ธรรมย่อมชนะอธรรม

เราต้องชนะเล็กๆ ตรงนี้ก่อน ชนะในจิตของเราก่อน ชนะในการกระทำของเราก่อน ชนะทั้งทางวาจา ทางใจ ของเราก่อน รูปแบบความชนะจะเกิดขึ้นได้ด้วยธรรมะนั่นเอง. ธรรมะย่อมชนะอธรรมท่านผู้ฟัง ให้ท่องไว้เลย ให้มั่นใจไว้เลย เราอย่าประมาทเท่านั้นเอง ไอ้ตอนต่อสู้ของเรา มีความกล้า ความห้าวหาญ ความฮึกเหิม อย่าให้ความประมาทมันเข้ามาแทรก ต้องระวัง!

เวลาเราสู้รบกับความชั่ว ใจเราต้องตั้งมั่นกับความดี จดจ่อไว้ จิตเราจะระลึกถึงเรื่องใด จะน้อมไปทางนั้นๆ เราให้ตั้งใจไว้ด้วยความดี สู้ด้วยความดีชนะแน่นอน รูปแบบของการชนะจะค่อยๆ ปรากฏขึ้น เราชนะในใจของเราก่อน ชนะต่อความชั่วที่เกิดขึ้นในใจของเราก่อน คนอื่นทำความชั่ว แหม! มันเห็นแล้ว มันจี๊ด มันไม่ดี มันมีความทุกข์ ให้เราชนะตรงนั้นก่อน ชนะใจที่มันไม่พอใจ ชนะใจที่มันมีความโกรธ ความเคียดแค้น ความบ้าบิ่น เอาชนะใจตรงนั้นให้ได้ก่อน ชนะได้แล้ว เรามีธรรมะอยู่ในใจแล้ว ใช้ธรรมะที่อยู่ในใจ จะค่อยๆ ออกมา ออกมา ออกมาเป็นการกระทำ เป็นคำพูดที่ประกอบด้วยธรรม รูปแบบความชนะจะค่อยปรากฎขึ้นมาได้ การชนะของเรา จะต้องไม่มีด้วยอาชญา จะไม่ต้องด้วยศาสตรา เป็นชัยชนะที่บริสุทธิ์บริบรูณ์ สมบรูณ์จริงๆ.

แล้วเวลาที่เราต่อสู้อย่างงี้ มันมีเกียรติยศ เกียรติยศที่เกิดขึ้นอย่างพระพุทธเจ้า คือ มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา นอนตายได้อย่างห้าวหาญ มีความสบายใจ ตายได้อย่างมีเกียรติ. จะตายเหรอ ให้กิเลสมันตายซิ ให้กิเลสมันตายไป ให้ความชั่วในใจของเราตายไป ให้ความชั่วในใจของคนทั้งหลายตายลงไป. ให้เราสู้ด้วยธรรมะ สู้ด้วยใจที่เข้มแข็ง ห้าวหาญ มีความกล้า สู้ด้วยปัญญา ต้องมีอาวุธ มีปัญญาเป็นอาวุธ มีกองกำลัง ทักษะ ในการรบ คือความห้าวหาญ คือการทำจริง แน่วแน่จริง ตั้งมั่นในอุดมการณ์ท่านผู้ฟัง อุดมการณ์คือธรรมะนั่นเอง.

"ให้ใจเรามีความตั้งมั่นอยู่ในความดี ให้เห็นความดีจะเป็นเรื่องอาวุธในการที่เราจะใช้ต่อสู้กับความชั่ว ความชั่วยังไงก็ไม่มีทางชนะ รูปแบบมันจะค่อยปรากฎขึ้น ให้เรามั่นใจ มีความสบายใจ ไม่มีใครที่จะโต้ตอบกับผู้ที่ธรรมะคุ้มครองได้เลย...ให้เราสู้ด้วยธรรมะ เรามีชัยชนะแน่นอน"

"ธรรมะย่อมชนะอธรรม"