สากัจฉาธรรม - ตัณหา เหวลึกที่หยั่งไม่ได้ (สำรองทรัพย์)

  • การสำรองทรัพย์ไว้ใช้จ่ายในอนาคตตอนที่แก่ ๆ ในกรณีที่ไม่มีลูก เป็นการปรุงแต่งอนาคตมากเกินไปหรือไม่ และเราควรวางแผนล่วงหน้ากี่ปี
  • ธรรม 3 หมวดที่ทำตอนนี้ เพื่อความสุขในปัจจุบัน เพื่อความสุขในเวลาต่อๆ ไปในอนาคต และการแบ่งจ่ายทรัพย์ใน 4 หน้าที่
  • คุณธรรมหรือหลักการใน 3 ข้อ เพื่อที่จะเป็นอริยสาวก

คำถามจาก คุณกัลยากร : การสำรองทรัพย์ไว้ใช้จ่ายในอนาคตตอนที่แก่ ๆ ในกรณีที่ไม่มีลูก เป็นการปรุงแต่งอนาคตมากเกินไปหรือไม่ และเราควรวางแผนล่วงหน้ากี่ปี

คำตอบ : การที่จะระบุว่า ต้องสำรองเงินไว้ใช้เท่าไหร่ในตอนแก่หรือหลังเกษียณนั้น คุณต้องทำความดีในปัจจุบัน (ทิฏฐธรรม) ต้องรู้กระแสของเงินเข้าและเงินออก หรือ “สมชีวิตา” และมีการรักษาทรัพย์ที่ได้มาไม่ให้สูญเสียไป หรือ อารักขาสัมปทา ซึ่งเป็น 2 ข้อ ในหมวด “ทิฏฐธรรม” และต้องทำความดีในปัจจุบัน เพื่อที่จะได้ให้ผลดี มีความดีความงามและความสุขในอนาคตในเวลาถัดๆ มา (สัมปรายะ) คือ ต้องมีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา

ธรรม 3 หมวด สำหรับผู้ที่ยังพอใจในการครองเรือน ยังพอใจในบริโภคกาม ในทองและเงิน ประกอบด้วย

    • ทิฏฐธรรม : ธรรมที่เป็นไป เพื่อความสุขในปัจจุบัน
    • สัมปรายะ : ธรรมที่เป็นไป เพื่อความสุขในเวลาต่อๆ ไป
    • การแบ่งจ่ายทรัพย์ 4 หน้าที่

 

ทิฏฐธรรม : ธรรมที่ทำตอนนี้ เพื่อความสุขในปัจจุบัน

    1. อุฏฐานสัมปทา : ขยันขันแข็งไม่ว่าจะเป็นการกระทำเอง จัดให้มีการกระทำ ลุกขึ้นทำการงาน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การรับราชการ การเกษตร การค้าขาย ฯลฯ (เงินเข้า)
    2. อารักขาสัมปทา : รักษาทรัพย์ที่ได้มาไม่ให้สูญเสียไป เช่น จากไฟไหม้ น้ำท่วม ญาติที่ไม่รักใคร่ (เงินออก)
    3. สมชีวิตา : ต้องรู้จักแบ่งจ่ายทรัพย์ รายรับต้องท่วมรายจ่าย อย่าให้รายจ่ายท่วมรายรับ กระแสเงินเข้า-ออก ซึ่งสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง (บริหารเงิน)
    4. กัลยาณมิตตตา : ต้องมีเพื่อนดี

 

สัมปรายะ : ธรรมที่ทำตอนนี้ เพื่อความสุขในเวลาถัด ๆ มา ต่อ ๆ ไปในอนาคต หรือในชาติต่อ ๆ ไป

    1. ศรัทธา
    2. ศีล
    3. จาคะ : การบริจาค การให้ การสละออก
    4. ปัญญา

 

การแบ่งจ่ายทรัพย์ใน 4 หน้าที่ ในเงินทองที่ได้มาด้วยความชอบธรรมแบบอริยบุคคล ซึ่งสัดส่วนจะเป็นเท่าไหร่ ปรับได้ตามความเหมาะสม

      1. บำรุงเลี้ยงให้เหมาะสม : ตัวเอง มารดาบิดา บุตรภรรยา มิตรสหาย อำมาตย์ เพื่อน ญาติพี่น้อง คู่ค้า ลูกน้อง ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรา
      2. ป้องกันอันตราย รักษาทรัพย์ : ลงทุน ภาษี ประกันภัย (เหมือนกันกับข้อที่ 2. อารักขาสัมปทา ในหมวดทิฏฐธรรม)
      3. สงเคราะห์/พลีกรรม : ให้เปล่าโดยไม่หวังเอาคืน เป็นการบูชา เช่น ญาติพลี/สงเคราะห์ญาติ ชาติพลีหรือราชพลี/ช่วยชาติ เทวตาพลี/บูชาหรือสงเคราะห์เทวดา รวมถึงคนธรรมดาที่มีศีล มีความดี มีจิตใจแบบเทวดา และการพลีกรรมให้กับบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นต้น
      4. ทักษิณา : ให้เปล่าเพื่อหวังบุญ กับเนื้อนาบุญ สมณพราหมณ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
      •  

คุณธรรมหรือหลักการใน 3 ข้อ เพื่อที่จะเป็นอริยสาวกหรือใครสักคนใดคนหนึ่งใดที่ได้รับยกย่อง สามารถใช้จ่ายเงินได้อย่างสบายใจ

      1. อุฏฐานสัมปทา คือ มีโภคทรัพย์อันได้มาด้วยความเพียรเป็นเครื่องลุกขึ้นรวบรวมมาด้วยกำลังแขน ตัวชุ่มด้วยเหงื่อ
      2. สมชีวิตา คือ แบ่งจ่ายทรัพย์ให้ครบในทั้ง 4 หน้าที่
      3. มีปัญญา คือ ไม่กำหนัดยึดถือ ติดยึดในโภคทรัพย์นั้น

     

    คำถาม : คนเกษียณมี 2 อย่าง คือ แก่ตัวไปแล้ว มีเงินไม่พอใช้ เงินหมดก่อนที่จะตาย เป็นความเศร้า และการเจ็บไข้ได้ป่วย เพราะฉะนั้น เก็บเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ

    คำตอบ : ตัวเลขเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะตัณหามันโบ๋ มันเป็นเหวที่โบ๋ลงไป เติมเท่าไหร่ไม่เต็ม ถมไม่เต็ม ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะมีชีวิตความเป็นอยู่แบบไหน เป็นคำตอบที่เราจะต้องตอบตัวเอง ให้ได้ว่า เราจะมีชีวิตความเป็นอยู่แบบไหน คนที่มีรายได้น้อย ๆ เขาก็อยู่แบบแร้นแค้นหน่อย คนที่เขามีรายได้สูง ๆ เขาก็อยู่สบายหน่อย

    เราไม่ได้จะแก้ปัญหาที่จำนวนตัวเลข เพราะว่าคุณจะไปวัดตัณหา มันวัดได้ยาก แต่เราแก้ปัญหาด้วย  "ปัญญา" หมายถึง การที่จะเห็นซึ่งความเกิดขึ้นและความดับไปของสิ่งต่างๆ ได้ นั่นคือ ให้รู้จักปล่อยวาง

    การปล่อยวาง แต่ไม่ใช่ไม่ต้องวางแผน เราต้องทำ 4 อย่างแรก คือ ขยันขันแข็ง รู้จักรักษาทรัพย์ มีเพื่อนดีและบริหารจัดการทรัพย์ให้ดี แล้วทำ 4 อย่างหลัง คือ ศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา แบบนี้คือการรักษาแล้ว และให้มั่นใจเลยว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร เรามีศรัทธา มีปัญญา อย่างน้อยเราจะไม่ทุกข์ใจมาก

    "ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเท่าไหร่ ประเด็นอยู่ที่ตัวตัณหา และประเด็นอยู่ที่ เราจะต้องจัดการกับปัญหาด้วยปัญญา ..ถ้าเราทำตามหลักการเหล่านี้ ต่อให้ความตาย ความเจ็บไข้ได้ป่วย เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ถ้ามีหลักธรรมต่างๆ เหล่านี้ เราจะสบายใจ ยังเป็นผู้ที่บริโภคกาม “กามโภคี” ที่สบายใจ ไม่ว่าเหตุการณ์ใดๆ จะเกิดขึ้นก็ตาม ไม่ว่าคุณจะร่ำรวยเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน จะสบายใจ บางคนมีเงินพันล้านก็ยังทุกข์ใจ หรืออาจจะไม่ได้มีเงินมากมายอะไร ไปที่แปลงนาบางทีก็เดินเท้าเปล่าหรือขับจักรยานไป คุณก็ยังสบายใจ เพราะ 4 หน้าที่ คุณก็ทำ มีความซื่อสัตย์ในการหาทรัพย์มา สามารถวางได้เมื่อเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นอริยบุคคล เป็นคนประเสริฐ เป็นปัญหาชน"

            •  

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ชม “การแบ่งจ่ายทรัพย์” เผยแพร่ทาง YouTube Channel เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

อ่าน "โภคสูตร" เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต

ฟัง "สากัจฉาธรรม-พุทธวิธีในการแบ่งจ่ายทรัพย์" ออกอากาศเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐

ฟัง "สากัจฉาธรรม-การแบ่งจ่ายทรัพย์" ออกออกอากาศเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗

ฟัง "สมชีวิตาว่าด้วยเรื่องการแบ่งจ่ายทรัพย์" ออกอากาศเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗