การปล่อยวางอุปาทานจิต / มายาคนชั่ว / “นิมิต” และ “พยัญชนะ”

HIGHLIGHTS:
  • การปล่อยวางอุปาทานจิต ควรทำอย่างไร
  • การไม่ทำตามมายาคนชั่วผิดศีลหรือไม่ มีเงื่อนไขอย่างไร
  • ความหมายของคำว่า “นิมิต” และ “พยัญชนะ”

บทคัดย่อ

 

คำถาม-๑:

 

ขอคำแนะนำหรืออุบายในการนำออกหรือการปล่อยวางอุปาทานจิต ที่เรามักจะยึดถือว่าเป็นของเรามาตั้งแต่เกิดจนตาย เราควรจะพิจารณาจิตอย่างไรว่าไม่ใช่ของเรา สามารถทำจิตให้ปล่อยวางได้อย่างแท้จริง

 

คำตอบ-๑:

 

ต้องปฏิบัติตามศีล สมาธิ ปัญญา หรือ เจริญตามอริยมมรรคมีองค์แปด จึงจะทำให้เราปล่อยวางความยึดถือ ทำให้พ้นจากความทุกข์ได้ ทั้งนี้เมื่อมี ศีลและศรัทธาแล้วจะทำให้เกิดวิริยะ เพื่อการทำจริงแน่วแน่จริง โดยต้องมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง แต่ให้เริ่มจากการปฏิบัติในจุดที่เราทำได้ ให้ลงมือทำได้เลยมากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดการพิจารณาเป็นลำดับ

การปฏิบัติธรรมนั้นอย่าปฏิบัติด้วยตัณหา เพราะตัณหาในขันธ์ห้าก็ดี ในสมาธิก็ดี จะทำให้อินทรีย์ทั้งห้าเกิดความไม่สมดุลย์ขึ้น ทำให้เกิดความยึดถือ (อุปาทาน) มีความเป็นตัวตนขึ้นมา

 

 

คำถาม-๒:

 

ถ้าเรารับปากที่จะทำเรื่องไม่ดีแล้ว ต่อมาไม่ได้ทำตามคำพูดถือว่าผิดศีลหรือไม่

 

คำตอบ-๒:

 

คำถามนี้สามารถวิเคราะห์ได้เป็น ๓ ประเด็นคือ

    • ถือว่าผิดคำพูดเพราะ รับปากจะทำแล้วแต่ไม่ได้ทำ ซึ่งบุคคลผู้นั้นจะโกรธเคืองหรือไม่พอใจเราได้
    • ถ้าเราสามารถทำสิ่งที่ดีแต่ทำได้ลำบากก็ควรจะทำ ดีกว่าการทำในสิ่งที่ไม่ดีแม้ว่าจะสามารถลงมือทำได้ง่ายกว่า เพราะมายาคนชั่วคือ ลวงเราด้วยความชั่วในนามของความดี
    • พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสอนไว้ว่า “ไม่แกล้งกล่าวเท็จให้ผิดต่อโลก” หมายถึง การโกหกต่างๆโดยจงใจ เช่น เห็นบอกว่าไม่เห็น-ไม่เห็นบอกว่าเห็น รู้บอกว่าไม่รู้-ไม่รู้บอกว่ารู้ ได้ยินบอกว่าไม่ได้ยิน-ไม่ได้ยินบอกว่าได้ยิน เป็นต้น

โดยสรุปแล้ว ไม่ถือว่าผิดศีลข้อมุสาวาท เนื่องจาก ณ จุดนั้น เรามีเจตนาว่าจะไปหรือทำเพราะอาจจะคิดไม่รอบคอบ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปเนื่องด้วยปัญญามีมากขึ้น หิริโอตตัปปะเกิดขึ้น ทำให้คิดรอบคอบมากขึ้นและไม่มีเจตนาที่จะทำความชั่ว

 

 

คำถาม-๓:

 

คำถามเกี่ยวกับรื่องการสำรวมอินทรีย์ จากคำกล่าวที่ว่า “จงอย่ารวบถือเอาโดยนิมิต จงอย่าถือเอาโดยพยัญชนะ” เราควรจะพิจารณาอย่างไร กระทำในใจไว้อย่างไร ปฏิบัติอย่างไร และทราบได้อย่างไรว่าถึงพร้อมแล้วว่าตนเองปฏิบัติได้แล้ว

 

คำตอบ-๓:

 

“นิมิต” หมายถึง เครื่องหมาย กล่าวคือการดูโดยภาพรวม แต่ “พยัญชนะ” หมายถึง การดูแต่ละส่วนๆ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ซึ่งเราควรจะพิจารณาควบคู่กันไปทั้งสองอย่างและไม่ให้อกุศลธรรมเกิดขึ้น จึงจะเรียกว่า การสำรวมอินทรีย์

 

ตอบคำถาม: คุณผู้ปฏิบัติธรรม / คุณรากฝอย / คุณอรุณี

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

อินทรีย์ห้า คือ ความเป็นใหญ่ในการกระทำหน้าที่ ประกอบด้วยรายละเอียด ๕ ประการดังนี้

  1. ศรัทธา คือ สัทธินทรีย์ มีความเป็นใหญ่ ในสภาพธัมมะของตนคือ น้อมใจเชื่อ
  2. วิริยะ คือ วิริยินทรีย์ มีความเป็นใหญ่ ในการประคองไว้
  3. สติ คือ สตินทรีย์ มีความเป็นใหญ่ในการระลึก
  4. สมาธิ คือ สมาธินทรีย์ มีความเป็นใหญ่ ในการไม่ฟุ้งซ่าน
  5. ปัญญา คือ ปัญญินทรีย์ มีความเป็นใหญ่ในการเห็นตามความเป็นจริง