ธรรมสากัจฉา-ชาคริยธรรม

Q: การทำสมาธิก่อนนอน รู้สึกถึงการปฏิบัติว่าสมาธิดีมาก แต่เมื่อต้องการนอนก็จะนอนไม่หลับ และเมื่อหลับจะฝันเยอะมาก พร้อมกับอาการปวดหัวเมื่อตื่นนอนทุกเช้า ดังนั้นควรจะทำอย่างไร ควรจะทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หรือเปลี่ยนเวลาไปปฏิบัติช่วงเช้าแทน โดยที่ไม่กลับมาปฏิบัติเวลาก่อนนอนอีกเลย

A: การนอนหลับที่ดีเกิดจากหลายปัจจัย เช่น อาหารการกิน การออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งการทำสมาธิก่อนนอน ผลที่ได้จากการทำสมาธิ หากยังไม่เกิดกำลังสติหรือกำลังสมาธิ แต่อย่างน้อยเราก็จะได้กำลังความเพียร กำลังศรัทธา หากเราทำสมาธิได้ดีแล้ว แต่ไปเกลือกกลั้ว ไปยึดถือ ไปยินดี และลุ่มหลงในความสุขที่เกิดจากสมาธิ ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นอนไม่หลับหรือฝันในเรื่องต่าง ๆ ไปได้ อาจกล่าวได้ว่ามีสมาธิแล้ว แต่เกิดตัณหาหรืออาสวะพอกพูนขึ้น รวมทั้งการเกิดอวิชชานุสัยพอกพูนขึ้น การนอนไม่หลับสามารถเกิดได้สองอาการคือ

  • นอนไม่หลับจริงๆ (Insomnia) ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อน เมื่อตื่นแล้วจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่กระปรี้กระเปร่า
  • ฝึกสติมาเป็นอย่างดีและทำอย่างต่อเนื่อง รู้สึกว่าไม่ได้หลับเพราะจิตตื่นด้วยกำลังของสติ แต่ร่างกายได้รับการพักผ่อน

ดังนั้นควรจะฝึกต่อไป ทำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชำนาญ อาจจะปรับเปลี่ยนเวลาในการฝึกร่วมด้วยก็ได้ ซึ่งการฝึกจิตอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจะทำให้เกิดกำลังคือ ข้อวัตร วิริยะ และศรัทธา และในที่สุดก็จะทำให้สมาธิมีกำลังขึ้นและกำลังจิตดีขึ้นตามมา มีผลทำให้การปรุงแต่งทางกายระงับลง และโรคบางโรคอาจจะหายได้โดยควรแก่ฐานะ

พระพุทธเจ้าได้ทรงเปรียบเทียบว่า การบังคับจิตของเราเปรียบเสมือนการจับนกกระจาบด้วยมือสองมือ หากจับแน่นไปจะทำให้นกตายคามือ แต่ถ้าจับหลวมไปจะทำให้นกบินหนีไป ดังนั้นจึงทรงแนะนำให้ใช้ ฌาน หมายถึง การเพ่ง การเอาใจจดจ่ออยู่กับลมหายใจหรือจดจ่ออยู่กับพระพุทธเจ้า การควบคุมไม่ปล่อยให้ใจไหลไปตามสบาย

ชาคริยธรรม คือ ธรรมอันเป็นเครื่องตื่น เป็นข้อปฏิบัติให้ตื่นตัวเพื่อนำกิเลสออกจากใจ อันประกอบด้วย

  • นอนยามกลางแห่งราตรี ก่อนนอนต้องมีสติ โดยตั้งสติให้ไม่มีบาปและอกุศลธรรมตามไปได้ เมื่อรู้สึกตัวแล้วจะลุกขึ้นทันที
  • นอนในท่าตะแคงขวา เท้าเหลื่อมเท้า มีสติสัมปชัญญะ ทำความกำหนดหมายในอันที่จะลุกขึ้น
  • มีความตื่นในการเพียรเผากิเลส ด้วยอิริยาบถเดินบ้าง นั่งบ้าง

พระพุทธเจ้าได้ทรงจัดชาคริยธรรมอยู่ในหมวดธรรมทั้งสองหมวด ดังนี้

1) อปัณณกปฏิปทา แปลว่า ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด เมื่อปฏิบัติแล้วไม่มีทางที่จะเสื่อมเสียมีแต่จะดีท่าเดียว ประกอบด้วย

  • ชาคริยธรรม
  • รู้ประมาณในการบริโภค
  • การสำรวมอินทรีย์

ศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ เป็นข้อปฏิบัติทางกาย ทางวาจาที่เราสามารถทำได้ ประกอบด้วย

  • ชาคริยธรรม
  • เป็นผู้มีสัมปชัญญะ รู้ตัวรอบคอบในการก้าวไปข้างหน้าหรือถอยไปข้างหลัง รู้ตัวรอบคอบในการแลดู เหลียวดู
  • รู้ประมาณในโภชนะ
  • เป็นผู้สำรวมอินทรีย์
  • เป็นผู้อยู่ในเสนาสนะอันสงัด
  • เป็นผู้ฟังธรรมอยู่เนืองนิตย์
  • เป็นผู้สันโดษในบริขารแห่งชีวิต เป็นผู้ที่เลี้ยงง่าย อยู่ง่าย กินง่าย ทั้งนี้หากเราละนิวรณ์ (เครื่องกางกั้นสมาธิ ได้แก่ ความง่วงเหงาหาวนอน ความลังเลสงสัย ความเพ่งเล็งในกาม ความพยาบาท และความฟุ้งซ่านรำคาญใจ) ได้ก็จะเกิดเป็นสมาธิและเกิดเป็นปัญญาในที่สุด