สากัจฉาธรรม - เตรียมตัว เตรียมใจ

HIGHLIGHTS:

  • เมื่อเราไปอยู่ในสถานที่อโคจร เราควรทำตัวอย่างไร วางจิตอย่างไร
  • เตรียมตัว เตรียมใจอย่างไรในวันใกล้เกษียณอายุการทำงาน

บทคัดย่อ

 

คำถาม-๑:

 

ในช่วงปีใหม่มีทั้งสิ่งที่เป็นกุศลและอกุศล สิ่งที่เป็นกุศล เช่น การสวดมนต์ข้ามปี การนั่งสมาธิ แต่ส่วนที่เป็นอกุศลก็มีเยอะ เช่น การดื่มสุราและสถานที่อโคจรต่างๆก็มีเยอะ ขอคำเเนะนำเมื่อเราไปอยู่ในสถานที่อโคจรเราควรทำตัวอย่างไร ทำจิตอย่างไร

 

คำตอบ-๑:

 

พระพุทธเจ้าได้ทรงให้หลักการไว้ว่า กุศลเป็นสิ่งที่ควรทำให้มาก เจริญให้มาก แต่อกุศลเป็นสิ่งที่ควรละ กำจัดออกไปให้สิ้น ยกตัวอย่างเช่น มีสุขเวทนาเกิดขึ้นแต่เกิดการกำหนัดยินดีพอใจถือว่าเป็นอกุศล แต่ถ้ามีทุกขเวทนาเกิดขึ้นและเราสามารถอดทนเพื่อไม่ให้ราคะ โทสะ โมหะเกิดขึ้นได้จากผัสสะที่ไม่น่าพอใจ ถือว่าเป็นกุศล ซึ่งการที่เรากล้าจะเผชิญหน้าและปฏิเสธพร้อมที่จะตัดความไม่ดีหรือสิ่งที่เป็นอกุศลออกไป เรียกว่า ความเพียร หรือ วิริยะ หรือ วายามะ

พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า “ฆราวาสเป็นทางมาแห่งธุลี” หมายถึงว่า มีช่องทางหรือความเสี่ยงให้เกิดอกุศลต่างๆได้ง่ายในชีวิต ดังนั้นทางแก้ไขคือ การคบเพื่อนที่ดี ชวนไปทำในสิ่งที่ดี สิ่งเป็นกุศล

 

 

คำถาม-๒:

 

ต้องการให้พระอาจารย์ช่วยชี้แนะว่าจะทำจิตอย่างไรไม่ให้มีความติดพันกับอดีต คือผู้ถามกำลังจะ take early retirement สิ้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ คือการเกษียณก่อนวันครบกำหนดจริง ๘ เดือน เนื่องจากมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ต้องตัดสินใจลาออก ชีวิตมีแต่งานกับงาน ทำงานมาทั้งหมดก็เกือบ ๓๙ ปี ประสพความสำเร็จในอาชีพ และอยู่ในตำแหน่งที่สูงสุดใน level ของที่ทำงาน เจ้านายรักใคร่สนับสนุนทุกอย่าง เพื่อนๆ ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน take early retirement ไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่คือเพื่อนรุ่นน้อง พอใกล้วันเข้ามามันรู้สึกว่าตัวเองจะทนรับกับความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ แต่ก็รู้ว่ามันก็จะผ่านไปเอง จึงขอให้พระอาจารย์ช่วยให้แง่คิดในการทำใจในครั้งนี้ด้วย และมีจิตกังวลว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรต่อไป

 

คำตอบ-๒:

 

ความรู้สึกใจหาย หวั่นใจ สะเทือนใจเกิดขึ้น เพราะวิชชาหรือความจริงกำลังจะปรากฏขึ้น และอุปาทานกำลังจะลอกออก เพราะความยึดถือเป็นอุปาทาน เพราะมีอุปาทานจึงมีภพ และภพคือความเป็นสภาวะ ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นตัวเราของเรา หน้าที่การงานของเรา ลูกน้องของเรา เป็นต้น

เมื่อความจริงปรากฏขึ้นที่ไหน ความยึดถือจะมีอยู่ (ก้าวลง) ไม่ได้ และทำให้อุปาทานใกล้จะลอกออก ดังนั้นการที่เรายึดถืองานด้วยความเป็นตัวตนของเรา ซึ่งเกิดจากตัณหา ให้มั่นใจได้ว่าเราหวังความทุกข์ใจได้เลย

อย่างไรก็ตาม เราสามารถถอนความยึดถือออกได้โดยการตั้งสติ เห็นทุกอย่างเป็นของไม่เที่ยง เป็นแค่พยัพแดด เป็นภาพลวงตา เป็นของเสมือนจริง ไม่มีคุณค่าอะไรที่เราจะไปยึดเอา เปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา ให้เราพิจารณาใคร่ครวญให้ดี ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ มองเห็นตามความเป็นจริง แล้วจะเกิดปัญญา จิตจะแจ่มแจ้ง เบาสบาย สว่างไสว สามารถคิดหาทางออกของปัญหาได้เองในที่สุด

ตอบคำถาม: คุณจักรกฤษณ์ / คุณป้อม