คำพุทธ: ฆฏิการสูตร

บทย่อ:...."....อานนท์ ลำดับนั้น ฆฏิการะนายช่างหม้อจึงเหนี่ยวโชติปาละมานพผู้อาบน้ำสระผมเรียบร้อยแล้ว เข้าที่มวยผมและกล่าวดังนั้นอีก อานนท์ โชติปาละมานพนั้น ได้เกิดความคิดขึ้นภายในใจว่า "น่าอัศจรรย์หนอ ไม่เคยมีมาเลย ข้อที่ฆฏิการะนายช่างหม้อที่มีชาติอันต่ำ มาอาจเอื้อมจับเราที่มวยผม เรื่องนี้จะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเสียแล้วหนอ" ดังนี้ 

มานพนั้นจึงกล่าวกับฆฏิการะนายช่างหม้อว่า" เพื่อนฆฏฺิการะ นี่จะเอาเป็นเอาตายกันเชียวรึ"

"เอาเป็นเอาตายกันทีเดียวล่ะ เพื่อนโชติปาละ เพราะการเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นการดีจริงๆ"

"เอาล่ะ เอาล่ะ เพื่อนฆฏิการะ  ถ้าเช่นนั้นก็จงปล่อย เราจะไปด้วยกันล่ะ"

อานนท์ ลำดับนั้นฆฏิการะและโชติปาละมานพ ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคกัสสปะถึงที่ประทับ....."...

.............................................................................

..."....ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระเจ้ากิกิกาสิราชจึงได้กราบทูลกับพระผู้มีพระภาคว่า

" ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคทรงรับการอยู่จำพรรษา ณ เมืองพาราณสีของหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันจะได้บำรุงพระสงฆ์เห็นปานนี้"

ในที่นั้นพระผู้มีพระภาคกัสสปะผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสว่า "อย่าเลยมหาบพิตร อาตมาภาพรับการอยู่จำพรรษาเสียแล้ว "

แม้ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม พระเจ้ากิกิกาสิราชก็ได้กราบทูลอย่างเดียวกัน แม้พระผู้มีพระภาคก็ได้ตรัสตอบอย่างเดียวกัน ในครั้งนั้น พระเจ้ากิกิกาสิราชทรงเสียใจ มีโทมนัสว่า พระผู้มีพระภาคไม่ทรงอยู่รับการจำพรรษาเมืองพาราณสีของเราเสียแล้ว จึงได้ทูลถามกับพระองค์ว่า

"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มีใครอื่นที่เป็นอุปัฏฐากยิ่งกว่าหม่อมฉันรึ"

อานนท์  พระผู้มีพระภาคกัสสปะได้ตรัสตอบในที่นั้นว่า

" มีอยู่ มหาบพิตร นิคมชื่อเวภฬิคะ มีนายช่างหม้อชื่อฆฏิการะอยู่ในนิคมนั้น เขาเป็นอุปัฏฐากของอาตมาภาพ นับเป็นอุปัฏฐากชั้นเลิศ  พระองค์แลทรงเสียพระทัย มีความโทมนัสว่าพระผู้มีพระภาคกัสสปะ ไม่ทรงรับการอยู่จำพรรษาเมืองพาราณสี ความเสียใจและความโทมนัสนี้นั้น ย่อมไม่มี และจะไม่มีในช่างหม้อฆฏิการะ

มหาบพิตร ก็นายช่างหม้อนั่นแหละได้ถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม เว้นขาดจากการแกล้งกล่าวเท็จ เว้นขาดจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

มหาบพิตร ก็ช่างหม้อฆฏิการะเป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ประกอบพร้อมด้วยศีลทั้งหลาย ชนิดที่เป็นศีลที่เป็นที่พอใจของพระอริยเจ้า

มหาบพิตร ก็นายช่างหม้อฆฏิการะนั้น เป็นผู้หมดสงสัยในอริยสัจคือทุกข์ เป็นผู้หมดสงสัยในความจริงอันประเสริฐเรื่องเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นผู้หมดสงสัยในความจริงอันประเสริฐเรื่องความดับไม่เหลือของทุกข์เป็นผู้หมดสงสัยในความจริงอันประเสริฐเรื่องทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ เขานั้นแลบริโภคอาหารเพียงมื้อเดียว ประพฤติพรหมจรรย์ มีศีล มีกัลยาณธรรม ปล่อยวางแก้วมณีและทองคำ ปราศจากการใช้ทองและเงิน

มหาบพิตร ก็นายช่างหม้อฆฏิการะนั้นแล ไม่ขุดแผ่นดินด้วยสากและด้วยมือของตน นำมาแต่ดินที่ตลิ่งพัง หรือขุยดินที่หนูขุดออกมาแล้ว ซึ่งมีอยู่ ด้วยหาบ แล้วนำไปทำเป็นภาชนะ กล่าวอย่างนี้ว่า"ในภาชนะนี้ ผู้ใดต้องการ ผู้นั้นจงวางถุงใส่ข้าวสาร  ถุงใส่ถั่วเขียว หรือถุงใส่ถั่วดำไว้ แล้วนำภาชนะที่ต้องการนั้นไปเถิด"

มหาบพิตร ก็นายช่างหม้อฆฏิการะ เลี้ยงมารดาบิดาผู้ชราตาบอด และนายช่างหม้อนั้นก็เป็นอุปปาติกะ คือจะปรินิพพานในภพที่จะไปเกิดนั้น ไม่เวียนกลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เพราะสิ้นเครื่องร้อยรัดเบื้องต่ำห้าอย่างได้ ...".....

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557