รู้แล้วทำ คือ ศรัทธา

HIGHLIGHTS:

  • สังสารวัฎนี้ สามารถนับได้หรือไม่?
  • วิธีการที่จะเอาชนะกิเลสมารที่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัวจะทำอย่างไร?
  • สติที่มีกำลังจะช่วยกำจัดความคิดฟุ่งซ่าน และทำสมาธิให้เกิดขึ้นได้
  • จะวางจิตอย่างไร เมื่อเสพข่าวในสื่อ Social media แล้วมีการรุมด่ากันในสังคมเครือข่ายกันอย่างดุเดือดโดยไม่มีความเมตตาไม่ให้อภัยกัน ทำให้เกิดการแตกแยกเกลืยดชัง และถ้าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ควรจะทำอย่างไร?

บทคัดย่อ

 

คำถามจากคุณแจ้: ขณะที่ตั้งใจทำสมาธิ ๕ นาที แต่ทุกครั้งไม่เคยทำได้นานเกิน ๑ หรือ ๒ นาทีเลย จิตก็จะถอนออกทุกครั้ง ซึ่งยังหาสาเหตุไม่เจอเลยจะเอาอะไรมาช่วยดีจะแก้นิสัยฟุ่งซ่าน ด้วยวิธีการอย่างไรบ้าง?

 

คำตอบ: การที่เราไปคิดเรื่องนั้น คือ ธรรมารมณ์ ที่เป็นอายตนะทั้งภายในและภายนอก จิตมันติดอยู่ตรงนั้น จิตที่มีธรรมชาติ คือไหลไปตามอารมณ์อยู่แล้ว จิตก็จะตามไปติด ถ้าเป็นสุขก็ติดด้วย "ลุ่มหลงเพลิดเพลิน" ถ้าเป็นทุกข์ ก็ติดด้วย "ความไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น"

 

ถ้าเราสังเกตพิจารณาให้ดีโดยไม่ต้องบังคับ เอาใจมาใส่ไว้เราจะพบว่าตรงนั้นแหล่ะมีสติอยู่ อาการที่เราเอาใจของเรามาเพ่งเอาไว้ สติก็จะมีกำลังมากขึ้น แต่ความคิดที่ว่าเราทำไม่ได้ก็ยังมีอยู่ "เราอย่าเอาจิตของเราไปใส่ตรงนั้น" อย่าตริตรึกในเรื่องที่จะตัดกุศลธรรมของเรา ให้เราตริตรึกในเรื่องที่จะเพิ่มกุศลธรรมของเรา โดยการคิดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวขยายธรรม ..ถ้าเรามีกำลังใจการที่จะเพ่งจิตของเรามา มันเพิ่มขึ้นได้แน่ สติ สมาธิ กำลังใจที่มาจากในใจที่คิดถึงเรื่อง พุทโธ ธัมโม สังโฆ

 

 

คำถามจากคุณปุราณกรรม: สังสารวัฎนี้ สามารถนับได้หรือไม่?

 

คำตอบ: สังสารวัฎนี้ ถ้าเรามองมุมหนึ่งมันคือนับได้ ถ้าเรามองอีกมุมหนึ่ง มันคือนับไม่ได้ มันขึ้นกับมุมมอง ถ้ามองมุมไหนแล้วมันเกิดประโยชน์ให้มองมุมนั้น ถ้ามองแล้วมันทำให้เกิดความท้อถอย ก็อย่ามองมุมนั้นเพราะจะทำให้กิเลสมันได้ช่อง ..ให้เราทำความเข้าใจแล้วมารจะไม่ได้ช่อง..

 

ความเข้าใจตรงนี้ คือ ความฉลาด ความฉลาดตรงนี้ คือ ปัญญา ปัญญาตรงนี้ คือ ความรู้ ความรู้ตรงนี้คือ "วิชชา" วิชชาที่เกิดขึ้นจากการที่เราทำความเข้าใจ

 

 

คำถามจากคุณ Atomicskolebuss: วิธีการที่จะเอาชนะกิเลสมารที่ผุดขึ้นมาในใจอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ทันตั้งตัว จะทำอย่างไร?

 

คำตอบ: ถ้าไม่ทันตั้งตัว "ยังไงก็พลาด" ถ้าเราจะมาทำตอนกิเลสมันบุกมาแล้ว ... มันช้าเกินไป

เราจะต้องมีการเตรียมตัวก่อน พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนกันเมืองๆ หนึ่งที่ต้องมีการคุ้มครองป้องกัน ไว้อย่างดี มีกำแพง มีอาหาร มีทหาร มีอาวุธ เปรียบเหมือนกับการฝึกทำจิตของเราไว้ก่อน ปัญหามันจะไม่หนัก...เพ่งจิตมาตั้งสติของเราขึ้นเอาไว้ นึกถึงพุทธโธ ธัมโธ สังโฆ มันจะค่อยขยายได้ ชนะกิเลสได้ ..ปัญหาคือจะทำหรือไม่

 

ถ้ารู้แล้วไม่ทำ ปัญหาคือ ไม่เพ่งจิตมา ไม่ทำจริง ไม่แน่วแน่จริง ความรู้นั้นก็เป็นศรัทธาหัวเต่า แต่ถ้ารู้แล้วทำ ความรู้นั้น คือ "ศรัทธา" คือ ความมั่นใจ ทำให้เกิดการทำจริง แน่วแน่จริง

 

 

คำถามจากคุณ Nina Sk: ในระยะหลังนี้มีข่าวในสังคมไทย เช่นเรื่องของ น๊อตกราบรถ หรือ เรื่องเบส นักพูด แล้วก็มารุมด่ากันในสังคมเครือข่ายกันอย่างดุเดือด โดยไม่มีความเมตตา ไม่ให้อภัยกัน ทำให้เกิดการแตกแยก เกลืยดชัง มีโทสะเรื่องอกุศลต่างๆ ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และถ้าในลักษณะของคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ควรจะทำอย่างไร?

 

คำตอบ: เรื่องนี้มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว

 

ไม่ใช่เรื่องใหม่ คนที่รับรู้ข่าวสารมาแล้วคิดปรุ่งแต่งไป จนเกิดความขัดแย้ง มันมีมานานแล้ว เพียงแต่รูปแบบมันเปลี่ยนไป มีเพราะอะไร ?

 

มีเพราะกิเลส มีเพราะตัณหา มันมีราก คือ อวิชชา เรื่องเดิมไม่มีอะไรใหม่ ธรรมนี้แหล่ะเพื่อที่่จะทวนกระแสเหล่านั้น

 

คำพูดที่มาจากวาจา วาจาที่มาจากการปรุงแต่งของจิตที่มันยังมีกิเลส มีตัณหา มีอวิชชาอยู่ จะกำจัดมันอย่างไร เรื่องเดิมนี่แหล่ะไม่ใช่เรื่องใหม่

 

 

เราตั้งสติของเราไว้ ให้จิตนั้นมีมรรคแปดสามารถที่จะกำจัดได้ เราจึงต้องช่วยกันให้คนได้ทำความเข้าใจในเรื่องของธรรม จะเกิดประโยชน์มากไม่ใช่แค่ตัวเราเอง กับคนอื่นด้วย ตัวเรานี่แหล่ะทำก่อนทำแล้วตัวเราได้ประโยชน์ คนอื่นก็ได้ประโยชน์ด้วย

 

พระสูตร / เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

======หัวข้อ Bullet แบบตัวเลข=============

 

  1. หัวข้อก่อน bullet

     

  2. HL1....
  3. HL2.....
  4. HL3....

========================================
======Scrollbar=============

  1. หัวข้อก่อน bullet

     

  2. HL1....
  3. HL2.....
  4. HL3....

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นหินเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ โกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นนอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนักเปรียบเหมือนรอยขีดที่แผ่นหิน ไม่ลบเลือนเร็วเพราะลมหรือน้ำ ย่อมตั้งอยู่ยั่งยืน แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมโกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นก็นอนเนื่องอยู่ใน..............................