ธรรมสากัจฉา-ต่างที่ปฏิปทาแต่จุดหมายเดียว

“มันเป็นกระบวนการการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นคนที่เจริญสุขาปฏิปทาหรือทุกขาปฏิปทา คุณต้องมีทั้งสมาธิและปัญญา นี่คือส่วนที่อยู่ในอินทรีย์ทั้ง๕ ก็จะได้ขึ้น เติมขึ้น ปรับให้มันเสมอกัน ได้จากการที่เราเจริญด้วยวิธีทุกขาปฏิปทาหรือสุขาปฏิปทานั่นเอง”

Q1: ผู้ที่เจริญทุกขาปฏิปทายังไม่ชำนาญไม่ได้สมาธิ เมื่อตายจะไปที่ไม่ดีมากกว่าสุขาปฏิปทาหรือไม่ และทุกขาปฏิปทาใช้อานาปานสติได้หรือไม่

A1: ปฏิปทาคือกระบวนการ วิธีการ เป็นระบบปฏิบัติเพื่อการบรรลุธรรม

  • สุขาปฏิปทา เหมาะสำหรับผู้ที่มีราคะ โทสะ โมหะเบาบาง

ระบบปฏิบัติคือ การเข้าฌานสมาธิ ปัญญาเพิ่มได้ตามขั้นตอนการปฏิบัติคือ พอมีสมาธิก็จะไปตามกระบวนการ มีสัมมาทิฏฐิเห็นความไม่เที่ยง มีปัญญาเห็นความไม่เที่ยงในสมาธินั้น อินทรีย์๕ ก็จะค่อยเจริญขึ้น

  • ทุกขาปฏิปทา เหมาะสำหรับผู้ที่มีราคะ โทสะ โมหะกล้า

ระบบปฏิบัติคือ การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง อสุภะสัญญา ปฏิกูล มรณสัญญา จิตมีความขึ้นลงมากจึงต้องใช้หนามยอกต้องเอาหนามบ่งคือ ให้ใช้การพิจารณาโดยแยบคาย แต่ไม่ใช่ว่าไม่ได้สมาธิ สมาธิจะเกิดจากใคร่ครวญนั้นตามลำดับขั้น การตั้งสติอยู่ที่ลมหายใจแล้วพิจารณาอนัตตา นี่คืออานาปานสติแล้ว เพราะอานาปานสติมีทั้งสมถะและวิปัสสนา ขณะที่เห็นความไม่เที่ยงเป็นการเห็นด้วยปัญญา เป็นกุศล ถ้ามีการตายการตายนั้นเป็นการตายดี

“การบรรลุธรรมเร็วหรือช้าไม่ได้ขึ้นกับชนิดของปฏิปทา แต่ขึ้นกับอินทรีย์๕”

Q2: คนที่เจริญทุกขาปฏิปทาก่อนทำกาละ จะมีโอกาสเข้าวิมุตหรือไม่

A2: การบรรลุธรรมของพระอรหันต์มี ๒ วิธี คือ ปัญญาวิมุต กับ อุภโตภาควิมุต ทั้ง ๒ แบบนี้ต้องมีทั้งสมาธิและปัญญาที่เจริญมาแล้วมาสูงสุดพอดีกัน ก็จะหลุดพ้นได้

“เพราะฉะนั้นคนที่เจริญทุกขาปฏิปทา มันไม่ใช่ว่าไม่มีสมาธิ คนที่เจริญสุขาปฏิปทา ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้พิจารณาเห็นอะไร มันต้องมีทั้ง ๒ อย่าง แต่คุณจะเริ่มกระบวนการมาจากตรงไหน จะเอาอะไรนำอะไรก็เท่านั้นเอง”

Q3: การบรรลุธรรม ๔ อย่าง จัดอยู่ในทุกขาปฏิปทาหรือสุขาปฏิปทา

A3: จริง ๆ มี ๕ อย่าง คือ ได้ฟังธรรม, แสดงธรรม, สาธยายธรรม, ตริตรึกในธรรม, ทรงธรรมนั้นไว้

การจัดอยู่ในอะไร สามารถจัดได้ทั้ง ๒ อย่าง อยู่ที่ว่าธรรมที่คุณฟังเป็นเรื่องอะไร คุณเอาอะไรนำอะไร ตั้งสติเอาไว้

“คนรู้ธรรมะ ไม่ใช่ว่ามีธรรมะ รู้ธรรมะคือคุณจำได้ คุณเคยฟังเป็นสัญญา เป็นธรรมารมณ์ แต่ว่าธรรมะนั้นจะเข้าไปอยู่ในจิตหรือไม่ ตรงนี้เราจึงต้องมีการตั้งสติเอาไว้”