มีสติตั้งอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น

...สิ่งแรกที่ลืมตาขึ้นมา จากการที่หลับไหลไปไม่รู้ตัว พอรู้ตัวขึ้นมา สิ่งแรกคุณคิดถึงอะไร?...

เรื่องแรกที่เราคิดถึง แสดงว่าเรื่องนั้นมันอยู่ในใจของเรา แสดงว่ามันมีแนวโน้มที่จะน้อมไปในลักษณะนั้น...เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญกับมัน...เรื่องทีสำคัญในชีวิตนี้ส่วนหนึ่ง กับเรื่องที่เราให้ความสำคัญกับมัน อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญก็ได้...ชีวิตของเราจะดำเนินผิดพลาด เสียเวลาไป...เราจะหวั่นไหวไปตามผัสสะที่มากระทบ เราจะไม่เป็นสุขเลย เราจะไม่เป็นตาอยู่...จึงต้องมีการฝึกจิต...

  • ...ความคิดนึกสิ่งแรกที่เราลุกขึ้นตื่นขึ้น ที่เรานึกถึงคือเรื่องอะไร ต้องเห็นตรงนี้ให้ได้ ต้องระลึกเรื่องนี้ให้ได้ ถ้ามันเป็นเรื่องไม่ดีคุณต้องแก้ไข ไปแก้ไขตอนไหน ไปแก้ตั้งแต่ตอนก่อนนอนนู่น..เราต้องทำสมาธิซักนิดนึง..ถ้าคุณทำสมาธิเต็มรูปแบบไม่ได้ ให้คุณตั้งสติเอาไว้ก่อน ตั้งสติรู้ลมหายใจได้ไหม วางความคิดนึกเรื่องราวต่างๆ อะไรให้หมด น้อมจิตไปเพื่อการนอน..ไม่ให้บาปอกุศลมันมาครอบงำจิตของเรา..ให้จิตมีอารมณ์อันเดียว แล้วก็นอนไป..ก่อนที่จะนอนก็เจริญเมตตาภาวนาด้วย..มองสรรพสัตว์ทั้งหลาย ..มองสิ่งทั้งหลายด้วยจิตใจของคนที่รักใคร่กันอยู่..เป็นการนอนที่มีประสิทธิภาพ...
  • ...ตั้งใจไว้อีกอย่าง อย่างที่ 3 รู้สึกตัวขึ้นเมื่อไหร่ ก็จะรีบลุกขึ้นทันที โดยไม่ประกอบความสุขในการเอนนอน..การเอนข้าง..การเคลิ้มหลับ...
  • ...การมีสติเป็นมงคลอย่างหนึ่งในใจของเรา การมีสติแสดงว่าคุณเป็นผู้รู้ มีความรู้…ความรู้ตรงนั้นคือ พุทธะ พุทโธ...มีพุทธะ พุทโธ เกิดขึ้นในใจ...ตกน้ำก็ไม่ไหล ตกไฟก็ไม่ไหม้ เพราะจิตนั้นจะไม่หวั่นไหวไปตามน้ำที่มันไหลอยู่ ไม่ตามไม่หวั่นไหวกับไฟที่ไหม้อยู่ เป็นจิตที่มั่นคง...
  • ...มีสติเอาไว้ในขณะที่นอนอยู่..ตั้งแต่ก่อนนอน..ตอนที่จะหลับ..ตอนที่นอนอยู่ยังไม่หลับ..เอนกายนอน...มันจะช่วยกันเป็นลำดับ ลำดับไป...ขณะจิตนี้จิตใจของเราตั้งไว้ดี มันจะช่วยขณะจิตต่อไป ขณะจิตต่อไปดี หรืออาจจะไม่ดีก็ตาม พยายามที่จะฝึก พยายามที่จะทำ มันก็จะช่วยขณะจิตต่อไป...เราทำจิตของเราให้ดีอย่างนี้ ด้วยการมีสติอยู่...