การใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลให้คนตายเขาจะได้รับหรือไม่

  • การทำบุญใส่บาตรให้คนที่ล่วงลับไปแล้วเขาจะได้รับหรือไม่ ถ้าเขาไม่ได้รับแล้วใครจะได้รับ
  • บุญที่เกิดขึ้นจากการให้ทาน ที่มีการสละออกมีความตระหนี่ที่ละทิ้งเสีย จะทำให้จิตใจเราสว่างขึ้น เหมือนแสงเทียนซึ่งเมื่อมีคนมาต่อเทียนจากเราจะทำให้มีความสว่างเพิ่มมากขึ้นแต่เทียนของเราก็ไม่ได้ดับลง
  • คำปลอบใจในสองสถานการณ์ “แค่ไปเหนื่อยไปลำบากไม่ได้ไปตาย” เมื่อพี่ชายไปเป็นทหาร กับคำว่า “แค่ไปตายไม่ได้ไปเหนื่อยไปลำบาก” เมื่อพ่อเสียชีวิต พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้อย่างไรถ้าบังเอิญว่า “ไปเป็นทหารแล้วตาย หรือถ้าพ่อตายแล้วตกนรก”

 

คำถาม: ครอบครัวได้ทำอาหารที่มีความละเอียดประณีตใส่บาตรทุกเช้า และได้ตั้งจิตอธิฐานขอให้ดวงวิญญาณของพ่อ ของแม่ และของสามี ที่ล่วงลับไปแล้ว ขอให้ได้รับส่วนบุญนี้ จึงมีคำถามว่า“บุญที่ทำนี้จะถึงเขาหรือไม่"

 

--คุณสารี่ จ.สุราษฎร์ธานี--

คำตอบ: ต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือในเรื่องของอาหาร ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัส ว่า อาหารที่ให้ทานนั้น" จะถึงได้โดยฐานะ และจะไม่ถึงโดยไม่ใช่ฐานะ"

หมายความว่า ถ้าเขาอยู่ในฐานะที่รับได้เขาก็จะรับได้ แต่ถ้าเขาอยู่ในฐานะที่รับไม่ได้ ก็จะรับไม่ได้ ซึ่งมีเพียงเปรตที่อยู่ในภพ "วินิบาต" ที่ชื่อว่า ปรทัตตูปชีวีเปรต เท่านั้นที่จะสามารถรับส่วนบุญ ที่มนุษย์อุทิศให้ได้

แล้วถ้าคนที่เราอุทิศให้แล้วไม่ได้รับ แล้วใคร? จะได้รับ

ผู้ที่จะได้รับก็คือ ญาติเหล่าอื่น ที่อยู่ในประเภทนี้ ถ้าญาติอื่นรับไม่ได้ ก็ต้องญาติเหล่าอื่นๆ ซึ่งมีแน่นอน ...พระพุทธเจ้ายืนยัน

ถึงแม้เราจะไม่ญาติเหล่าไหนเลยที่เป็นเปรตปรทัตตูปชีวีเปรต ก็ควรทำอยู่ดี เพราะมันมีบุญที่เกิดขึ้นจากการให้ทานเป็นเหมือนกับแสงสว่างที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเรา ที่มีการสละออก มีความตระหนี่ที่ละทิ้งเสีย จะทำให้จิตใจเราสว่างขึ้น เหมือนเทียน ซึ่งเมื่อมีคนมาต่อเทียนจากเรา ทำให้มีความสว่างเพิ่มมากขึ้นแต่เทียนของเราก็ไม่ได้ดับลง

ส่วนที่ 2 นี้ก็คือ บุญที่เกิดจากการให้ทาน ใครก็สามารถที่จะอนุโมทนาบุญกับเราได้ จะเป็นพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นเทวดา เป็นมนุษย์ด้วยกัน หรือเป็นพระภิกษุ ที่เขาอนุโมทนา จิตที่เป็นบุญ เกิดจากการอนุโมทนา ของบุคคลอื่นๆ จากทานที่เราทำ คนที่อนุโมทนานั้น เขาจะได้รับแน่นอน

 

คำถาม : คุณลำใยมีพี่ชายที่ต้องไปเป็นทหาร พี่ชายบอกกับตนเองว่า "แค่ไปเหนื่อยไปลำบาก ไม่ได้ไปตาย"และต่อมาพ่อเสียชีวิต แม่กลับบอกว่า "แค่ไปตาย ไม่ได้ไปเหนื่อยไปลำบาก" เลยอยากให้ช่วยวิเคราะห์ ทั้งสองประโยค นี้ เพราะมันตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง

 

--คุณลำใย จ.ระยอง--

คำตอบ: สองคำนี้เป็นคำปลอบใจเพื่อไม่ให้เสียใจ ในสองสถานการณ์ ที่มี “ความโศกเศร้า” เกิดขึ้นให้กลับมาที่คำสอนของพระพุทธเจ้า ขันธ์ทั้งห้าเป็นอนัตตา เป็นของไม่เที่ยง การที่พี่ชายหลีกไป การที่พ่อตายไปเป็นของธรรมดา ให้เราเพ่งมาที่เหตุการณ์นั้น ไม่ได้จะเพ่งไปที่อนาคต เหมือนคำสอนที่ว่า "ไม่ได้ตายหรอก แค่ไปลำบาก" หรือ "ไม่ได้ไปลำบากหรอก แค่ตาย" จะอดีต อนาคต ปัจจุบัน มีความเป็นอนัตตาเหมือนกัน ให้เห็นถึงความที่มันไม่ใช่ตัวตน ให้เราพิจารณาตรงนี้จะมีความรัดกุมมากกว่า