สากัจฉาธรรม-อจลศรัทธาในพุทโธ ธัมโม สังโฆ

HIGHLIGHTS:
  • ความหมายของ “อันวยญาณ” และ “ธรรมญาณ”
  • วิธีตรวจสอบตนเองว่า มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว

บทคัดย่อ

 

หากเกิดเหตุการณ์สมมติขึ้น ให้ผู้ใดผู้หนึ่งต้องเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธ แล้วผู้นั้นไม่ยอมเปลี่ยนตาม นั่นก็เพราะว่าการมีศรัทธาที่ต่างกัน มีความหยั่งลงมั่นในพุทโธ ธัมโม สังโฆที่มากขึ้น หลังจากได้ผ่านการปฏิบัติบูชาตามขั้นตอนที่ถูกต้องแล้วเห็นโทษของกาม โทษของความไม่เที่ยง โทษของการครองเรือน (หรือเห็นคุณของเนกขัมมะ) และสามารถมีปัญญาเห็นตามความเป็นจริงได้ในที่สุด

การที่จะทำให้ตัวเราไม่เชื่อตามบุคคลอื่นในคำสอนของศาสดาของตน ปราศจากความเคลือบแคลง ถึงความแกล้วกล้า ให้เห็นขันธ์ห้าด้วยความเป็นของไม่เที่ยง จะประกอบด้วยปัจจัยดังนี้

อันวยญาณ แปลว่า ญาณในการรู้ตามว่าบุคคลที่จะสามารถบรรลุธรรมได้ต้องเดินตามทางนี้ ซึ่งเกิดจากการปฏิบัติบูชาเน้นเฉพาะในทางจิตตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และเป็นคุณสมบัติของผู้ที่จะไม่ตกจากกระแสของการเข้าสู่พระนิพพาน เป็นญาณที่สามารถแยกแยะสิ่งที่เป็นปฏิรูปหรือสิ่งที่เป็นของปลอมเทียม ให้เห็นตามที่เป็นจริงได้ และทำให้เกิดศรัทธาอันหยั่งลงมั่น ไม่หวั่นไหว (อจลศรัทธา)

ธรรมญาณ แปลว่า ญาณในธรรม กล่าวคือ ปฏิจจสมุปบาท นั่นเอง ซึ่งต้องมีควบคู่ไปกับ อันวยญาณ

อย่างไรก็ตาม เราสามารถตรวจสอบได้ว่าศรัทธาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องงมงายหรือโมหะ ด้วยการมีสัมมาทิฏฐิ ปฏิบัติธรรมตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยปัญญาซึ่งปราศจากโมหะครอบงำ สามารถมองเห็นตามความเป็นจริงได้อย่างถูกต้อง

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

  1. ปฏิจจสมุปบาท อธิบายเกี่ยวกับการเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกัน การที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันจึงเกิดมีขึ้น เช่น ทุกข์เกิดขึ้นเพราะมีปัจจัย 12 เรื่อง (11 คู่) เกิดขึ้นสืบเนื่องกันมาตามลำดับดังนี้ คือ
  2. เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี
  3. เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี
  4. เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี
  5. เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี
  6. เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี
  7. เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี
  8. เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี
  9. เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปทานจึงมี
  10. เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี
  11. เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี
  12. เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะจึงมี
  13. ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัส และความคับแค้นใจ ก็มีพร้อม ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งปวงนี้จึงมี

 

  1. อริยทรัพย์เจ็ด คือทรัพย์ภายในอันประเสริฐ ทรัพย์ของผู้เป็นอริยะมี 7 ประการ ได้แก่

     

  2. ศรัทธา ความเชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ
  3. ศีล การรักษากาย วาจาให้เรียบร้อย
  4. หิริ ความละอายแก่ใจที่จะทำชั่ว
  5. โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อผลของการทำชั่ว
  6. พาหุสัจจะ ความเป็นคนคงแก่เรียน
  7. จาคะ ความเสียสละ แบ่งปัน
  8. ปัญญา ความรู้และความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในเหตุผล ความดีความชั่ว ความถูกและผิด บาปบุญคุณโทษ คุณและโทษของสิ่งต่างๆ รู้จักคิดและรู้พิจารณา เพื่อมิให้หลงผิดหรือเข้าหาอวิชชา