เพ่งอย่างยุติธรรม (เพ่งให้ถูกที่)

HIGHLIGHTS

  • เพ่งจิตให้ถูกจุด จะได้คำตอบ ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
  • เห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำได้ นำสิ่งที่ทำได้มาต่อให้ยาว ตัดสิ่งที่ยาวให้สั้นลง
  • ให้ความยุติธรรมต่อผู้สอน คำสอน เหล่าผู้ปฏิบัติ และตัวเอง
  • มองให้เห็นความละเอียด ความลุ่มลึก ความรอบคอบ ของพุทโธของธัมโม

บทคัดย่อ

 

“เราตริตรึกไปในความคิดเรื่องไหน จิตของเราจะน้อมไปด้วยอาการอย่างนั้นๆ จิตเรานึกน้อมไปทางไหน สิ่งนั้นจะมีพลัง มีกำลังขึ้นมา มันก็จะอยู่ในใจนี่แหล่ะ เป็นช่องทาง...ถ้าเราเอาจิตไปใส่ในเรื่องไหน สิ่งนั้นก็จะมีอยู่ในใจเรามากขึ้น สิ่งไหนที่มีอยู่ในใจมากขึ้น สิ่งนั้นก็จะมาครอบงำ มีอำนาจเหนือจิตของเรา ถ้าเราตริตรึกในเรื่อง ทำไมฉันทำไม่ได้ ทำไมฉันทำไม่ดี ทำไมฉันทำไม่เป็น ทำไมมันฟุ้งซ่าน ไอ้ความคิดประเภทนี้ก็จะมีอยู่ในช่องทางคือใจนี้มาก สิ่งไหนมีมากอยู่ในช่องทาง มันก็จะมาครอบงำครอบคลุม มีอำนาจเหนือจิตของเรา เราจึงต้องเลิก เลิกพฤติกรรมแบบนี้ เลิกความคิดแบบนี้ ไม่ยุติธรรมกับตัวเอง แล้วก็ไม่ยุติธรรมกับผู้สอน ไม่ยุติธรรมกับคำสอน ไม่ยุติธรรมกับเพื่อนที่เขาปฏิบัติได้ด้วย

แล้วทำอย่างไง...เอาใจของเรามาเพ่งจดจ่อไว้ว่าที่เราทำมีดีได้เนี่ย มันตรงไหน ...ให้เรานึกถึงพุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นสรณะ เป็นที่ๆจะให้จิตของเราแล่นไปสู่ จิตของเราไปตามทางนี้ เราสามารถที่จะต่อความรู้ของเรา ต่อให้มันเต็มเป็นอริยสัจสี่ได้ พอเราต่อความรู้ของเราที่มีตรงนั้นตรงนี้นิดๆหน่อยๆ เป็นอริยสัจสี่ขึ้นมาแล้ว เราสามารถที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์ ทำนิพพาน ทำความรู้แจ้ง รู้ยิ่ง รู้พร้อม ทำความเย็น ให้เกิดขึ้นในใจของเราได้”

 

พุทโธ ธัมโม สังโฆ นั้นเป็นของละเอียด

 

“ธรรมะที่เราบรรลุแล้วนี้ เป็นธรรมะอันลึก ยากที่สัตว์อื่นจะเห็นได้ยาก ยากที่สัตว์อื่นจะรู้ตาม เป็นธรรมะที่ระงับและประณีต ไม่เป็นวิสัยที่จะหยั่งลงง่ายๆแห่งความตริตรึก เป็นของละเอียด เป็นวิสัยรู้ได้เฉพาะบัณฑิต เป็นบัณฑิตวิสัย เป็นของละเอียด เป็นของลุ่มลึก เป็นของระงับ”

โพธิราชกุมารสูตร

พระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่มีชื่อว่า ภะคะวา คือผู้ที่จำแนกแจกธรรม มีการจำแนกแจกธรรมอย่างละเอียด อย่างเช่นการจำแนกแจกธรรมตอบคำถามในมหาสติปัฏฐานสูตร ธรรมะมีความละเอียดเป็นอณู พระพุทธเจ้ามีความรัดกุม รอบคอบ ไม่หละหลวมในเรื่องของบทพยัญชนะ มีการกำหนดบทพยัญชนะ ที่สามารถทำได้ไม่ขัดกัน ทุกอย่างลงรับกัน มีความสามารถที่จะบอกสอน พุทธะเป็นอย่างนี้ ธรรมะที่มีความละเอียดลึกซึ้ง ก็เป็นอย่างนี้ ดังนั้นคนที่มาปฏิบัติธรรม ต้องมีความละเอียดตามพุทธะของเรา เราต้องมีความละเอียดตามธรรมะของเรา ธรรมะเป็นของละเอียดนุ่มลึก เห็นได้ยาก เป็นอณู เป็นบัณฑิตวิสัย เป็นวิสัยของบัณฑิต ที่จะมีความละเอียดรอบคอบตรงนี้ ถึงจะเป็นหนึ่งในสังฆะได้ ถึงจะเป็นหนึ่งในรัตนะทั้งห้า ถึงจะเป็นหนึ่งในรัตนะทั้งสามได้

 

ให้ความยุติธรรมและคำถามที่ควรถาม

 

ผู้ปฏิบัติบางคนไม่รอบคอบ เมื่อนั่งสมาธิในเวลา30นาที จะมีช่วงที่ทำได้น้อยกว่าช่วงที่ทำไม่ได้ สลับกันไป ก็เลยมีความคิดว่า ฉันนั่งสมาธิไม่ได้ การพูดแค่เนี๊ยะ แสดงถึงความที่ไม่ยุติธรรมกับตัวเองอย่างหนึ่งแล้ว ไม่ยุติธรรมกับคำสอนนี้อย่างที่สองแล้ว แล้วก็ไม่ยุติธรรมกับผู้สอนเป็นอย่างที่สาม แล้วที่ว่านั่งสมาธิได้ 8 นาที 9 นาที ทำไม่ได้ 20 นาที แล้วเลยบอกว่าฉันทำไม่ได้ นี่คือเหมา ไม่รัดกุม ไม่รอบคอบ เพราะ 8 นาที 9 นาทีที่ได้เนี่ย มันคือได้เหมือนกัน เราจึงต้องมีความรอบคอบ เพราะขนาดคนที่ทำไม่ดีเช่นพระเจ้าอชาตศัตรูและพระเทวฑัต ก็ยังมีสมาธิ แม้เพียงแว๊ปเดียวก็ตาม ก็ยังมี สำหรับคนที่ขวนขวายตรงนี้แหละเราจึงต้องมาใคร่ครวญพิจารณาดูให้ดีว่าไอ้ที่ฉันทำได้ทำมา แล้วมันสงบลงไป มันมาอย่างไง

“สั้นๆตรงนั้นตรงนี้เนี่ย ก็มีจุดนั้นจุดนี้ ไอ้ที่สั้นๆนี่แหละ จะทำอย่างไงให้มันต่อกัน ให้มันยาวออกมา รักสั้นเนี่ยต้องต่อนะ ไอ้ที่ยาวๆ ความไม่ดีความฟุ้งซ่าน ความไม่สงบ ความคิดเรื่องบ้าบอ จะทำอย่างไงให้มันตัดออกไป ให้มันลดลงไป จะทำอย่างไง

จะต่อเจ้าสิ่งที่เป็นกุศลเป็นความดีได้อย่างไร จะตัดเจ้าสิ่งที่เป็นอกุศลความไม่ดี ในขณะที่เราทำสมาธิสั้นๆแค่30นาที จะตัดมันตรงนั้นตรงที่ไม่ดี ตัดอย่างไง จะต่อสิ่งที่ดี มันอาจจะสั้นตรงนั้น สั้นตรงนี้ เราจะต่อมันไดด้อย่างไง ตรงนี้เราต้องมาทำการใคร่ครวญ อย่าไปเหมารูดว่า โอ๊ย ฉันทำได้สั้นๆตรงนั้นตรงนี้ก็เลยไม่เห็นค่าของมัน ….ต้องใคร่ครวญตรงนี้ ว่าไอ้ที่เราทำน้อยๆได้มา มันก็ได้ มันก็มี มันก็เป็น เป็นมีดีได้ ทำอย่างไงมันถึงจะเพิ่มได้ ทำอย่างไงมันถึงจะเจริญได้ ทำอย่างไงมันถึงจะพัฒนาได้ เราทำอย่างไง เราถึงจะเอาความดีตรงนี้มาต่อกันได้ ถามคำถามนี้ เพื่อที่ให้ใจของเราเนี่ย มันเพ่งไปให้ถูกจุด….เราตริตรึกไปในความคิดเรื่องไหน จิตของเราจะน้อมไปด้วยอาการอย่างนั้นๆ”

 

แล้วทำอย่างไง

 

มาใคร่ครวญดู เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าของเราใคร่ครวญอยู่ที่ใต้ต้นไทร ใคร่ครวญดูว่า เป็นของละเอียด ท่านทำมาดี คำสอนนี้ดี ของดีๆเราจะมาทำแย่ๆ รูดๆ ลวกๆ เหมาไม่ได้...ให้นึกถึงพุทโธ พุทโธท่านทำได้มั้ย ท่านทำได้ ท่านทำมาดี อยู่ในกระแสของกิเลสพัดมา ก็ยังตระหง่านตั้งอยู่ ไม่หวั่นไหว จิตใจไกลจากกิเลสที่มันจะมาเป็นเครื่องร้อยรัด ให้นึกถึงพุทโธตรงนี้ นึกถึงธัมโม คำสอนที่จะไม่เปลี่ยนแปลงหวั่นไหวไปตามกาลเวลา เป็นอกาลิโก ใครทำก็จะต้องได้ผล เป็นอริยบุคคลได้เหมือนกัน

“ของดีมีขนาดนี้ ที่เรามีดีสักหน่อยนึง มีมั้ย มีอยู่ ตรงไหน ตรงนั้นล่ะ ตรงที่คุณทำได้นั่นล่ะ เอาจิตเรามาพิจารณาดูให้ดีว่า เราทำมาได้อย่างไง เราได้มาได้อย่างไง เงื่อนไขมันไม่ยาก มันแยกได้3-4ส่วนเท่านั้นล่ะ ไม่ใช่ว่าจากการให้ทาน เรารู้จักสละออก ก็ได้จากการที่เรารักษาศีล หรือไม่ก็ทำจิตให้เป็นสมาธิ หรือไม่ก็เป็นเรื่องของการพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นอนัตตา ความเป็นของไม่สวยงาม เป็นปัญญา”

 

ถ้ามันตัดเราได้ ทำไมเราจะตัดมันไม่ได้

 

“มันจะสู้กันทั้งฝ่ายที่เป็นกุศลอกุศล ถ้าฝ่ายอกุศลคือความไม่ดี มันจะมาตัดความดีของเราได้ คือที่ยาวๆมันจะยืดออก แล้วเราจะตัดไอ้ความชั่วที่ยังยาวๆ ให้มันสั้นเข้าไม่ได้เหรอ ถ้าสมมุตว่า เราเอาใจของเรามา ใส่ในที่สั้นๆตรงนี้แหละ ที่เราทำได้นิดๆหน่อยๆ ตรงไหนก็ตาม มาพิจารณาดู ตรงไหนได้ ต่อตรงนั้นออกไปให้มันยาวซะหน่อย ตรงไหนที่มันมีได้น้อยๆ สามสี่จุดเอามาต่อกัน ให้มันยาวขึ้น หรือที่มันมีแต่ละจุดๆ ยืดออกให้มันเพิ่มขึ้น ไอ้สิ่งที่มันมีความไม่ดียาวอยู่ มันก็จะด้อยลดลง ถ้ามันตัดเราได้ ทำไมเราจะตัดมันไม่ได้ แล้วมันตัดเรา มันตัดอย่างไง มันก็ตัดด้วยกิเลสตัณหาอวิชชา แล้วเราจะตัดมัน เราจะตัดมันอย่างไง

เราอย่าให้โอกาสกับมาร เราอย่ากลัวมัน เวลามันมา เราเผชิญหน้ากับมัน ให้มีความมั่นใจ ให้มีกำลังใจ ในคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้เรานึกถึงพุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นสรณะ เป้นที่ที่จะให้จิตของเราแล่นไปสู่ จิตของเราไปตามทางนี้ เราจะสามารถที่จะต่อความรู้ของเรา ต่อให้มันเต็มเป็นอริยสัจสี่ได้ พอเราต่อความรู้ของเราที่มีตรงนั้นตรงนี้ นิดๆหน่อย เป็นอริยสัจสี่ขึ้นมาแล้ว เราสามารถที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้”

======หัวข้อ Bullet =============

 

  • หัวข้อก่อน bullet

     

  • HL1....
  • HL2.....
  • HL3....

======หัวข้อ Bullet แบบตัวเลข=============

  1. หัวข้อก่อน bullet

     

  2. HL1....
  3. HL2.....
  4. HL3....

========================================
======หัวข้อ Bullet แบบตัวเลขไทย=============

  1. หัวข้อก่อน bullet

     

  2. HL1....
    • List01.......
    • List 02.......
    • List 03.......
  3. HL2.....
  4. HL3....

========================================

พระสูตร / เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

 

ราชกุมาร ! ความคิดข้อนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า “ธรรมที่เราบรรลุแล้วนี้เป็นธรรมอันลึก สัตว์อื่นเห็นได้ยาก ยากที่สัตว์อื่นจะรู้ตาม, เป็นธรรมระงับและประณีต ไม่เป็นวิสัยที่จะหยั่งลงง่ายๆ แห่งความตรึกเป็นของละเอียด เป็นวิสัยรู้ได้เฉพาะบัณฑิต,ก็สัตว์เหล่านี้มีอาลัยเป็นที่ยินดี ยินดีแล้วในอาลัย เพลิดเพลินแล้วในอาลัย, สำหรับสัตว์ผู้มีอาลัยเป็นที่ยินดี ยินดีเพลิดเพลินในอาลัยนั้น, ยากนักที่จะเห็นปฏิจจสมุปบาทอันมีสิ่งนี้ (คือมีอาลัย) เป็นปัจจัย, ยากนักที่จะเห็นธรรมเป็นที่สงบระงับในสังขารทั้งปวง, คือธรรมอันถอนอุปธิทั้งสิ้น ความสิ้นตัณหา ความคลายกำหนัด ความดับไม่เหลือ และนิพพาน. หากเราแสดงธรรมแล้วสัตว์อื่นไม่พึงรู้ทั่วถึง ข้อนั้นจักเป็นความเหนื่อยเปล่าแก่เรา, เป็นความลำบากแก่เรา.” โอ ราชกุมาร ! คาถาอันอัศจรรย์เหล่านี้ที่เราไม่เคยฟังมาแต่ก่อน ได้ปรากฏแจ่มแจ้งแก่เราว่า :-

“กาลนี้ ไม่ควรประกาศธรรมอันที่เราบรรลุได้แล้วโดยยาก. ธรรมนี้, สัตว์ที่ถูกราคะโทสะรวบรัดแล้ว ไม่รู้ได้โดยง่ายเลย. สัตว์ที่กำหนัดด้วยราคะ ถูกกลุ่มมืดห่อหุ้มแล้ว จะไม่เห็นธรรมอันให้ถึงที่ให้ทวนกระแส, อันเป็นธรรมละเอียดลึกซึ้ง เห็นได้ยากเป็นอณู”, ดังนี้.

ราชกุมาร ! เมื่อเราพิจารณาเห็นดังนี้, จิตก็น้อมไปเพื่อความขวนขวายน้อย ไม่น้อมไปเพื่อการแสดงธรรม.

  • อ่าน "มหาสติปัฏฐานสูตร" เล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค
  • ทรงท้อพระทัยในการแสดงธรรม
  1. หัวข้อก่อน bullet

     

  2. HL1....
  3. HL2.....
  4. HL3....