การตั้งสติด้วยลมหายใจ

เครื่องมือที่จะช่วยในการตั้งสติ คือ "อานาปานสติ" การมีสติรู้ลมหายใจเข้า หายใจออก

  • ขณะที่เราเห็นลมหายใจเข้าออกนั้น มีสติเกิดขึ้นโดยอาศัยกาย คือ การเห็นกายในกาย เพราะลมหายใจเป็นธาตุลม อย่างหนึ่ง และกายนี้ก็ประกอบขึ้นด้วยธาตุ 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
  • ขณะที่รู้ลมหายใจเข้าออกนั้น จะมีความรู้สึกเกิดขึ้น คือเวทนา มีสติเกิดขึ้นโดยอาศัยเวทนา คือ การเห็นเวทนาในเวทนา
  • ขณะที่เรามารู้ดูลมหายใจ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของจิต มีการปรุงแต่งความคิดต่าง ๆ เมื่อลมหายใจละเอียดลง การปรุงแต่งของจิตก็จะค่อยระงับไป แล้วเราก็จะเริ่มเห็นตัวของจิต จิตที่มารู้ลม ตรงนี้คือ ใช้จิตเป็นฐานที่ตั้งให้เกิดสติ คือ การเห็นจิตในจิต
  • ขณะที่รู้ลมหายใจอยู่ เห็นความคิดนั้นผ่านมาผ่านไป เห็นความไม่เที่ยงในสิ่งที่เราไปคิดนึกพิจารณานั้น การเห็นความไม่เที่ยง เห็นความจางคลาย เห็นความดับไปได้ เห็นการปล่อยสิ่งต่างๆ ได้ ชื่อว่าเป็นผู้ที่เห็นธรรม คือ การเห็นธรรมในธรรม

การตั้งสติขึ้นอย่างนี้ เป็น กาย เวทนา จิต ธรรม จากที่เรามารู้ดูลมหายใจ จะทำให้โพชฌงค์ทั้ง 7 หรือองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรมเกิดขึ้น

ด้วยสติที่ตั้งอยู่สติปัจฐาน 4 เป็น สติสัมโพชฌงค์

เมื่อตั้งสติขึ้นก็ใคร่ครวญธรรม ต่างๆ เป็น ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์

เมื่อเห็นตามที่เป็นจริงตามที่ใคร่ครวญแล้ว อกุศลธรรมจะลดลงไป กุศลธรรมค่อยๆ เพิ่มขึ้น ลักษณะนี้ คือ ความเพียร เป็น วิริยะสัมโพชฌงค์

เมื่อทำความเพียรไป เมื่อถึงจุดหนึ่งเราจะมีความสบายใจ มีความเย็นใจ มีความอิ่มเอิบใจ คือปีติ ชนิดที่เกิดขึ้นในภายใน ไม่ได้อาศัยสิ่งภายนอกจึงเกิดขึ้น ใช้คำว่า นิรมิต เป็น ปีติสัมโพชฌงค์

เมื่อมีปิติที่เป็นนิรมิตขึ้นในใจ จะไม่หวั่นไหวกับสิ่งภายนอก นิ่งเฉยอยู่ได้ มีความสงบระงับ เป็น ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์

บุคคลที่มีความสงบระงับ เป็นเพราะจิตของเขาเป็นอารมณ์อันเดียว มีสมาธิ เป็น สมาธิสัมโพชฌงค์

องค์ธรรมทั้ง 6 อย่างที่กล่าวมานี้ ถ้ามันไม่ถดถอย ไม่เกินไป พอสมควร ความที่จิตเป็นแบบนี้
คือ การวางเฉย เป็น อุเบกขาสัมโพชฌงค์

"โพชฌงค์ทั้ง 7 นี้ ถ้าทำให้ถูกให้ดี จะสามารถทำวิชชา และวิมุติให้เกิดขึ้นได้
โดยการใช้เครื่องมือ คือ อานาปานสติ เริ่มต้นจากการเจริญสติด้วยการมารู้ดูลมหายใจ"