เมตตา

HIGHLIGHTS:

  • การเจริญเมตตาจะทำให้สามารถเข้าสมาธิได้เร็ว
  • การทำให้เกิดสมาธิมีหลายวิธี ใช้วิธีไหนก็ได้ เพราะจุดหมายเดียว และในแต่ละวิธีอาจจะทำพร้อมกับวิธีอื่นไปด้วยก็ได้
  • การมีสติเปรียบเหมือนการมีเสาเขื่อนเสาหลัก เป็นการพยายามดำรงสติตั้งสติไว้เฉพาะหน้า
  • เมื่อมีการพยายามตั้งสติไว้เฉพาะหน้าอาจมีความคิดเข้ามา ถ้าจะคิดให้คิดเข้ามาในกาย
  • การรักษาความดีต่อเนื่องคือการรักษาสติ คือความเพียร เป็นความดีความงาม
  • เมื่อปฏิบัติมาตามลำดับโดยตลอด เป็นความดีความงาม ให้แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ ดุจมารดาที่ถนอมบุตรคนเดียวที่เกิดในตน

บทคัดย่อ

 

 

“มารดาถนอมบุตรคนเดียว ผู้เกิดในตน ด้วยการยอมสละชีวิตของตนแทนฉันใด เธอพึงเจริญเมตตาจิต อันกว้างขวาง อันหาประมาณมิได้ ในสัตว์ทั้งปวง แม้ฉันนั้นเหมือนกัน”

ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

 

 

หนึ่งในเหตุที่ทำให้เข้าสมาธิได้เร็ว

 

การที่เรามีเมตตาจะทำให้สามารถเข้าสมาธิได้รวดเร็ว เมตตาคือการที่เรามีจิตเต็มไปด้วยความรักความเมตตา เพื่อที่จะให้เข้าสมาธิได้รวดเร็ว

“ในที่นี้ให้เราตั้งจิตเอาไว้ อันเป็นไปด้วยกับเมตตา อันไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท เป็นจิตกว้างขวาง ประกอบด้วยคุณอันใหญ่หลวงอย่างไม่มีประมาณ แล้วให้แผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายในทิศเบื้องหน้า ทิศเบื้องขวา เบื้องหลัง เบื้องซ้าย เบื้องบน และเบื้องล่าง ทั่วทุกทางเสมอหน้ากัน ตลอดโลกทั้งปวงที่มีอยู่ เปรียบเหมือนคนเป่าสังข์ที่มีกำลังแข็งแรง สามารถเป่าสังข์ให้ได้ยินทั้งสี่ทิศ ไม่ยากฉันใด เธอนั้น ก็ด้วยจิตเต็มไปด้วยเมตตา แผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงมีความสุข จงมีความเกษม จงมีความเจริญ”

 

หลายวิธีแต่จุดหมายเดียว

 

และเมื่อเราเข้าสู่เสนาสนะอันสงัดแล้ว นั่งคู้ขาเข้ามาแล้ว ตั้งกายตรงแล้ว เจริญเมตตาภาวนาแล้ว ก็ให้ดำรงสติเอาไว้เฉพาะหน้า การตั้งสติดำรงสติไว้เฉพาะหน้านั้น มีหลายวิธีการ และแต่ละวิธีการก็ไม่ได้ขัดกัน ซึ่งในแต่ละวิธีการเกิดขึ้น และสามารถให้กระทำไปพร้อมๆ กันได้

เช่น คนที่เจริญพุทธานุสติ ให้นึกคำว่า “พุทโธ” จะระลึกถึงลมหายใจไปด้วย โดยให้พุทโธอยู่กับลมหายใจ หรือจะนึกถึงแต่คำว่าพุทโธเฉยๆ โดยการตั้งไว้ท่ามกลางอก หรือไม่ต้องมีตำแหน่งใดๆ ก็ได้

สำหรับคนที่เจริญอานาปานสติ คือการระลึกถึงลมหายใจ ไม่ต้องตามลม ไม่ต้องบังคับลม ให้เป็นธรรมชาติ เปรียบเหมือนยามที่เฝ้าประตูคอยตรวจตราอนุญาตให้คนเข้าออกอยู่บริเวณป้อมยามนั้นเช่นเดียวกัน เราระลึกถึงลมหายใจ เราก็ให้มาอยู่ ณ ตำแหน่งเดียว ไม่ต้องตามลมเข้าลมออก ถ้านึกถึงพุทโธ มีความคิดใดๆ ผ่านเข้ามา เราก็ไม่ต้องตามความคิดนั้นไป แต่ให้จิตตริตรึกมาเริ่มจากคำว่า “พุทโธ”

การกระทำที่เราระลึกถึงลมหายใจก็ตาม ที่เราตั้งสติไว้ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม เรียกว่าเป็นการดำรงสติเอาไว้เฉพาะหน้า

 

เสาเขื่อนเสาหลัก

 

เมื่อเราพยายามดำรงสติไว้เฉพาะหน้า มักจะมีความคิดต่างๆ เข้ามา อันนี้เป็นธรรมดา เป็นธรรมดาของจิตที่มักจะไหลไปตามอารมณ์ต่างๆ ถ้าเราตริตรึกคิดนึกไปในเรื่องใด จิตเราจะน้อมไปในทางนั้น จิตน้อมไปทางไหน สิ่งนั้นก็จะมีพลัง เมื่อจิตเราน้อมมาในทางที่ให้สติตั้งขึ้นเช่นการนึกถึงพุทโธ หรืออานาปานสติ สติก็จะมีกำลังขึ้นมา พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนกับเสา เสาเขื่อนเสาหลักที่ปักเอาไว้อย่างดีอย่างมั่นคง เมื่อเอาสัตว์มาผูกไว้ มันจะไปไหนไม่ได้ ดึงอยู่แต่จะอ่อนแรงลง มายืนเจ่านั่งเจ่าที่เสานี่ล่ะ

สติของเราเปรียบเหมือนกับเสา เมื่อสติเรามีความมั่นคง จิตเราจะไม่ส่งไปตามทางนั้น ไม่ส่งจิตไปตามหมายความว่าไม่ใช่ไม่รับรู้ การรับรู้นี้ธรรมดา รับรู้เกิดขึ้นได้ เหมือนกับสัตว์มันดึงเชือก เชือกตึง เสาได้รับแรง อันนี้ธรรมดา แต่ว่าเชือกไม่ขาด เสาไม่ล้ม จิตของเราที่ตั้งไว้อยู่กับสติ การรับรู้ถึงผัสสะภายนอกอันนี้ก็ธรรมดา แต่ว่าเราไม่ไปตามทางนั้น

 

ถ้าจะคิดให้คิดมาในกายนี้

 

พอเราตั้งสติขึ้นได้อย่างนี้ ถ้ามันจะคิด ให้คิดมาในกายนี้ ลอกออกมาทีละชั้นๆ ไล่มาตั้งแต่ผิว หนัง เนื้อ กระดูก เครื่องใน กระโหลกศรีษะ สมอง เอ็น ร่างกายเราเปรียบเหมือนถุงที่มีทางเปิด ๒ ทาง ที่เรียกว่าไถ้ จากถุงผ้ามาเป็นถุงหนัง ที่มีการเยิ้มตลอดเวลาด้วยเหงื่อไคล ต้องทำความสะอาดจึงจะดูสวยงาม นี่เป็นลักษณะของอาพาธในขันธ์ทั้ง ๕ ให้เห็นตรงนี้

ความสวยภายนอกไม่จีรังยั่งยืน ไม่ได้งดงามไปตลอด แต่จิตใจของเราให้มีความงามให้มีความดี จิตใจที่มีความงามความดี ความดีความงามที่เกิดขึ้นทำขึ้น เป็นลักษณะของกุศลธรรมคือปัญญาที่เพิ่มขึ้นตามที่เราเห็นตามที่เป็นจริง ลักษณะของอกุศลธรรมที่มันลดลงๆ จากการที่เราเห็นตามที่เป็นจริงอย่างนี้ เรียกว่า “การทำความเพียร”

 

การรักษาความดีต่อเนื่องคือการรักษาสติ

 

การรักษาความดีไว้ให้อยู่อย่างต่อเนื่องก็คือการพยายามที่จะรักษาสติ ตั้งสติเอาไว้ เปรียบเหมือนคนถือภาชนะใส่น้ำมัน แล้วมีเพชรฆาตตามมาคอยบั่นคอ ถ้าทำหก เขาจะระวังให้มากไม่กล้าแม้เหลือบดูนางงาม เช่นเดียวกันให้เรารักษาสติเอาไว้อย่างดี กิจการงานอันนี้เราก็ทำไป อันนี้ก็ธรรมดา เรื่องราวก็รับรู้ไว้ อันนี้ก็ธรรมดา ให้รักษาความดีในใจของเราเอาไว้ ความดีความงามคือ สติที่เรารักษาเอาไว้นี่แหละ สตินี้จะเป็นตัวรักษาจิตของเรา เป็นความสุขอันเกษมเป็นความสุขที่ยั่งยืนมาให้กับชีวิตของเราได้

 

เมื่อเราปฏิบัติมาถึงจุดนี้ เป็นความดีความงามแล้ว ให้เราแผ่ส่วนกุศลนี้ออกไป ทำจิตตามบทข้างล่างนี้…

 

“เมื่อเธอตามระลึกถึงบุญกุศลเหล่านี้อยู่ จิตของเธอ ย่อมเป็นจิตที่ตั้งอยู่ ดำรงอยู่ด้วยดี ในภายใน และบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่เกิดขึ้นครอบงำจิต เมื่อเป็นเช่นนี้ ปราโมทย์ย่อมเกิด เมื่อปราโมทย์ ปิติย่อมเกิด กายของผู้มีใจปิติ ย่อมสงบระงับ ผู้มีกายสงบระงับ ย่อมเสวยสุข จิตของเธอผู้มีสุข ย่อมตั้งมั่นเป็นสมาธิ”

“เธอนั้น ด้วยจิต อันเป็นไปด้วยความเมตตา อันไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท เป็นจิตกว้างขวาง ประกอบด้วยคุณอันใหญ่หลวง อย่างไม่มีประมาณ ให้แผ่เมตตา ให้ตัวเอง คือขอให้ข้าพเจ้า จงปราศจากการผูกเวร ปราศจากความเกลียด ปราศจากความโกรธ และรักษาตน ให้มีแต่ความสุขกาย สุขใจเถิด

ด้วยจิต อันเป็นไปด้วยความเมตตา ขอให้มารดา บิดา ครู อาจารย์ ญาติพี่น้อง และคนทั้งหลาย ขอจงปราศจากการผูกเวร ปราศจากความเกลียด ปราศจากความโกรธ ขอให้รักษาตน ให้มีแต่ความสุขกาย สุขใจ เถิด

ขอให้อารักขาเทวดา ภูมิมเทวดา รุกขเทวดา อากาศเทวดา จงปราศจากการผูกเวร ปราศจากความเกลียด ปราศจากความโกรธ ขอให้รักษาตน ให้มีแต่ความสุขกาย สุขใจ เถิด

ด้วยจิต อันเป็นไปด้วยความเมตตา ด้วยจิต อันเป็นไปด้วยกับกรุณา ด้วยจิต อันเป็นไปด้วยกับมุทิตา และด้วยจิต อันเป็นไปด้วยกับอุเบกขา อันไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท เป็นจิตกว้างขวาง ประกอบด้วยคุณอันใหญ่หลวง อย่างไม่มีประมาณ ให้แผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศเบื้องบน และทิศเบื้องล่าง

ขอให้สรรพสัตว์ ผู้มีชีวิตทั้งหลาย สัตว์บุคคลผู้มีตัวตนทั้งหมด ทั้งหญิงและชาย พระอริยเจ้าทั้งหลาย และอานาอารยชน ผู้ยังไม่หลุดพ้น เหล่ามนุษย์และอมนุษย์ เทวดา และเปรต ทั้งหมดทั้งสิ้น ขอจงปราศจากการผูกเวร ปราศจากความเกลียด ปราศจากความโกรธ ขอให้รักษาตน ให้มีแต่ความสุขกาย สุขใจ เถิด

มารดาถนอมบุตรคนเดียว ผู้เกิดในตน ด้วยการยอมสละชีวิตของตนแทนฉันใด เธอพึงเจริญเมตตาจิต อันกว้างขวาง อันหาประมาณมิได้ ในสัตว์ทั้งปวง แม้ฉันนั้นเหมือนกัน

ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงมีความสุข จงมีความเกษม จงมีความเจริญ ขออย่าได้ประสพความชั่วร้ายใดๆเลย ขออย่าได้ประสพความเศร้าโศกอันใดเลย ขออย่าได้มีความทุกข์ใดๆเลย ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงมีความสุข จงมีความเกษม จงมีความเจริญ”

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง