ธรรมสากัจฉา-เห็นอะไรในสติปัฏฐาน

“ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องมีจิตนิ่งไม่ไปไหนเลย จึงจะเรียกว่าคุณเห็นจิตในจิต ไม่ใช่ตรงนั้น ก็ยังเห็นการปรุงแต่งในจิตได้ ทำการปรุงแต่งนั้นให้สงบระงับลง จนกระทั่งเห็นจิต ความที่จิตนั้นมีอารมณ์อันเดียว เป็นประภัสสร”

Q:การเห็นจิตในสติปัฏฐานสี่คืออะไร
A:สติการระลึกได้เป็นลักษณะที่จิตออกจากที่ใดที่หนึ่ง มาตั้งอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ที่ใดที่หนึ่งตรงนี้ต้องเป็นที่ที่ดี เป็นสัมมาสติ เปรียบเหมือนลิงโง่กับลิงฉลาด สติปัฏฐานคือฐานที่ตั้งที่ให้จิตของเรามีการระลึกได้ ฐานนี้มี4อย่างคือ กาย เวทนา จิต และธรรม จะเริ่มทำตรงจุดไหนก็ได้แล้วทุกอย่างจะเกิดพร้อมกันหมด อยู่ที่ว่าเรามองจากมุมไหน เหมือนการเลื่อยไม้ หรือการเข้าสู่เรือนยอดมีทางเข้า4ทาง ล้วนเข้าสู่ตรงกลางได้หมด สิ่งที่ต้องการคือสติเท่านั้นเอง

ต่อคำถามที่ว่า การเห็นจิตในสติปัฏฐานคืออะไร คือการที่เราใช้จิตเป็นฐานที่ตั้งแห่งการระลึกได้ให้เกิดสติ เรามารู้ลม ผู้ที่มารู้ลมก็คือจิต จิตที่มาอยู่กับลม จิตเป็นสมาธิ ความปรุงแต่งเริ่มระงับลงๆ (เปรียบเหมือนการผูกสัตว์6ชนิด) เกิดสติได้ การเห็นจิตในจิตไม่ได้หมายความแค่ว่าจิตจะต้องนิ่งไม่ไปไหน เห็นตรงนี้ก็ยังรับรู้การปรุงแต่งของจิต รับรู้นิวรณ์ที่เกิด แต่มีสติไม่ลืมหลง ก็จะเริ่มเห็นจิตได้ จิตที่เป็นประภัสสร เป็นอารมณ์อันเดียว

Q:จะโน้มน้าวคนที่มีศรัทธาไปในทางของขลังอย่างไร
A:เพราะศรัทธามาก มีศรัทธาไม่เสมอกับสติ กลายเป็นงมงาย สติมีกำลังน้อยเพราะมีปัญญาน้อย ทำให้สมดุลในอินทรีย์ทั้ง5 โดยเพิ่มปัญญา
ในคนที่มีศรัทธาน้อย ให้เพิ่มศรัทธา โดยต้องเห็นทุกข์
“ทุกข์เป็นธรรมอันที่ตั้งของศรัทธา ศรัทธามีทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัย”