สากัจฉาธรรม - การตอบแทนบุญคุณบิดามารดา

HIGHLIGHTS:
  • หน้าที่ของบุตรที่พึงปฏิบัติต่อมารดาบิดา
  • ความหมายของคำว่า “กตัญญู” และ “กตเวที”

บทคัดย่อ

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี ๒๕๖๐ ให้กับเด็กๆ เยาวชนไทย เพื่อเป็นข้อคิดคติเตือนใจ นั่นก็คือ “เด็กไทยใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” เยาวชนเป็นวัยที่ยังมีวุฒิภาวะที่ต้องการเรียนรู้ พัฒนา ปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องให้ดียิ่งขึ้นไป ในทางพุทธศาสนาจะมีคำว่า สิกขา หมายถึงการศึกษาและเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยการปฏิบัติ อย่ากลัวผิดพลาด แต่ให้กลัวความชั่ว กลัวบาป ให้ฝึกทำให้มากเพื่อให้มีวุฒิภาวะสูงมากขึ้น ไม่เบียดเบียนกัน ความเป็นที่พึ่งได้ ความมีเมตตา เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ทำให้หล่อหลอมให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความสามัคคี โดยการศึกษาเรียนรู้ธรรมะให้ถูกที่ถูกทาง

นอกจากนั้น ในทางพุทธศาสนายังมีหลักคำสอนเกี่ยวกับหน้าที่ของบุตรพึงปฏิบัติต่อมารดาบิดา ๕ ประการ ดังนี้

  • ท่านเลี้ยงเราแล้ว ต้องเลี้ยงท่านตอบแทน ดูแลเรื่องความเป็นอยู่พื้นฐาน อาหารการกิน ครอบคลุมไปจนถึงปัจจัยสี่ทั้งหมด
  • ทำกิจการงานของท่าน งานของท่านที่ได้ทำมาแล้ว และยังคงดำเนินการอยู่ หรือภาระใดๆที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ลูกควรต้องสอบถาม แสดงน้ำใจทั้งช่วยท่านแบ่งเบาภาระ
  • ดำรงรักษาวงศ์สกุล ให้คงอยู่และไม่เสื่อมเสียหาย รักษาความดี ศีล สมาธิ ปัญญาที่พ่อแม่ได้ทำไว้ การที่จะให้สกุลคงอยู่ได้ลูกจึงต้องคบหาแต่เพื่อนที่ใฝ่ดี ไม่ชักชวนไปในทางเสื่อม โดยเฉพาะต้องทำหน้าที่ของตน ในเบื้องต้นคือเชื่อฟังคำสั่งสอนท่าน เรียนและศึกษาตามหน้าที่อย่างสมบูรณ์ แม้ไปทำงานจะมีครอบครัว ก็ต้องปรึกษาท่านเพื่อให้ได้มาซึ่งสามีภรรยาที่ดี
  • ปฏิบัติตนเป็นทายาท เป็นคนดี ผู้สมควรรับมรดก ต้องทำตนให้สมควรรับ เพื่อให้ท่านได้สบายใจว่าสมบัตินี้จะไม่สูญไปเมื่อมอบให้ นั้นคือต้องเป็นผู้อยู่ในศีล ในธรรม และรักษามรดกไว้อย่างดี ไม่ให้ขาดสูญ
  • เมื่อท่านล่วงลับ ทำบุญอุทิศให้ เป็นหน้าที่ของลูกโดยตรง ที่จะต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน เพราะนอกจากจะได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแล้ว ยังได้รู้จักบริจาคทาน เข้าหาพระ เข้าหาวัด นี้เองที่จะเป็นสิ่งไม่ให้เราเสื่อมไป แม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว

 

คำถาม-๑:

 

พรหมมีการเบียดเบียนกันหรือไม่ ก็เทวดา มนุษย์อสูรนาคคนธรรพ์เหล่านี้ยังเบียดเบียนกันเพราะเหตุสิ่งอันเป็นที่รักไม่รักอยู่ และคุณธรรมของพรหมคืออะไร

 

คำตอบ-๑:

 

คุณธรรมของพรหมคือ การไม่เบียดเบียนกัน โดยธรรมชาติของคนที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความรัก ความเมตตาให้กันนั้นหาได้ยาก แต่จะหาได้เป็นปกติในบิดามารดา" ดังคำกล่าวที่ว่า “มารดาบิดาเป็นพรหมของลูก” นั่นหมายถึงว่าเป็นผู้ที่บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย รวมถึงการดูแลรักษา คอยปกป้อง ไม่เบียดเบียน อุ้มชู คุ้มกัน

คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าการตอบแทนบุญคุณบิดามารดาได้นั้นเรียกว่า “กตัญญูกตเวที” (หรืออาจจะเรียกว่า “กตัญญูกตเวทิตา” ก็ได้) ซึ่งประกอบด้วยคำและความหมายสองส่วนดังนี้

  • กตัญญู คือการสำนึกได้ รู้คุณของบิดามารดา
  • กตเวที คือ การทดแทนคุณของบิดามารดา

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีการกระทำที่พอจะทดแทนพระคุณบิดามารดาได้แบบพอเสมอกันกับการที่ท่านทำให้เรามีเราอยู่ในทุกวันนี้ นั่นคือการส่งเสริมเพื่อความเจริญให้ยิ่งขึ้นไปในส่วนของศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญานั้น หากบิดามารดาไม่มีเลย - บุตรก็ต้องส่งเสริมให้เกิดขึ้น แต่หากบิดามารดามีอยู่แล้ว - บุตรก็ควรจะส่งเสริมให้เพิ่มพูนมากขึ้นหรือเจริญยิ่งๆขึ้นไป

ตอบคำถาม: คุณอรุณี

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

  • หน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อทิศเบื้องหน้า

    คหบดีบุตร ! ทิศเบื้องหน้า คือ มารดาบิดา อันบุตรพึงปฏิบัติต่อโดยฐานะ ๕ ประการ ดังนี้ว่า ท่านเลี้ยงเราแล้ว เราจักเลี้ยงท่าน ๑ เราจักทำกิจของท่าน ๑ เราจักดำรงวงศ์สกุล ๑ เราจักปฏิบัติตนเป็นทายาท ๑ เมื่อท่านทำกาละล่วงลับไปแล้ว เราจักกระทำทักษิณาอุทิศท่าน ๑.

    คหบดีบุตร ! ทิศเบื้องหน้าคือมารดาบิดา อันบุตรพึงปฏิบัติต่อโดยฐานะ ๕ ประการเหล่านี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์บุตรโดยฐานะ ๕ ประการ คือ ห้ามเสียจากบาป ๑ ให้ตั้งอยู่ในความดี ๑ ให้ศึกษาศิลปะ ๑ ให้มีคู่ครองที่สมควร ๑ มอบมรดกให้ตามเวลา ๑.

  • การตอบแทนที่พอเสมอกันแก่บิดามารดา

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายแก่ท่านทั้ง ๒ ท่านทั้ง ๒ คือใคร คือ มารดา ๑ บิดา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่งเขามีอายุ มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้ง ๒ นั้นด้วยการอบกลิ่นการนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และท่านทั้ง ๒ นั้น พึงถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนั้นยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาในราชสมบัติ อันเป็นอิสราธิปัตย์ ในแผ่นดินใหญ่อันมีรตนะ ๗ ประการมากหลายนี้ การกระทำกิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย ส่วนบุตรคนใดยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้สมาทานตั้งมั่นในศรัทธาสัมปทา ยังมารดาบิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นในศีลสัมปทา ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา ยังมารดาบิดาทรามปัญญา ให้สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล การกระทำอย่างนั้น ย่อมชื่อว่าอันบุตรนั้นทำแล้ว และทำตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดา ฯ

  • อ่าน "พรหมนิมันตนิกสูตร" เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์