สากัจฉาธรรม-เป็นที่รักและความไม่ประมาทในวัย

อตฺตานญฺเจ ปิยํ ชญฺญา รกฺเขยฺย นํ สุรกฺขิตํ ติณฺณมญฺญตรํ ยามํ ปฏิชคฺเคยฺย ปณฺฑิโต”
ถ้าบัณฑิตรู้ตนว่าเป็นที่รัก ควรรักษาตนนั้นไว้ให้ดี ควรสงวนตนไว้ ในวัยทั้งหลายสามวัย วัยใดวัยหนึ่ง

Q: ความหมายของคำว่า ที่รัก ,วัยทั้งสาม และขอคำชี้แนะในการศึกษาพุทธพจน์

A: อธิบายความเชื่อมโยงของอรรถคาถาในธรรมบท อรรถคาถาในมัชฌิมนิกาย ตัวพระสูตรเดิมในมัชฌิมนิกาย ตัวพระสูตรเดิมที่มาในธรรมบท และอรรถคาถาในอังคุตรนิกาย วลีที่ยกมานี้เป็นคาถาเป็นแม่บทเดิมในธรรมบท โดยมีอรรถคาถาที่อธิบายเพิ่มเติม เป็นเรื่องของโพธิราชกุมารที่ต้องการมีบุตร พระพุทธเจ้าจึงได้เล่าถึงเหตุที่ทำให้ไม่มีบุตร เนื่องจากชาตินึงได้เคยประมาทในวัยทั้งสามคือวัยต้น วัยกลาง วัยปลาย โดยการกินไข่นก ลูกนก พ่อแม่นก

คำว่า รักในที่นี้ คือการรักตนเองที่ถูกต้อง ไม่ไปเบียดเบียนชีวิตสัตว์ รักษาตัวเองโดยการทำความดี รักษาด้วยสติ รักษากาย รักษาวาจารักษาใจให้อยู่ในศีลในธรรม จึงจะชื่อว่าเป็นการรักษาตัวเอง ไม่ใช่การรักตัวเองให้มีชีวิตรอด โดยการทำลายชีวิตสัตว์อื่น

คำว่า วัยทั้งสาม อธิบายไว้ในอรรถคาถาในหมวดของความไม่ประมาท เป็นเรื่องของบุตรเศรษฐี แต่ด้วยความประมาทในทั้ง3วัย ทำให้สุดท้ายไม่สามารถบรรลุธรรมและกลายเป็นขอทาน ทั้ง2เรื่องนี้เป็นนิทานธรรมบท

ในพระสูตรเดิมในมัชฌิมนิกาย ก็เป็นเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน แต่ว่าเนื้อหาธรรมะคนละแบบกัน พระพุทธเจ้าเล่าถึงพุทธประวัติของพระองค์เอง โดยปรารภคำกล่าวของโพธิราชกุมารที่ว่า “ขึ้นชื่อว่าความสุขแล้ว ใครๆจะบรรลุได้โดยง่ายเป็นไม่มี ความสุขเป็นสิ่งที่ใครๆบรรลุได้โดยยาก” ในพระสูตรไม่ได้อธิบายว่าทำไมพระพุทธเจ้าไม่เหยียบผ้า แต่อรรถคาถาจะอธิบายเพิ่มเติมไว้

นอกจากนี้ยังได้อธิบายถึงบัว ๔ เหล่า และบัว ๓ เหล่าในอังคุตรนิกายและธรรมบท ว่าเป็นคนละเรื่องกัน แต่มีความสอดคล้องกันอยู่

“ดังนั้นเวลาอ่านสิ่งใดมาควรกลับมาที่ตัวแม่บท แล้วพยายามเชื่อมต่อกัน จะทำให้มีความรู้กว้างขวาง อันไหนที่ขัดกันก็ยกไว้ก่อน อันไหนที่ลงรับกัน เราก็เอาไว้ เข้าใจตรงนั้นให้ดี”