิด. บัดนี้เจ้าไม่ใช่พวกของเราแล้ว”.

ภิกษุ ท. ! คำว่า “ชาวประมง” เป็นคำชื่อแทนคำว่า “มารผู้มีบาป”. คำว่า “ชนัก” เป็นคำชื่อแทนคำว่า “ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ”. คำว่า “เชือกด้าย” เป็นคำชื่อแทนคำว่า “นันทิราคะ(ความกำหนัดยินดีเพราะเพลิน)”. ภิกษุ ท. ! ก็ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งยังรู้สึกอร่อยติดใจ ในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น หรือดิ้นรนใคร่ที่จะได้อยู่ ; ภิกษุนี้ เราเรียกว่า ภิกษุผู้ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศด้วยชนัก แล้วแต่มารผู้มีบาป ใคร่จะทำประการใด.

ภิกษุ ท. ! "ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณ แสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้." เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า “เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา”. ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้แล.

- บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๖๗/๕๔๒-๕๔๔.

 

เรื่อง "ความฉิบหายของผู้หลงสักการะ"

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณ แสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

ภิกษุ ท. ! พระเทวทัตถูกลาภสักการะ และเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, จึงทำลายสงฆ์.

ภิกษุ ท. ! เมื่อพระเทวทัตถูกลาภสักการะ และเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, รากเหง้าแห่งธรรมอันเป็นกุศลของเธอจึงถึงความขาดสูญ.

ภิกษุ ท. ! เมื่อพระเทวทัตถูกลาภสักการะ และเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, ธรรมอันเป็นตัวกุศลของเธอ จึงถึงความขาดสูญ.

ภิกษุ ท. ! เมื่อพระเทวทัตถูกลาภสักการะ และเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, ธรรมอันขาวสะอาดของเธอ จึงถึงความขาดสูญ.

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณ แสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า “เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา”. ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล.

- บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๘๒/๕๘๒-๕๘๕.

 

เรื่อง "การออกผลเพื่อฆ่าตนเอง"

"ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง.

ภิกษุ ท. ! กล้วยเมื่อจะออกผล ก็ออกผลเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของมันเอง ข้อนี้ฉันใด ;

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอเกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ข้อนี้ก็ฉันนั้น."

ภิกษุ ท. ! ไผ่เมื่อจะออกผล ก็ออกผลเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของมันเอง ข้อนี้ฉันใด ;

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอเกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ข้อนี้ก็ฉันนั้น.

ภิกษุ ท. ! ไม้อ้อเมื่อจะออกผล ก็ออกผลเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของมันเอง ข้อนี้ฉันใด ;

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอเกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ข้อนี้ก็ฉันนั้น.

"ภิกษุ ท. ! นางม้าอัสดร ย่อมตั้งครรภ์ เพื่อความตายของตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ข้อนี้ฉันใด ; ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเองข้อนี้ก็ฉันนั้น.

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณ แสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า “เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา”. ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสความข้อนั้นแล้ว พระองค์ผู้สุคตศาสดา ได้ตรัสนิคมวจนะนี้อีกว่า :-

“สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่ว เหมือน ผลกล้วยฆ่าต้นกล้วย ผลไผ่ฆ่าต้นไผ่ ขุยอ้อฆ่าต้นอ้อ และสัตว์ที่เกิดในครรภ์ฆ่านางม้าอัสดร ฉะนั้น” ดังนี้ แล.

-บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๘๓-๔/๕๘๖-๕๙๑.

 

เรื่อง "ผู้ชี้ขุมทรัพย์"

อานนท์ ! เราไม่พยายามทำกะพวกเธอ อย่างทะนุถนอม เหมือนพวกช่างหม้อ ทำแก่หม้อ ที่ยังเปียก ยังดิบอยู่

อานนท์ ! เราจักขนาบแล้ว ขนาบอีก ไม่มีหยุด

อานนท์ ! เราจักชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีก ไม่มีหยุด

ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้.

- มหาสุญฺญตสุตฺต อุปริ. ม. ๑๔/๒๔๕/๓๕๖

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

  • อ่าน "ฤทธิเดชของลาภสักการะ"

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคายต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า

    ภิกษุ ท.! สมณพราหณ์พวกใด ไม่รู้จักความยวนใจ ไม่รู้จักโทษอันต่ำทราม ไม่รู้จักอุบายเป็นทางพ้น ในกรณีอันเกี่ยวกับลาภสักการะและเสียงเยินยอ ตรงตามที่เป็นจริง สมณพราหมณ์พวกนั้น จะกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วเข้าถึงความสงบอยู่ หาได้ไม่.

    ภิกษุ ท.! สมณพราหมณ์พวกใด ไม่รู้จักมูลฐานเป็นที่ตั้งขึ้น ไม่รู้จักความดับสนิท ไม่รู้จักความยวนใจ ไม่รู้จักโทษอันต่ำทราม ไม่รู้จักอุบายเป็นทางพ้น ในกรณีอันเกี่ยวกับลาภสักการะและเสียงเยินยอ ตรงตามที่เป็นจริง; สมณพราหมณ์พวกนั้น จะกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วเข้าถึงความสงบอยู่หาได้ไม่.

    ภิกษุ ท.! สมณพราหมณ์พวกใด ไม่รู้จักลาภสักการะและเสียงเยินยอ ไม่รู้จักมูลฐานเป็นที่ตั้ง แห่งลาภสักการะและเสียงเยินยอ ไม่รู้จักความดับสนิทแห่งลาภสักการะและเสียงเยินยอ ไม่รู้จักหนทาง ให้ถึงความดับสนิทแห่งลาภสักการะและเสียงเยินยอ; สมณพราหมณ์พวกนั้นจะกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอัน ยิ่งเอง แล้วเข้าถึงความสงบอยู่ หาได้ไม่.

    ภิกษุ ท.! เปรียบเหมือนบุรุษผู้ล่ำสัน นำเอาเชือกมีคมอันหยาบมาพันรอบ ๆ แข็งแล้วสีไปสีมา. เชือกนั้นย่อมบาดผิวหนัง, ครั้นบาดผิวหนังแล้ว ย่อมบาดหนัง, ครั้นบาดหนังแล้ว ย่อมบาดเนื้อ, ครั้นบาดเนื้อแล้ว ย่อมบาดเอ็น, ครั้นบาดเอ็นแล้ว ย่อมบาดกระดูก, ครั้นบาดกระดูกแล้ว ย่อมเข้าจดอยู่ที่เยื่อกระดูก ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอนี้ก็ฉันนั้น : มันย่อมจะบาดผิดหนัง, ครั้นบาดผิวหนังแล้ว ย่อมบาดหนัง, ครั้นบาดหนังแล้ว ย่อมบาดเนื้อ, ครั้นบาดเนื้อแล้ว ย่อมบาดเอ็น, ครั้นบาดเอ็นแล้ว ย่อมบาดกระดูก, ครั้นบาดกระดูกแล้ว ย่อมเข้าจดอยู่ที่เยื่อกระดูก.

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่ห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเนียกใจไว้อย่างนี้ แล.

  • อ่าน "สุนัขขี้เรื้อน"

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุ พระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

    ภิกษุ ท.! พวกเธอเห็นสุนัขจิ้งจอกตัวที่อาศัยอยู่เมื่อตอนย่ำรุ่ง แห่งราตรีนี้ไหม?

    "เห็น พระเจ้าข้า".

    ภิกษุ ท.! สุนัขจิ้งจอกตัวนั้น เป็นโรคหูชัน (โรคเรื้อนสุนัข)๒ วิ่งไปบนแผ่นดินก็ไม่สบาย ไปอยู่ที่โคนไม้ก็ไม่สบาย ไปอยู่กลางแจ้งก็ไม่สบาย. มันไปในที่ใด มันยืนในที่ใด มันนั่งในที่ใด มันนอนในที่ใด ล้วนแต่ได้รับทุกข์ทรมาน ในที่นั้น ๆ.

    ภิกษุ ท.! ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ก็เหมือนกัน, ครั้นถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำ เอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ ไปอยู่สุญญาคารก็ไม่สบาย ไปอยู่โคนไม้ก็ไม่สบาย ไปอยู่กลางแจ้งก็ไม่สบาย. เธอไปในที่ใด เธอยืนในที่ใด เธอนั่งในที่ใด เธอนอนในที่ใดล้วนแต่ได้รับทุกข์ทรมาน ในที่นั้น ๆ.

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุ พระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ! พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล.

  • อ่าน "เต่าติดชนัก"

    ภิกษุ ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุ พระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

    ภิกษุ ! เรื่องเคยมีมาแล้วแต่หนหลัง : มีเต่าพันธุ์เดียวกันจำนวนมาก ฝูงหนึ่งอาศัยอยู่นมนานใน ห้วงน้ำลึกแห่งหนึ่ง. ครั้งนั้นเต่าตัวหนึ่งได้เข้าไปหาเต่าอีกตัวหนึ่งถึงที่อยู่แล้วพูดว่า "พ่อเต่าเอ๋ย! เจ้าอย่าได้ไปเที่ยวหากินทางถิ่นโน้นเลย". ภิกษุ ! เต่า (ตัวที่สอง) ก็ยังขืนไปทางถิ่นนั้น. ชาวประมงได้แทงเต่าตัวนั้นด้วยชนัก. กาลต่อมา เต่า (ตัวที่สอง) ได้เข้าไปหาเต่า (ตัวที่หนึ่ง) ถึงที่อยู่. เต่า (ตัวที่หนึ่ง) ได้เห็นเต่า (ตัวที่สอง) มาแต่ไกล, ครั้นเห็นจึงกล่าวทักว่า "พ่อเฒ่า! เจ้าไม่ได้ไปเที่ยวหากินทางถิ่นโน้นไม่ใช่หรือ?"

    "พ่อเต่า! เราได้ไปมาเสียแล้ว".

    "อย่างไร พ่อเฒ่า! ก็เจ้าถูกแทงถูกตีมาบ้างไหม?"

    "พ่อเต่าเอ๋ย! เราถูกแทงถูกตีเสียแล้ว นี่ เชือกสายชนัก ยังมีติดหลังเรามาด้วย".

    "พ่อเต่าเอ๋ย! สมน้ำหน้าที่ถูกแทง สมน้ำหน้าแล้วที่ถูกตี. พ่อเต่าเอ๋ย! พ่อของเจ้า ปู่ของเจ้า ได้รับทุกข์ถึงความพินาศด้วยเชือกเส้นนี้เหมือนกัน. เจ้าจงไปเสียเดี๋ยวนี้เถิด. บัดนี้เจ้าไม่ใช่พวกของเราแล้ว".

    ภิกษุ ท.! คำว่า "ชาวประมง" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "มารผู้มีบาป". คำว่า "ชนัก" เป็นคำชื่อ แทนคำว่า "ลาภสักการะและเสียงเยินยอ". คำว่า "เชือกด้าย" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "นันทิราคะ (ความกำหนัดยินดีเพราะเพลิน)". ภิกษุ ท.! ก็ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งยังรู้สึกอร่อยติดใจในลาภสักการะและ เสียงเยินยอที่เกิดขึ้น หรือดิ้นรนใคร่จะได้อยู่; ภิกษุนี้ เราเรียกว่า ภิกษุผู้ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศด้วยชนัก แล้วแต่มารผู้มีบาป ใคร่จะทำประการใด.

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุ พระนิพพานอันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา" ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้แล.

  • อ่าน "ปลากลืนเบ็ด"

    ภิกษุ ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

    ภิกษุ ท.! เปรียบเหมือนพรานเบ็ด ซัดเบ็ดที่มีเหยื่อลงไปในห้วงน้ำลึก. ปลาที่เห็นแต่จะกินเหยื่อตัวหนึ่ง ได้กลืนเบ็ดนั้นเข้าไป. ปลาที่กลืนเบ็ดตัวนั้น ย่อมได้รับทุกข์ถึงความพินาศ แล้วแต่พรานเบ็ดผู้นั้น ใคร่จะทำประการใด.

    ภิกษุ ท.! คำว่า "พรานเบ็ด" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "มารผู้มีบาป" คำว่า "เบ็ด" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "ลาภสักการะและเสียงเยินยอ". ภิกษุ ท.! ก็ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ยังรู้สึกอร่อย ยังติดใจใน ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น หรือดิ้นรนใคร่จะได้อยู่; ภิกษุนี้ เราเรียกว่า ผู้กลืนเบ็ดของมาร จะได้รับทุกข์ถึงความพินาศ แล้วแต่มารผู้มีบาป ใคร่จะทำประการใด

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุ พระนิพพานอันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและ เสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา" ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้แล.

  • อ่าน "ผู้กินคูถ"

    ภิกษุ ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุ พระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

    ภิกษุ ท.! เปรียบเหมือนตัวกังสฬกะ๒ ซึ่งกินคูถเป็นอาหาร อิ่มแล้วด้วยคูถ ท้องป่องด้วยคูถ; อนึ่ง กองคูถใหญ่ ก็มีอยู่ตรงหน้าของมันเพราะเหตุนั้นมันจึงนึกดูหมิ่นกังสฬกะตัวอื่นว่า "เราผู้มีคูถเป็นภักษา อิ่มแล้วด้วยคูถ ท้องป่องด้วยคูถ. อนึ่ง กองคูถใหญ่ตรงหน้าของเราก็ยังมี. กังสฬกะตัวอื่น มีบุญ น้อย มีเกียรติน้อย ไม่รวยลาภด้วยคูถ" ดังนี้.

    ภิกษุ ท.! ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ก็เหมือนกัน, เป็นผู้ถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ. ในเวลาเช้าครองจีวร ถือบาตร เข้าไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน หรือในเมือง. เธอได้ฉันตามพอใจจนอิ่มแล้วในที่นั้นด้วย. ทั้งเขาก็นิมนต์เพื่อฉันในวันพรุ่งนี้ด้วย. ของบิณฑบาต ก็เต็มบาตรกลับมาด้วย. ภิกษุนี้ ครั้นกลับมาถึงวัดแล้ว ก็พูดพล่าม (เหมือนตัวกังสฬกะ) ในท่ามกลางหมู่เพื่อนภิกษุว่า "เราได้ฉันตามพอใจจนอิ่มแล้ว ทั้งเขายังนิมนต์เพื่อฉันในวันพรุ่งนี้อีก, ของบิณฑบาต ของเรานี้ก็เต็มบาตรกลับมา, เรารวยลาภด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริกขาร ส่วนภิกษุอื่น ๆ เหล่านี้ มีบุญน้อยมีอภินิหารน้อย จึงไม่รวยลาภด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริกขาร" ดังนี้

    ภิกษุ ท.! ภิกษุนั้นถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ ย่อมนึกดูหมิ่นภิกษุเหล่าอื่น ผู้มีศีลเป็นที่รัก. ภิกษุ ท.! การได้ลาภของโมฆบุรุษชนิดนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อทุกข์ ไร้ประโยชน์เกื้อกูล สิ้นกาลนาน.

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพานอันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและ เสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา" ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ อย่างนี้แล.

  • อ่าน "ผู้ติดเซิงหนาม"

    ภิกษุ ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุ พระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

    ภิกษุ ท.! แกะชนิดมีขนยาว เข้าไปสู่เซิงหนาม มันข้องอยู่ในที่นั้น ๆ ติดอยู่ในที่นั้น ๆ พัวพันอยู่ใน ที่นั้น ๆ ได้รับทุกข์พินาศอยู่ในที่นั้น ๆ. ฉันใด;

    ภิกษุ ท.! ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ก็ฉันนั้น : เธอเป็นผู้ถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำ เอาแล้ว มีจิตติแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, ในเวลาเช้าครองจีวร ถือบาตรเข้าไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน หรือในเมือง, เธอข้องอยู่ในที่นั้น ๆ ติดอยู่ในที่นั้น ๆ พัวพันอยู่ในที่นั้น ๆ ได้รับทุกข์พินาศอยู่ในที่นั้น ๆ.

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้วต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้แล.

  • อ่าน "ผู้ถูกหลาวอาบยาพิษ"

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

    ภิกษุ ท.! หลาวที่อาบยาพิษ จะเสียบใครกันนะ? ลาภสักการะและเสียงเยินยอ จะติดตามภิกษุผู้ยังต้องศึกษา ยังไม่ลุถึงขั้นสุดแห่งสิ่งที่ตนจำนงหวัง.

    ภิกษุ ท.! คำว่า "หลาว" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "ลาภสักการะและเสียงเยินยอ".

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและ เสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้วต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา" ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้แล.

  • อ่าน "จักรแห่งอสนีบาต"

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

    ภิกษุ ท.! จักรแห่อสนีบาตอันลุกโพลง ตกลงถูกกระหม่อมของใครกันนะ? ภิกษุ ท.! ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ จะตามติดภิกษุผู้ยังต้องศึกษายังไม่ลุถึงขั้นสุดแห่งสิ่งที่ตนจำนงหวัง.

    ภิกษุ ท.! คำว่า "จักรแห่งอสนีบาตอันลุกโพลง" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "ลาภสักการะและเสียงเยินยอ".

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและ เสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้วต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา" ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้แล.

  • อ่าน "ลมเวรัมภา"

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

    ภิกษุ ท.! ลมชื่อว่า เวรัมภา๒ พัดอยู่แต่ในอากาศเบื้องบน. นกตัวใดบินเหินลมขึ้นไปถึงที่นั้น ลมเวรัมภาก็ซัดเอานกตัวนั้นให้ลอยปลิวไป. เมื่อนกถูกลมเวรัมภาซัดเอาแล้ว เท้าของมันขาดไปทางหนึ่ง ปีกของมันขาดไปทางหนึ่ง ศีรษะของมันขาดไปทางหนึ่ง ตัวของมันขาดไปทางหนึ่ง.

    ภิกษุ ท.! ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ก็เหมือนกัน : เธอถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอา แล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ. ในเวลาเช้าครองจีวร ถือบาตรเข้าไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน หรือในเมือง, ไม่รักษากาย, ไม่รักษาวาจา, ไม่รักษาจิต, ไม่กำหนดสติ, ไม่สำรวมอินทรย์ทั้งหลาย; ภิกษุนั้นเห็นมาตุคามในที่นั้น ๆ ที่นุ่งชั่วห่มชั่ว, ครั้นเห็นมาตุคามผู้นุ่งชั่วห่มชั่วแล้ว ความกำหนัดก็เสียบแทงจิตของเธอ. เธอนั้นครั้นจิตถูกความกำหนัดเสียบแทงแล้ว ก็บอกคืนสิกขา (สึก) กลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์. ภิกษุพวกหนึ่ง เอาจีวรของเธอไป ภิกษุพวกหนึ่ง เอาบาตรของเธอไป ภิกษุพวกหนึ่ง เอาผ้านิสีทนะของเธอไป ภิกษุพวกหนึ่ง เอากล่องเข็มของเธอไป เช่นเดียวกับอวัยวะของนก ซึ่งถูกลมเวรัมภาซัดเสีย กระจัดกระจายแล้ว ฉะนั้น.

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุ นิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล.

  • อ่าน "ลูกสุนัขดุถูกขยี้ด้วยดีสัตว์"

    ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลาย อย่านึกกระหยิ่มต่อลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดแก่พวก พระเทวทัตเลย. ตลอดเวลา ที่พระเจ้าอชาตสัตตุกุมารยังไปบำรุงพระเทวทัตด้วยรถ ๕๐๐ คัน ทั้งเช้าทั้งเย็น, และอาหารที่นำไปมีจำนวนถึง ๕๐๐ สำรับ๒ อยู่ เพียงใด; ตลอดเวลาเพียงนั้น, พระเทวทัตหวังได้แต่ความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย อย่างเดียว, หวังความเจริญไม่ได้.

    ภิกษุ ท.! ใครขยี้สัตว์เข้าที่จมูกของลูกสุนัขตัวดุร้าย, ลูกสุนัขตัวนั้นก็จะกลับดุยิ่งกว่าเดิม ด้วยการกระทำอย่างนี้. ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุ ท.! ตลอดเวลาที่พระเจ้าอชาตศัตตุกุมารยังไปบำรุง พระเทวทัตด้วยรถ ๕๐๐ คัน ทั้งเช้าทั้งเย็น, และอาหารที่นำไปมีจำนวนถึง ๕๐๐ สำรับ อยู่เพียงใด ตลอดเวลาเพียงนั้น, พระเทวทัตหวังได้แต่ความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลายอย่างเดียว, หวังความเจริญไม่ได้, ฉันนั้น.

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่านี้ ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่ห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ อย่างนี้แล.

  • อ่าน "ความฉิบหายของผู้หลงสักการะ"

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.

    ภิกษุ ท.! พระเทวทัตถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้นๆ, จึงทำลายสงฆ์.

    ภิกษุ ท.! เมื่อพระเทวทัตถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, รากเง่าแห่งธรรมอันเป็นกุศลของเธอจึงถึงความขาดสูญ.

    ภิกษุ ท.! เมื่อพระเทวทัตถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, ธรรมอันเป็นตัวกุศลของเธอ จึงถึงความขาดสูญ.

    ภิกษุ ท.! เมื่อพระเทวทัตถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, ธรรมอันขาวสะอาดของเธอ จึงถึงความขาดสูญ.

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล.

  • อ่าน "การออกผลเพื่อฆ่าตนเอง"

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง.

    ภิกษุ ท.! กล้วยเมื่อจะออกผล ก็ออกผลเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของมันเอง ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอเกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหาย ของตนเอง ข้อนี้ก็ฉันนั้น.

    ภิกษุ ท.! ไผ่เมื่อจะออก ก็ออกผลเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของมันเอง ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหาย ของตนเอง ข้อนี้ก็ฉันนั้น.

    ภิกษุ ท.! ไม้อ้อเมื่อจะออกผล ก็ออกผลเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของมันเอง ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอเกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหาย ของตนเอง ข้อนี้ก็ฉันนั้น.

    ภิกษุ ท.! นางม้าอัสดาร ย่อมตั้งครรภ์ เพื่อความตายของตนเอง เพื่อความฉิบหายของมันเอง ข้อนั้นฉันใด; ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ข้อนี้ก็ฉันนั้น.

    ภิกษุ ท.! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรร ลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น, อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท.! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล.

    พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสความข้อนั้นแล้ว ผู้สุคตศาสดา ได้ตรัสนิคมวจนะนี้อีกว่า :-

     

    "สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่ว เหมือนผลกล้วยฆ่า ต้นกล้วย ผลไผ่ฆ่าต้นไผ่ ขุยอ้อฆ่าต้นอ้อ และสัตว์ ที่เกิดในครรภ์ฆ่านางม้าอัสดร ฉะนั้น" ดังนี้แล.