การมาของท้าวสหัมบดีพรหม

  • ท้าวสหัมบดีพรหม ในสมัยของพระพุทธเจ้านามว่ากัสสปะเกิดเป็นภิกษุชื่อว่าสหกะ ได้เจริญอินทรีย์ ๕ จนสามารถละกามฉันทะได้ และได้เกิดในพรหมโลกนามว่า ท้าวสหัมบดีพรหม
  • เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้วดำริมีพระธรรมเป็นที่พึ่ง ท้าวสหัมบดีพรหมก็เสด็จลงมาอนุโมทนาว่า พระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ และที่จะมาตรัสรู้ในอนาคตก็เคารพและสักการะในพระสัทธรรมเช่นกัน
  • เมื่อพระพุทธเจ้าทรงน้อมจิตขวนขวายน้อยในการแสดงธรรม ท้าวสหัมบหดีพรหมก็อาราธนานิมนต์ให้พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเถิด สัตว์ที่มีธุลีในดวงตาน้อยมีอยู่
  • การมาครั้งสุดท้ายของท้าวสหัมบดีพรหมในสมัยที่พระพุทธเจ้าทรงมีพระชนม์อยู่ คือช่วงปรินิพพานและได้กล่าวคาถาว่า “สัตว์ทุกหมู่เหล่าจะทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลกพระตถาคตผู้ศาสดาผู้หาบุคคลเปรียบไม่ได้ในโลกถึงแล้วซึ่งกำลังพระญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธะเช่นนี้ยังปรินิพพาน”

 

คำถามที่ ๑ : อยากจะทราบประวัติและรายละเอียดของท่านสหัมบดีพรหม เพราะรู้สึกว่าท่านเป็นผู้ที่มีบุญคุณกับมวลมนุษยชาติเป็นอย่างมาก

 

คำตอบ : ในช่วงที่พระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์อยู่ท้าวสหัมบดีพรหม ได้เสด็จลงมาโลกมนุษย์ ๙ ครั้ง ในสองครั้งแรกเป็นเนื้อหาที่มาในอรรถกถา ครั้งที่ ๑ ตอนที่พระโพธิสัตว์ทรงออกบวชท่านเป็นผู้ที่มาถวายบาตรให้ ครั้งที่ ๒ คือตอนที่เป็นพรหมมาดีดสายพิณสามสาย สายหนึ่งตึง สายหนึ่งหย่อน สายหนึ่งพอดี

ในช่วงของการตรัสรู้ มา ๔ ครั้ง ครั้งที่ ๓ พอพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว และดำริว่าเอาพระธรรมเป็นที่พึ่ง สหัมบดีพรหมก็ได้มาอนุโมทนา ว่าพระพุทธเจ้าองค์ก่อนก็เคารพสักการะในพระสัทธรรม และพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปก็เคารพสักการะในพระสัทธรรมเช่นกัน ครั้งที่ ๔ พอพระพุทธเจ้าขวนขวายน้อยในการแสดงธรรม ก็เลยอาราธนานิมนต์ให้พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่สัตว์โลก เพราะสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาน้อยก็มีอยู่ ครั้งที่ ๕ เมื่อดำริว่าจะทรงแสดงธรรม ก็รำลึกถึงสติปัฏฐาน ๔ สหัมบดีพรหมก็ลงมาอีก บอกว่านี้แหล่ะคือหนทางเครื่องไปทางเดียวที่จะพาสัตว์ก้าวล่วงจากความทุกข์ได้ ครั้งที่ ๖ พระพุทธเจ้าดำริถึงคุณธรรมที่เรียกว่าอินทรีย์ ๕ ดำริในธรรมที่จะหยั่งลงสู่อมตะเป็นที่หวังได้ ท้าวสหัมบดีพรหมก็ลงมาอนุโมทนา แล้วได้เล่าถึงประวัติของตัวเองว่า ชาติก่อนภพก่อนท่านเกิดเป็นภิกษุ นามว่าสหกะ ในสมัยของพระพุทธเจ้ากัสสปะ ก็ได้เจริญอินทรีย์ ๕ จนละกามฉันทะ ได้ก็ได้มาเกิดในพรหมโลก

ครั้งที่ ๗ ในพระสูตร พรหมเทวสูตร

สหัมบดีพรหมได้ไปปรับแก้ทิฐิของนางพราหมณีผู้หนึ่งที่เป็นผู้บูชาพรหม ซึ่งมีลูกชายไปบวชในพระพุทธศาสนาและบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วกลับมาโปรดมารดาที่มีทิฐิไม่ถูกต้องคิดว่าพรหมนั้นเป็นใหญ่มีความมั่นคง คิดว่าพรหมนั้นสร้างโลก ไม่เห็นความสำคัญลูกของตนเองที่ไปบวชจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ ท้าวสหัมบดีจึงมาปรากฏตัวและกล่าวคาถายกย่องภิกษุผู้ที่มีจิตพ้นวิเศษ มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา ที่มีความเลิศ มีความดี ให้นางพราหมณี บูชา ภิกษุผู้ที่เป็นแบบนี้

ครั้งที่ ๘ ในพระสูตร จาตุมสูตร

เป็นเรื่องราวที่ภิกษุกลุ่มหนึ่งทำเอะอะเสียงดัง จนพระพุทธเจ้าทรงขับไล่ แล้วภิกษุเหล่านั้นก็ไม่มีที่พึ่ง สหัมบดีพรหมก็ลงมาแก้สถานการณ์ให้ โดยไปอ้อนวอนพระพุทธเจ้าได้ยกอุปมาอุปไมยเกี่ยวกับต้นไม้ที่ยังไม่โตเต็มที่แล้วขาดน้ำมันก็จะตายหรือลูกโคที่ไม่ได้ดื่มนมแม่มันก็ไม่มีที่พึ่ง พระพุทธเจ้าก็อาศัยความกรุณาให้กลับมาและแสดงธรรมให้ฟังและเหล่าภิกษุก็บรรลุเป็นพระอรหันต์

และการมาครั้งสุดท้ายของท้าวสหัมบดีพรหม คือตอนที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน และได้กล่าวคาถาไว้ว่า “สัตว์ทุกหมู่เหล่าจะทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลกพระตถาคตผู้ศาสดาผู้หาบุคคลเปรียบไม่ได้ในโลกถึงแล้วซึ่งกำลังพระญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธะเช่นนี้ยังปรินิพพาน”

 

คำถามที่ ๒ : ทำไมท้าวสักกะเทวราช ถึงไม่ได้มาทำหน้าที่อาราธนาพระพุทธเจ้าให้แสดงธรรมตอนที่พระองค์ตรัสรู้

 

คำตอบ : ในขณะนั้นท้าวสักกะเทวราช ยังยินดีในกามอยู่และเป็นช่วงที่ใกล้สิ้นอายุขัยด้วย จนเทวดาที่เป็นคนธรรพ์ นามว่า ปัญจะสิขะ ได้อาราธนานิมนต์ให้พระพุทธเจ้าไปเทศน์แสดงธรรมให้ท้าวสักกะเทวราชฟัง เมื่อฟังธรรมของพระพุทธเจ้าครั้งแรกก็บรรลุโสดาบัน กลายเป็นท้าวสักกะหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคุณธรรมของท้าวสหัมบดีนั้นสูงกว่า คือเป็นอนาคามีและอยู่ในชั้นพรหมโลก ส่วนคุณธรรมของท้าวสักกะ คือ โสดาบันและอยู่สวรรค์ชั้นที่ ๒ คือชั้นดุสิต

 

คำถามที่ ๓ : ทำไมวัดถึงต้องสร้างให้วิจิตรพิสดารด้วย ความเรียบง่ายสงบธรรมชาติ น่าจะเป็นสิ่งที่มีความรื่นรมย์มากกว่า

 

คำตอบ : การแสดงออกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาก็มีหลายรูปแบบ การปฏิบัติบูชาถือเป็นการบูชาที่ดีสุด ในส่วนที่เป็นอามิสบูชาบางคนก็อยากจะแสดงออกในลักษณะนั้น ซึ่งมีความแตกต่างกันไป การแสดงออกภายนอกมันอาจจะได้บ่งบอกถึงสิ่งภายในได้โดยส่วนเดียว

--จากคุณหนุ่ย ทรรศนัย--

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง