นโมคือความนอบน้อม

“นโม คือ ความนอบน้อม นอบน้อมในที่นี้ หมายถึงว่า ทำจิตให้น้อมลงไป เพราะว่าจิตที่มีความน้อมโน้มเอียงมา มีความนุ่ม มีความอ่อน อ่อนเหมาะนี่แหละ มันถึงจะฟังธรรมรู้เรื่อง ฟังธรรมได้ เข้าใจดี

นโม คือความนอบน้อม คือ ขั้นตอนแรกให้จิตเนี่ยะ มันน้อม มันพร้อมในการที่จะฟังธรรม น้อมมาพร้อมตั้งขึ้นไว้เพื่อที่จะรู้ว่าไอ้อนัตตาเป็นยังไง เพื่อที่จะรู้ว่าไอ้อนิจจังเป็นยังไง การที่จิตน้อมพร้อมนี้ ไม่ใช่หมายถึงความหลงใหล หลงใหลไม่ใช่นอบน้อม หลงใหลไม่ใช่ศรัทธา...นโม นโม นโม ที่คุณพูดถึง ๓ รอบเนี่ยะ หมายถึงความนอบน้อม นโม ไม่ใช่ มโน เดี๋ยวนี้เขามีศัพท์ใหม่ อย่ามโน อย่ามโน คำว่ามโนนี่เขาก็เอามาจากภาษาบาลีเนี่ยล่ะ แต่ว่าเขาเอามาใช้ในความหมายที่ว่า อย่าคิดไปเองว่าเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ อย่าเข้าข้างตัวเอง อย่าคิดไปเอง เขาก็ใช้ศัพท์ว่าอย่ามโน แต่ว่า มโน ไม่ใช่ นโม นะ เพราะว่านโมคือการนอบน้อมนะท่านผู้ฟัง คำว่านอบน้อมนี้ไม่ใช่หลงใหล แต่ให้จิตนั้นน้อมไป...นโม นอบน้อมเนี่ยะ ไม่ใช่เมา เป็นเหตุให้เราตื่น

นอบน้อมต่อพระพุทธ ก็คือ ผู้ที่เป็นตัวอย่างในการปฏิบัติ ที่จะไม่ให้มีราคะ ไม่มีโทสะ ไม่มีโมหะ นอบน้อมต่อคุณธรรมตรงนี้ แล้วก็นอบน้อมต่อวิธีการ กระบวนการในการปฏิบัตินั่นคือ พระธรรม ว่าวิธีการกระบวนการที่พระพุทธเจ้าทำมาอย่างนี้ ๆ จนเป็นสัมมาสัมพุทธะได้ นอบน้อมต่อกระบวนการ ต่อวิธีการ คือธรรมะตรงนี้ว่าเราจะเอามาใช้ เอามาคงไว้ เราเอามาทำให้แจ่มแจ้ง เราจะปฏิบัติ เพื่อความเป็นอย่างนั้นได้ นอบน้อมต่อการที่เอาธรรมะนั้นไปใช้งาน ถ้าเราเอาธรรมะนั้นไปใช้งาน การเอาไปใช้งาน คือคุณน้อมเข้าสู่ใจได้ การที่คุณน้อมเข้าสู่ใจนี่แหละ คือการที่นอบน้อมตรงนี้ นั่นคือ สงฆ์ นั่นเอง...พุทธะคือผู้รู้ในธรรมะนั่นเอง เรารู้ธรรมะใดธรรมะหนึ่งได้ พุทธะเกิดขึ้นในใจของเรา เวลาที่เขานอบน้อมพุทธะ ธรรมะ สังฆะ ก็นอบน้อมตรงนี้ คือเรานอบน้อม เราบูชาด้วยการปฏิบัติพุทธะ ธรรมะ สังฆะ มีสติเกิดขึ้น สติที่เกิดขึ้น นั่นแหละ จะรักษาจิตของเรา อันนี้แหละที่เรียกว่ามีพุทธะ ธรรมะ สังฆะ เป็นที่พึ่งแล้วก็ปลอดภัย อย่างทำไมลูกวิ่งไปหาแม่ การวิ่งเข้าหาตรงนี้แหละคือสรณะ คือการที่จะเอาเป็นที่พึ่ง ใจของเราให้มีที่พึ่งอย่างนี้ บางทีมันจะแตกหนี เร่าร้อนรุ่มร้อนไปตามสิ่งที่มากระทบ ให้เราเข้าหาเหมือนอย่างที่ลูกน้อยวิ่งหาแม่ จิตของเราถ้ายังมีราคะ โทสะ โมหะ มันจะวุ่นวาย ให้วิ่งเข้าหามีพุทธะ ธรรมะ สังฆะ เป็นที่พึ่งอยู่ในใจของเรา

ตั้งนโมเอาไว้ ตั้งนโมให้มันลึกถึงใจนะ อย่าแค่พูดเฉย ๆ นโมคือการนอบน้อมให้เข้าสู่ใจ ให้ใจนั้นมีความนอบน้อม มีความอ่อน มีความนุ่ม ความอ่อนความนุ่มนั่นแหละ คือความแข็งแกร่ง สิ่งใด ๆ ก็ตามที่จะมากระทบกระทั่งกระเทือน ให้จิตที่มีความนุ่ม อ่อนเหมาะเช่นนี้ แตกไปเป็นอย่างอื่นนั้น ไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นไปได้ เพราะว่า ถ้าจิตที่มีสติ มีอุเบกขาอยู่ เวลามีสิ่งใดมากระทบ ก็วางเฉยได้ นิ่งเฉยได้ นี่คือลักษณะความแข็งแรง แข็งแกร่งของใจที่มีความอ่อนนุ่ม ที่เกิดจากการที่เราทรงเอาไว้ ซึ่ง ความนอบน้อมในพระพุทธ ในพระธรรม ในพระสงฆ์

นอบน้อมไม่ใช่แค่ปากขยับ หรือกระบังลมมันเคลื่อน ไอ้ที่กระบังลมมันเคลื่อน ปากมันขยับ มันผ่านใจเราด้วย ให้มันเข้าถึงใจ เข้าถึงความนอบน้อมในพุทธะ ในธรรมะ ในสังฆะ ในลักษณะที่จะทำให้เรานั้นมีที่พึ่ง ในลักษณะที่จะทำให้จิตของเรานั้น มีเครื่องรักษา มีเครื่องป้องกัน มีสติกำกับเอาไว้ด้วย...มีพุทธะ ธรรมะ สังฆะ ในช่วงชีวิตในการปฏิบัติ ในการดำเนินงาน ในการดำเนินชีวิตของเรา เราน้อมไป เอียงไป เทไปอย่างนี้ เราจะไปสู่นิพพานได้..ให้มีความมั่นใจ มีความลงใจ ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์”