จิตเข้าถึงธรรมะ จะลุถึงที่ต้องประสงค์แห่งใจ

กำลังในใจในการที่จะพาคุณไปสู่ความเป็นผู้สำเร็จ ผู้รู้ธรรมะอย่างแท้จริง เรียกว่าเป็นเสขะบุคคล คือบุคคลที่ยังมีความจำจงหวังที่ยังจะต้องทำความรู้ความเข้าใจให้เกิดขึ้น มี ๕ ประการคือ

  • ศรัทธา คือ ความศรัทธาในพระพุทธเจ้าในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ข้อที่สองความศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า ข้อที่สามความศรัทธาในการปฏิบัติของตัวเองหรือของคนอื่นก็ตาม และข้อที่สี่คือเรื่องของศีล บุคคลที่มีสี่อย่างนี้หรือเรียกว่าโสตาปัตติยังคะ ๔ นั่นแสดงถึงความที่คุณมีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว
  • วิริยะ คือ ความเพียร ได้แก่ การละอกุศล ๒ อย่างก็คือป้องกันอกุศลใหม่ ละอกุศลเดิม อีกอย่างนึงก็คือเรื่องของกุศลคือการทำกุศลใหม่ และก็ทำกุศลเดิมให้เจริญขึ้น หรือสัมมัปปธาน ๔
  • สติ ความเต็มความบริบูรณ์ของสติ อยู่ตรงสติปัฏฐานสี่คือฐานที่ตั้งแห่งการระลึกถึงมีอยู่ ๔ ที่ระลึกถึงในกายก็ตาม ระลึกถึงในเวทนาก็ตาม ในจิต หรือในธรรม เราจะเดินทางไปไหนจิตของเราให้อยู่ใน ๔ ที่นี้ ชื่อว่าคุณได้รับการรักษา เป็นผู้ที่มีสติ สติตรงนี้ก็เป็นผลมาจากอะไรล่ะ เป็นผลมาจากความเพียรนั่นเอง
  • สมาธิ จะบริบูรณ์สมบูรณ์ที่ในฌาณทั้ง ๔ ฌาณขั้นใดขึ้นหนึ่งก็ได้คือว่าใช้ได้ทั้งนั้น ฌาณในที่นี้หมายถึงการควบคุมจิต ไม่ให้จิตเรามีนิวรณ์ไม่ให้จิตของเราถูกขู่บังคับมากเกินไป แต่เป็นการลักษณะการควบคุมจิตให้มีอารมณ์อันเดียว
  • ปัญญา จะไปสมบูรณ์บริบูรณ์อยู่ที่อริยสัจจ์ ๔ คือ การที่เห็นตามที่เป็นจริง ว่าสิ่งที่เขาอยู่ด้วย สิ่งที่เขาเห็น สิ่งที่เขารู้สึกสัมผัสได้ในขณะนั้นจริงๆ มันเป็นอย่างไร

ถ้ารักษาคุณธรรม ๕ อย่างเหล่านี้ซึ่งเป็นกำลังของพระเสขะ เราเหมือนกับได้รับเทียบเชิญ ข้าพเจ้าขอเชิญ ขอเชิญให้มาเดินตามทางที่พระพุทธเจ้าได้เดินไว้แล้ว เดินตามทางเหล่าพระปัจเจกพุทธเจ้า เหล่าอริยะสาวกที่ได้เดินตามไปทางนี้ ทางนี้ไปได้สะดวก เป็นทางเกษมชอบใจ เราไม่ได้เดินคนเดียวท่านผู้ฟัง ยังมีเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์อีกตั้งเยอะแยะที่เขาแม้จะทนประพฤติพรหมจรรย์ด้วยน้ำตานองหน้าอยู่ เขาก็ยังทนอยู่ เขาก็ยังทำยังทนประพฤติพรหมจรรย์ ขอให้เราสู้ขอให้เราอดทน แม้มันจะยากมันจะลำบาก เอาความรู้ในสมองเข้าสู่ใจให้ได้ ให้ใจของคุณเป็นประธาน ให้ใจของคุณเป็นหลัก ให้ใจของคุณเป็นเป้าหมายที่เราจะเข้าถึงธรรมะได้