สากัจฉาธรรม-อิทธิปาฏิหารย์มีอยู่จริงและสิ่งที่เรียกว่าปฏิกูล

“ซึ่งบางทีไอ้เรื่องที่เรายังไม่เข้าใจ ด้วยเหตุผลที่เรายังเข้าใจไม่ได้ เกินความที่เราจะเข้าใจ มันจึงทำให้ไม่เชื่อใจไม่ลงใจ ความไม่ลงใจไม่เชื่อใจตรงนี้ คือความที่ศรัทธาเรายังไม่เต็ม แต่ถ้าเรามีความมั่นใจเต็มที่ ว่าอะไร ว่าคนอื่นเขาบอกก็ส่วนหนึ่งนะ แล้วเรารู้ได้ด้วยตัวเอง คือพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองว่า อิทธิปาฏิหารย์มันมีอยู่จริง เพราะอะไร ก็ฉันทำได้ ฉันเห็นจริงๆ ด้วยเหตุผล”

Q:อิทธิปาฏิหารย์มีจริงหรือไม่ และถ้าไหว้ศาลจะเป็นการไม่หยั่งลงมั่นหรือไม่
A:บุคคลที่มีองค์ประกอบแห่งผู้มีศรัทธาต้องมีคุณสมบัติ๙อย่าง ๓ใน๙อย่างนั้นคือเรื่องอิทธิปาฏิหารย์ ดังนั้นถ้าเราไม่เชื่อว่าอิทธิปาฏิหารย์มีจริง แสดงว่าศรัทธาเราไม่เต็ม ความงมงายจะไม่มีเหตุผล แต่อิทธิปาฏิหารย์เป็นเรื่องของความเป็นเหตุเป็นผล เช่นจากสมาธิทำให้เกิดปัญญา ปัญญาที่เป็นอิทธิปาฏิหารย์ ที่เมื่อเรามีความมั่นใจเต็มที่ เราจะรู้ได้ด้วยตัวเองพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริง การยกมือไหว้สิ่งต่างๆถ้าเราตั้งจิตไว้ที่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จึงจะเป็นคุณสมบัติของอุบาสกอุบาสิกาที่ดี

“๑.ภิกษุเป็นผู้มีปัญญาว่า มีปฏิกูลในสิ่งที่ไม่ปฏิกูลตามกาลอันควรอยู่เป็นความถูกต้อง
๒.ภิกษุเป็นผู้มีปัญญาว่า ไม่ปฏิกูลในสิ่งปฏิกูลตามกาลอันควรอยู่เป็นความถูกต้อง
๓.ภิกษุเป็นผู้มีปัญญาว่า ปฏิกูลทั้งในสิ่งไม่ปฏิกูลและสิ่งที่เป็นปฏิกูล
๔.ภิกษุเป็นผู้มีสัญญาว่า ไม่ปฏิกูลทั้งในสิ่งที่ไม่ปฏิกูลและสิ่งที่เป็นปฏิกูล
๕.ภิกษุเว้นขาดจากความรู้ที่ว่า สิ่งไม่ปฏิกูลและสิ่งปฏิกูลเสียทั้ง๒อย่าง เป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติสัมปชัญญะตามกาลอยู่ก็เป็นความถูกต้อง”
พุทธพจน์

Q:ตามพระสูตรนี้ อะไรคือปฏิกูล
A:“key words ตรงนี้คือ ธรรมะอันเป็นที่ตั้งแห่งราคะ โทสะ โมหะ ถ้าตรงไหนที่มันจะเกิดขึ้น เราจะต้องเอาสิ่งตรงข้ามนั้นใส่เข้าไป เพื่อไม่ให้ราคะมันเกิด โทสะมันเกิด โมหะมันเกิด ราคะเกิดจากสิ่งที่ไม่ปฏิกูล โทสะเกิดจากสิ่งที่เป็นปฏิกูล โมหะเกิดจากการไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่เห็นตามที่เป็นจริง เพราะฉะนั้นเราจะทำไม่ให้ราคะเกิด เราจะดับราคะได้ ก็ต้องให้เห็นสิ่งที่เป็นปฏิกูลในสิ่งที่มันไม่ปฏิกูลที่จะทำให้เกิดราคะนั้น เราจะดับโทสะได้ ที่มันจะเกิดเพราะสิ่งปฏิกูล เราก็ต้องทำให้เห็นว่ามันไม่ปฏิกูล โทสะก็จะไม่เกิด แล้วจะดับโมหะได้ก็ต้องเป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ ก็จะดับราคะโทสะโมหะได้”

ก่อนหน้า
ถัดไป