การบวชและการใส่บาตร

HIGHLIGHTS:
  • การบวชในช่วงเวลาสั้นๆ ๑๕ วัน จะต้องทำอย่างไรถึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด?
  • การใส่บาตรพระสงฆ์ด้วยเงิน ไม่ควรทำ จริงหรือไม่?
  • ช่องทางการรับรู้ข่าวสารในปัจจุบันมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทาง Line Facebook Twitter เราจะตรวจสอบได้อย่างไรว่าข้อมูลหรือคำสอนนั้นเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าจริงหรือไม่?

บทคัดย่อ

 

จากคุณชลวัตร ทาง Website

 

คำถาม : กำลังเรียนปริญญาตรี ใกล้จบแล้วและคิดว่าถ้าจบแล้วจะบวชสัก ๑๕ วัน ในช่วงกรกฎาคม อยากทราบว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง? ทั้งก่อนและระหว่างเพื่อให้การบวชนี้เกิดประโยชน์สูงสุด? และมีหนังสือธรรมะอยู่หลายเล่มที่ซื้อแล้วยังไม่ได้อ่านควรจะเอาไปอ่านด้วยหรือไม่ในเวลาบวช?

คำตอบ : เรื่องของการบวชสำหรับกุลบุตรที่มีศรัทธา เป็นผู้ชายมีอวัยวะครบไม่เป็นโรค นี้บวชได้ ...การบวชนั้นจุดประสงค์ คือ เพื่อที่จะให้รอบรู้เรื่องทุกข์ เพื่อให้พ้นจากทุกข์ สำหรับการบวชระยะสั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต้องศึกษาด้วยการปฏิบัติ

ก่อนบวชมีเรื่องสิกขาวินัย ผู้บวชต้องไม่มีหนี้สิน ไม่เป็นข้าราชบริพารของพระราชา ถ้าเป็นต้องได้รับการอนุญาตก่อน ...และยังมีข้ออื่นอีก เช่น ไม่เป็นกระเทย ไม่เคยทำอานันตริยกรรม ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้พระอุปชา สามารถที่จะให้คำแนะนำได้ ก่อนบวชจะต้องหาครูอาจารย์ พระอุปชา ที่เราศรัทธา มีความต้องการจะไปบวชกับท่าน เตรียมอัฐบริขาร จีวร ให้เรียบร้อย และศึกษาในข้อสิกขาวินัยต่าง ๆ สำหรับกำหนดลาสิกขา ถ้านานกว่านี้ก็น่าจะดี พระพุทธเจ้าแนะนำว่าถ้าสักสามเดือนก็จะดี เพราะ ๑๕ วัน มันน้อยเกินไป หรือถ้ามีโอกาสจะมาปฏิบัติธรรมก่อนก็ได้

 

 

จากคุณทวิต ทาง Website

 

คำถาม : ข้อความที่เขาส่ง Forward มาทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ทาง Line Facebook Twitter ข้อความว่า เป็นดำรัสของสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน เกี่ยวกับเรื่องการใส่บาตรพระด้วยเงินว่าไม่ควรทำ นั้นจริงหรือไม่? เพราะตนเองบางครั้งก็ใส่บาตรด้วยเงินมาเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว

คำตอบ : ในเรื่องของสิกขาวินัย จะมีอยู่ข้อหนึ่งในศีลที่เป็นปาฏิโมกข์ คือ ในการรับก็ดีไม่รับก็ดีในทองและเงิน เรียกว่าอาบัติปาจิตตีย์ชนิดที่ต้องสละก่อน โดยใช้คำว่า นิสสัคคิยปาจิตตีย์ .... และลักษณะการดำรงชีวิตของภิกษุที่พระอุปชาต้องบอกกับผู้ที่บวชใหม่ คือ กรณียกิจ ๔ อย่าง

๑. คือต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการออกบิณฑบาต ด้วยปลีแข้งของตนเอง

๒. ในเรื่องที่อยู่ก็คือให้อยู่ราวป่าตลอดชีวิต

๓. เรื่องเครื่องนุ่งห่มซึ่งกำหนดสี ขนาด ไว้เรียบร้อย

๔. ในเรื่องการเจ็บไข้พระพุทธเจ้าแนะนำว่าให้กินยาดองน้ำมูตเน่า

...ซึ่งพระพุทธเจ้าให้ขวนขวายในการปฏิบัติให้มาก และขวนขวายในปัจจัยสี่ให้น้อย แต่ในการปฏิบัติของแต่ท่านก็จะทำได้มากน้อยต่างกัน อาจจะมีผิดบ้างก็ให้พยายามแก้ไขปรับปรุงตัว แต่ที่ผิดไม่ได้เลย ถ้าผิดแล้วจะขาดความเป็นพระ คือ อกรณียกิจ ๔ คือ เสพเมถุน ฆ่ามนุษย์ ลักทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ และอวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน

ในความที่เป็นฆราวาสเราควรจะต้องสนับสนุนให้พระไม่ต้องกังวลเรื่องปัจจัยสี่ ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ในเรื่องทิศทั้งหก ในข้อที่ควรถวายอามิสทานแก่พระสงฆ์เพื่อให้ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องนี้และมีเวลาปฏิบัติให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งการสนับสนุนนี้จะทำให้เราได้บุญ และเป็นบุญที่ทำน้อยแต่มีผลมากในบุคคลที่เราสนับสนุนท่านให้รู้ธรรมสูงขึ้นไป

 

 

จากคุณกระต่าย ทาง Facebook

 

คำถาม : เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราเรียนรู้นั้นเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ดั้งเดิม หรือว่าแต่งเติมขึ้นใหม่ ? เพราะว่าปัจจุบันนี้มีคำสอนที่แทรกเข้ามามากมายหลายอย่างปนกันไปหมด ?

คำตอบ : การรับรู้ข่าวสารจากสื่อต่างๆ ในปัจจุบัน เป็นผัสสะอย่างหนึ่ง จริง ไม่จริง ไม่รู้ ยกเว้นก่อน พอเรามีผัสสะเข้ามา เราต้องอยู่ในมรรคแปด สำคัญที่สุดถ้าเราอยู่ในมรรคแปดอย่าไปคิดไม่ดีกับใครนั้นเป็นมิจฉาสังกัปปะ อย่าไปพูดด่าว่า นั้นเป็นมิจฉาวาจา ทำให้สิ่งที่มันลงตรงเข้ากันกับมรรค ส่วนอะไรที่มันไม่ลงเข้ากันกับมรรคแปด ก็ยกไว้ก่อน ก็แค่นั้นเอง เราก็จะสบายใจได้....ส่วนข้อมูลนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ สามารถตรวจสอบอ้างอิงได้ในพระไตรปิฎก ...ให้เราศึกษาอาจจะเข้าจุดนั้นไม่เข้าจุดนี้ให้เราศึกษาดูก่อน พยายามทำความเข้าใจเรื่องที่เราเข้าใจก็มี เรื่องที่เราไม่เข้าใจก็มี แต่ความที่เราไม่ลงใจ มีความเคลือบแคลงเห็นแย้งตรงนี้ มันจะทำให้เราไม่ศึกษา แล้วเราจะได้ความรู้ในบางเรื่องบางประการ กิเลสมันก็จะตายลง

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง