สากัจฉาธรรม: เจริญชีวิต เจริญอิทธิบาทสี่

บทย่อ:Q : (1) การเจริญอิทธิบาทสี่ ทำให้อายุยืนยาวได้อย่างไร...(2) เวลานั่งสมาธิ เราจะสวดมนต์ในใจไปด้วยจะดีหรือไม่ 

A : (1)...อิทธิบาทเป็นหนึ่งในองค์คุณแห่งการตรัสรู้ธรรม ..บาทหมายถึงฐาน ฐานแห่งอิทธิ ฐานแห่งความสำเร็จ ประสบความสำเร็จในชีวิตเราต้องมีอิทธิบาทสี่...แล้วมันคืออะไรกันแน่..ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา..พระพุทธเจ้าบอกไว้อย่งนี้ว่า" เธอย่อมเจริญอิทธิบาท อันประกอบด้วยธรรมเครื่องปรุงแต่ง มีสมาธิ อาศัยฉันทะเป็นประธานกิจ" ......อะไรคือธรรมเครื่องปรุงแต่ง ในที่นี้ก็หมายถึงงานที่เราทำนั่นเอง หรือปัญหาที่เราเจอในชีวิต......คำว่าเป็นหลักเป็นประธานนี้ก็หมายความว่า ไม่ย่อหย่อนเกินไป ไม่หดหู่ในภายใน ไม่ฟุ้งไปในภายนอก ให้สำคัญอยู่ว่าทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ ข้างหน้าอย่างไง ข้างหลังอย่างงั้น เช้าอย่างไง เย็นอย่างงั้น เย็นอย่างไง เช้าอย่างงั้น ทำให้อยู่อย่างต่อเนื่อง มีใจเปิดเผยไม่มีอะไรหุ้มห่อ ทำจิตให้สว่างอยู่ อันนี้เป็นพุทธพจน์นะ แสดงว่า 3 อย่างนี้คุณจะต้องปรับให้อย่างสม่ำเสมอ....

...ในเรื่องของฉันทะ คือคุณต้องพอใจรักใคร่ในสิ่งที่เราทำด้วย ทำอะไร ตรงนั้นแหละ คือธรรมเครื่องปรุงแต่ง มีสมาธิด้วยนะ  แล้วก็มีฉันทะด้วย อันนี้คือ 3 อย่าง ขาที่ 1....3 อย่างขาที่ 2 ก็คือเรื่องของวิริยะ คือการทำจริงแน่วแน่จริง ก็ต้องมีธรรมเครื่องปรุงแต่ง อาศัยสมาธิ มีวิริยะเป็นประธานกิจ .....อย่างที่ 3 ก็คือจิตตะ จิตตะก็คือหมายถึงการที่เอาใจใส่ ไม่ปล่อยใจให้ไปคิดเรื่องอื่น จิตใจก็มาจดจ่อกับการกระทำอยู่ตรงนี้ นี้คือจิตตะ ก็เหมือนกันก็ต้องมีธรรมเครื่องปรุงแต่ง อาศัยสมาธิ มีจิตตะเป็นประธานกิจ.....อย่างที่ 4 ก็มี 3 องค์ประกอบเหมือนกัน  ก็ต้องมีธรรมเครื่องปรุงแต่งด้วย สมาธิด้วย แล้วก็อย่างที่ 3 วิมังสา  วิมังสาก็คือการไตร่ตรอง ทบทวน ใคร่ครวญหาเหตุผลในการที่จะทำ จะปฏิบัติให้มันดีขึ้น คือมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่เรื่อย ..

..เราจะเห็นว่าธรรมเครื่องปรุงแต่งเข้าไปอยู่ใน 4 อย่าง สมาธิก็เข้าไปอยู่ใน 4 อย่าง ในทั้ง 4 อย่างต้องมี 3 องค์ประกอบ 2 อย่างแรกเหมือนกันหมดเลย คือธรรมเครื่องปรุงแต่ง ในที่นี้เป็นปัญหาหรือโครงการ หรือว่าอะไรที่เราตั้งเป้าหมายในชีวิตของเราเอาไว้ คุณต้องมี..แล้วก็มีสมาธิอย่างที่ 2  อย่างที่ 3 ก็คือฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา  มี 4 อย่าง แต่ละอย่างมี 3 ขา มันก็จะตั้งอยู่ได้ อันนี้เขาเรียกว่าการเจริญอิทธิบาทสี่   ถามว่าทำไมตรงเนี๊ยะจะทำให้อายุยืนได้อย่างไง  บทพยัญชนะเราต้องฟังให้เนี๊ยบนิดนึง คือหมายความว่า ทำให้ชีวิตเนี่ยอยู่ยืนเท่ากับ 1 กัป คือหนึ่งช่วงชีวิตของเราพอดี คำว่า 1 กัป พูดง่ายๆ ก็คือ หนึ่งรอบชีวิต ซึ่งแต่ละคนอายุ 1 กัปของแต่ละคนไม่เท่ากัน ..หนึ่งกัปก็คือครบช่วงชีวิตที่คุณจะอยู่ได้ ...เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าคนที่จะมีชีวิตอยู่ได้เต็มช่วงอายุที่คุณจะอยู่ได้ การเจริญอิทธิบาทสี่ทำให้มันมีกำลัง มีกำลังหมายความว่าจิตใจมันต่อสู้อ่ะนะ จิตใจมันมีความคิดว่าฉันจะต้องทำงาน ฉันจะต้องต่อสู้มีกำลังใจไม่เหี่ยวแห้ง....การเจริญอิทธิบาทก็ต้องพอเหมาะพอสม ไม่ย่อหย่อนเกินไป ไม่มากเกินไป ไม่มากเกินไปให้สำคัญอยู่พอดีๆ...

....จึงต้องมีอีกพระสูตรพูดถึงเวทนา เวทนาต้องเบาบาง คือถ้าเวทนามากเกินไป มากในลักษณะสุขก็สุ๊ข สุข สุข ทุกข์ก็ทุ๊กข์ ทุกข์ ทุกข์  ก็จะพูดง่ายๆ อิทธบาทมันก็มากเกินไป หรือว่าย่อหย่อนเกินไป การเจริญอิทธิบาทก็จะมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ก็ไม่สมดุลอีก อันนั้นก็จะทำให้อายุไม่ยืน เพราะงั้นถ้าจะอายุยืน ก็ต้องมีเวทนาเบาบางนะ อันนี้สำคัญ...

..แล้วก็ประการที่ 3 เรื่องของอายุยืน พระพุทธเจ้าเคยพูดถึงเรื่องการเดิน ว่าการเดินจะทำให้อาหารที่ย่อยแล้ว ดื่มแล้ว เคี้ยวแล้วเนี่ย มันย่อยไปแล้วด้วยดี พออาหารย่อยไปแล้วด้วยดี ธาตุไฟสม่ำเสมอ...

..เพราะงั้นนอกเหนือจากการเจริญอิทธิบาทสี่ ก็ยังมีเรื่องของเวทนาต้องเบาบาง เรื่องของธาตุไฟต้องรักษาให้สม่ำเสมอ การกินตรงนี้มีส่วน ..คนที่ออกกำลังมากเกินไป ปรากฎว่าหัวใจของเขาทำงานมากเกินไป  ทำให้มีอัตราเสี่ยงต่อการตายสูงเท่ากับคนที่นั่งอยู่หน้าจอทีวี  มีอัตราเสี่ยงต่อการตายเท่ากัน ในขณะที่คนออกกำลังกายพอดีๆ อัตราการตายน้อยลง......อันนี้คือการมีธาตุไฟสม่ำเสมอ ไม่เย็นเกิน ไม่ร้อนเกิน ธาตุไฟนี้เกิดจากกายก็ได้ เกิดจากใจก็ได้  เกิดจากกายก็อาหารการกิน การออกกำลังกายอันนี้มีส่วนหมด เกิดจากใจก็พูดถึงการเจริญอิทธิบาทสี่ ต้องมีกิจกรรมทำ ต้องตั้งใจไว้ในการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง...

...สมมุติว่าถ้าเราไม่มีสมาธิ ธรรมเครื่องปรุงแต่งตรงนั้นจะกลายเป็นปัญหาของเรา...ถ้าเราเจอปัญหาที่ใหญ่กว่าสมาธิ จิตของเราจะแตกได้ ถ้าเราเจอปัญหาที่มันเล็กกว่าสมาธิ มันก็จะเป็นไปเพื่อความเกียจคร้านได้ เพราะงั้นการฝึกสมาธิเป็นเรื่องที่ดี...

(2)....ขณะนั่งสมาธิแล้วจะสวดมนต์ไปด้วยได้ไหม นี่คือประเด็น ดีทั้งนั้นแหละ อาตมาว่านะคุณเตือนใจ คือถ้าอันไหนทำได้ แล้วมันจะดี มันดีหมด ทางอันไหนทำได้แล้วจิตมันจะสงบก็ทำเถอะ  พระพุทธเจ้าตรัสอย่างงี้ เหมือนกับพ่อครัวเขาปรุงอาหาร บำรุงเลี้ยงพระราชา >>เขาต้องคอยสังเกตุว่า พระราชากินอาหารอันไหน...อันไหนเหลือ อันไหนกิน ..เขาต้องรู้จักสังเกต ถ้าเขาไม่รู้จักสังเกตปุ๊ป แล้วเขาจะไม่ได้ค่าจ้างรางวัล..ถ้าเขารู้จักสังเกต..เขาจะได้ค่าจ้างรางวัล ..พ่อครัวแบบนี้ฉลาด ซึ่งเราก็ต้องฉลาดแบบนี้เหมือนกัน คือเราทำแบบไหนแล้วจิตมันจะสงบล่ะ ...เช่นเดียวกันเรากำลังปรุงอาหาร กำลังปฏิบัติเพื่อที่จะเลี้ยงชีวิตของเรา >>>ค่าจ้างที่เราจะได้รับก็คือความสงบในใจ สติที่ตั้งขึ้นได้ สมาธิที่ตั้งขึ้นได้ จิตที่รวมลงเป็นอารมณ์อันเดียว.....ทำที่มันจะทำได้ ทำเถอะ ขอให้ทำ ประเด็นคือไม่ทำ คือไม่ทำนี่ไม่ได้ต้องทำ แล้วก็ทำผิดนี้ก็ทำไม่ได้ด้วย เหมือนพ่อครัวที่ไม่ฉลาดก็ไม่ได้นะ ไม่รู้จักสังเกตรสชาติอาหารก็ต้องเป็นคนที่ทำแล้วก็ต้องฉลาดในการทำ....

...อันนี้เราต้องหาตัวเราให้เจอ คุณจะหาตัวแบบนี้ว่าใจเราตัวเรามันเป็นอย่างไง ต้องลองทำดู ..ลองจนกว่ามันจะได้นั่นล่ะ ขอให้ทำ...ปัญหาในเรื่องการทำสมาธิ เป็นธรรมเครื่องปรุงแต่งอย่างหนึ่ง เพราะง้ันเราเจริญอิทธิบาทสี่ได้เลยในเรื่องนี้..

..ลองทำดู ให้ตั้งไว้ซึ่งอิทธิบาท เราจะประสบความสำเร็จได้ พระพุทธเจ้ายืนยันว่าที่ตัวพระองค์มาเป็นสัมมาสัมพุทธะได้ ก็เพราะว่าเจริญอิทธิบาทสี่ เพราะงั้นถ้าสมมุติว่าเราเจอปัญหาในการภาวนาอย่างใดอย่างหนึ่ง เราสามารถที่จะใช้อิทธิบาทสี่นี้แก้ได้แน่นอน ไม่ใช่เรื่องของอายุยืนอย่างเดียว....

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก: คุณบุษกร แสงงาม/คำถามทาง Website

คำถามโดยย่อ
การเจริญ "อิธิบาท ๔ ทำให้อายุยืนได้อย่างไร"

ตอบคำถามจาก: คุณประชุมพร/คำถามทาง Website

คำถามโดยย่อ
ในระหว่างนั่งทำสมาธิ จะสวดมนต์ (ในใจ) ไปด้วยจะดีหรือไม่ แทนการภาวนา พุทโธ เช่น สวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ก็จะประมาณ 30 นาที ซึ่งสามารถกำหนดรู้เวลาได้พอดี